Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ยาเม็ดคุมกำเนิดคืออะไร?

ยาเม็ดคุมกำเนิด (Oral contraceptive pill หรือ Birth control pill หรือ Pill) เป็นยาที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน/Estrogenและโปรเจสติน/Progestin) มีผลป้องกันการตั้งครรภ์ โดยยับยั้งการตกไข่ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูก (เยื่อบุมดลูก) บางตัว มีสภาพไม่พร้อมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน และทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้น เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อน ที่ของตัวอสุจิ จึงทำให้ไม่สามารถเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ในท่อนำไข่ได้

ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ใช้แพร่หลายมากที่สุดทั่วโลก เนื่องจากหาได้ง่าย ใช้ได้สะดวก มีหลายราคา หลายชนิดให้เลือกใช้ มีอัตราการล้มเหลวจากการใช้ยา (การตั้งครรภ์ขณะใช้ยา) น้อย

ยาเม็ดคุมกำเนิดมีกี่ชนิด? อะไรบ้าง?

ยาเม็ดคุมกำเนิดแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่

  1. ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined pill) ประกอบด้วยตัวยาทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน
  2. ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่มีโปรเจสตินอย่างเดียว (Minipill)
  3. ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน (Postcoital pill)

การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมมีวิธีอย่างไร?

แผงยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมมี 2 แบบ คือ ชนิด 21 เม็ด ประกอบ ด้วยฮอร์โมนทั้ง 21 เม็ด และชนิด 28 เม็ด โดยชนิด 28 เม็ด จะประกอบด้วยเม็ดยาฮอร์โมน 21 เม็ด และเม็ดแป้งหรือวิตามินอีก 7 เม็ด

การเริ่มรับประทานยาครั้งแรกควรเริ่มในวันที่ 1-5 ของการมีประจำเดือน มีผลในการคุมกำเนิดได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย และยังลดการเกิดเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน

การเริ่มรับประทานยาหลัง 5 วันแรกของประจำเดือนสามารถทำได้ แต่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย เช่น ถุงยางอนามัย อย่างน้อย 7 วันหลังกินยาเม็ดแรก โดยรับประทานยาคุมกำเนิดวันละ 1 เม็ดในเวลาเดิมทุกๆวัน แนะนำให้รับประทานก่อนนอน เพื่อป้องกันการลืม จากนั้นรับประทานเม็ดยาไล่ตามลูกศรจนหมดแผง ในกรณีที่เป็นแผงชนิด 28 เม็ด เมื่อหมดแผงสามารถเริ่มแผงใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ประจำเดือนหมด ส่วนกรณีแผงชนิด 21 เม็ดให้เว้นระยะ 7 วัน จึงเริ่มแผงใหม่

ถ้าลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ควรทำอย่างไร?

ถ้าลืมรับประทานยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม 1 เม็ด ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ และรับประทานยาเม็ดต่อไปตามปกติ

ถ้าลืมรับประทานยา 2 เม็ด ให้รับประทาน 1 เม็ดทันทีที่นึกได้และรับ ประทานก่อนนอนตามปกติ วันต่อมาให้รับประทานยา 1 เม็ดหลังอาหารเช้า จาก นั้นรับประทานตามปกติ

ถ้าลืมรับประทานยา 3 เม็ด ให้ทิ้งยาแผงเดิม แล้วเริ่มรับประทานแผงใหม่ทันที ร่วมกับใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยอีก 7 วัน (ในกรณีที่รับ ประทานยาคุมชนิดที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนขนาด 20 ไมโครกรัม หรือน้อยกว่า ถ้าลืมในสัปดาห์แรกให้ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินร่วมด้วย)

กรณีที่ลืมรับประทานยาเม็ดที่เป็นเม็ดแป้งหรือวิตามินในแผงยาคุม 28 เม็ดให้ข้ามยาเม็ดนั้น แล้วเริ่มรับประทานยาเม็ดต่อไปตามปกติ

ข้อควรระวังในการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมมีอะไรบ้าง?

ข้อควรระวังในการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม คือ

  • หากมีอาการของโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย อาเจียนมาก ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วยอีก 7 วันหลังกินยาเม็ดแรก เช่น การใช่ถุงยางอนามัย เนื่องจากมีผลทำให้การดูดซึมยาไม่ดี
  • หากลืมรับประทานยาร่วมกับมีการขาดระดู/ประจำเดือน 1 ครั้ง ควรตรวจการตั้งครรภ์ก่อนเริ่มรับประทานยาแผงใหม่ หากแน่ใจว่าไม่ลืมรับประทานยา ให้เริ่มรับประทานยาแผงใหม่ได้ตามปกติ
  • ยาบางชนิดมีผลต่อประสิทธิภาพของยาเม็ดคุมกำเนิด เช่น ยากันชักบางชนิด ยาฆ่าเชื้อ หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด ดังนั้นหากมีโรคประจำตัวหรือต้องรับ ประทานยาบางชนิดเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ในการเลือกวิธีคุมกำเนิด

อาการข้างเคียงของยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมมีอะไรบ้าง?

อาการข้างเคียงของยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมที่อาจพบได้ คือ

  • คลื่นไส้ อาเจียน มักพบในช่วงที่เริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดใหม่ๆ (โดย เฉพาะ 3 แผงแรก) เมื่อรับประทานยาคุมกำเนิดไประยะเวลาหนึ่ง อาการมักลดลง หากมีอาการมาก อาจเปลี่ยนชนิดของฮอร์โมน หรือลดขนาดของฮอร์โมน และการรับประทานยาก่อนนอนสามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้
  • ปวดศีรษะ วิงเวียน หากมีอาการรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกวิธีคุม กำเนิดที่เหมาะสมต่อไป
  • ฝ้า (Melasma) สามารถพบได้ในขณะที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด เมื่อหยุดใช้ยา ฝ้าอาจจางลง
  • รู้สึกบวม น้ำหนักเพิ่ม เป็นผลจากการที่มีน้ำและเกลือแร่คั่งในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง อาจร่วมกับความรู้สึกอยากรับประทานอาหารมากขึ้น หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 กก. ควรหยุดยาเม็ดคุมกำเนิดและปรึกษาแพทย์
  • เลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด มักเกิดใน 1-3 สัปดาห์แรกของการเริ่มรับประทานยา อาจเป็นผลจากการรับประทานยาที่มีปริมาณฮอร์โมนต่ำเกิน ไป หรือรับประทานไม่ตรงเวลา หรือลืมรับประทานยา หากมีเลือดออกมากหรือนาน ควรหยุดใช้ยาและรีบปรึกษาแพทย์
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลง อาจมีผลทำให้อารมณ์ดีขึ้นหรือซึมเศร้า หากอาการซึมเศร้าเป็นมากควรรีบปรึกษาแพทย์
  • การเปลี่ยนแปลงความรู้สึกทางเพศ บางรายอาจรู้สึกดีขึ้น เนื่องจากหมดความกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ บางรายอาจมีความรู้สึกทางเพศลดลง เป็นผลจากระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง หากอาการเป็นมากควรรีบปรึกษาแพทย์

ข้อห้ามของการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมมีอะไรบ้าง?

ข้อดีของยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมมีอะไรบ้าง?

ข้อดีของยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม คือ

ควรดูแลตนเองเมื่อใช้ยาคุมกำเนิดอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อใช้ยาคุมกำเนิด ที่สำคัญ คือ

มีโอกาสตั้งครรภ์ขณะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือไม่? อย่างไร?

เมื่อกำลังกินยาเม็ดคุมกำเนิด พบมีอัตราการตั้งครรภ์ 8.7% ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด การรับประทานยาไม่ตรงเวลา การมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น อาเจียน ท้องเสีย หรือการได้รับยาอื่นๆ ซึ่งรบกวนการออกฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิด

ทั้งนี้สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ในขณะรับประทานยาคุมกำเนิดได้โดยรับ ประทานยาในเวลาเดิมทุกวัน หากลืมรับประทานยาควรรีบทำตามคำแนะนำข้างต้น หากมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น อาเจียน หรือท้องเสียมาก ควรใช้วิธีคุม กำเนิดอื่นร่วมด้วย เช่น ถุงยางอนามัยอย่างน้อย 7 วันหลังกินยาเม็ดแรก หากมีอาการไม่สบายซึ่งต้องรับประทานยา ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรทุกครั้งโดยแจ้งว่าตนเองกำลังกินยาคุมกำเนิดอยู่

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

โดยทั่วไปเมื่อแพทย์แนะนำใช้ยาคุมกำเนิด แพทย์มักนัดตรวจเป็นระยะๆ ความถี่ในการนัดตรวจขึ้นกับสุขภาพโดยรวมของหญิงนั้น การเกิดผลข้างเคียงต่างๆจากการใช้ยา และดุลพินิจของแพทย์ แต่ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อ

เมื่อไหร่จึงเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด?

การเลือกใช้วิธีคุมกำเนิด ควรเป็นไปโดยความสมัครใจของผู้ที่ต้องการคุมกำเนิด โดยประเมินจากความสะดวกในการเข้าถึงวิธีการคุมกำเนิด ระยะเวลาที่ต้องการคุมกำเนิด ผลข้างเคียงต่างๆ ข้อห้ามในการใช้วิธีคุมกำเนิดวิธีต่างๆ โดยยาเม็ดคุมกำเนิดเหมาะในผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดชั่วคราว ระยะเวลาไม่กี่ปี (น้อยกว่า 5 ปี) มีการวางแผนต้องการบุตรเพิ่มอีกในอนาคต ไม่มีข้อห้ามใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด และสามารถรับประทานยาได้ตามเวลาทุกวัน

ควรเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดไหน?

ในปัจจุบันยาเม็ดคุมกำเนิดมีหลายชนิด โดยชนิดที่ได้รับความนิยมสูงสุด และมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดดี คือยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ส่วนยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว ควรใช้ในสตรีที่ให้นมบุตร และสตรีที่มีข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

สำหรับยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน ควรใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉิน เนื่องจากมีผล ข้างเคียงมาก และอัตราการล้มเหลว (การตั้งครรภ์) สูง

ยี่ห้อยาเม็ดคุมกำเนิดในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างในเรื่องของชนิดฮอร์โมน ปริมาณฮอร์โมน ผลข้างเคียงที่ดี เช่น การลดการเกิดสิว ผิวมัน ขนดก ลดอาการในกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม ซึ่งผู้ที่ต้องการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดสามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการ ตามกำลังการซื้อ และตาผลข้างเคียงที่ต้องการ โดยอาจปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนการเลือกยี่ห้อยาเม็ดคุมกำเนิด

การเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ควรทดลองใช้ 1 แผงก่อน โดยทดลองรับ ประทาน และสังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น เป็นฝ้า ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หากมีอาการข้างเคียงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนยี่ห้อยาเม็ดคุมกำเนิดที่เป็นฮอร์โมนต่างชนิด หรือเพื่อลดปริมาณฮอร์โมนในตัวยา

แพทย์มีวิธีเลือกยาเม็ดคุมกำเนิดอย่างไร?

แพทย์มีวิธีเลือกยาเม็ดคุมกำเนิดโดย พิจารณาจากความต้องการของผู้มารับบริการคุมกำเนิด พิจารณาว่าไม่มีข้อห้ามในการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด อาการต่างๆที่เกิดร่วมของผู้มารับบริการ เช่น มีอาการในกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน มีสิวมาก ผิวมัน ขนดก จากนั้นสังเกตดูรูปร่างของผู้มารับบริการ (รูปร่าง อาจสัมพันธ์กับผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นจากยาคุมกำเนิด) และประวัติของการมีประจำเดือน

  1. สตรีที่มีประจำเดือนปริมาณมาก และนาน รอบประจำเดือนสั้น ไม่มีสิว หรือขนตามตัว มักเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมน โปรเจสตินสูง
  2. สตรีที่มีปริมาณประจำเดือนมาน้อย รอบประจำเดือนยาว ลักษณะคล้ายเพศชาย มีสิวขนดก ผิวมัน มักเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง
  3. สตรีที่มีระดู/ประจำเดือนสม่ำเสมอ ปริมาณปานกลาง น้ำหนักตัวปกติ มักใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่มีความสมดุลกันทั้ง 2 ฮอร์โมน

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียวคืออะไร?

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่ไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสติน วัตถุประสงค์เพื่อลดอาการข้างเคียงจากฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยมีกลไกการออกฤทธิ์ทำให้มูกบริเวณปากมดลูกข้นเหนียว รวมทั้งทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางไม่เหมาะต่อการฝังตัวของตัวอ่อน

ข้อดีของยาคือ สามารถใช้ในสตรีให้นมบุตรได้ โดยไม่มีผลต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำนม และสามารถใช้ในผู้ที่มีข้อห้ามใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน

ข้อเสียของยาคือ มีอัตราการล้มเหลว/การตั้งครรภ์ขณะใช้ยาสูงกว่าชนิดฮอร์โมนรวม ต้องรับประทานให้ตรงเวลา การเริ่มรับประทานยา ให้เริ่มรับประทานในวันแรกของการมีประจำเดือน โดยรับประทานยาวันละ 1 เม็ด ในเวลาเดิมทุกวัน ควรใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยใน 7 วันแรกหลังกินยาเม็ดแรก เมื่อยาคุมกำเนิดหมดแผงให้เริ่มรับประทานยาแผงใหม่ต่อในวันถัดไป โดยไม่ต้องรอให้ประจำ เดือนมา

ถ้าลืมรับประทานยา 1 เม็ด ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ และรับประทานยาเม็ดต่อไปตามปกติ ร่วมกับใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยเป็นเวลา 48 ชม.หลังกินยาเม็ดแรก

ถ้าลืมรับประทานยา 2 เม็ดติดต่อกัน ให้รับประทานยาวันละ 2 เม็ดเป็นเวลา 2 วัน โดยใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยอย่างน้อย 2 วันหลังกินยา เม็ดแรก

ถ้าลืมรับประทานยามากกว่า 2 วันติดต่อกัน ให้หยุดยาเม็ดคุมกำเนิดจากนั้นให้ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่น

ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินคืออะไร?

ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสตินในขนาดสูง มีผลป้องกัน หรือเลื่อนเวลาการตกไข่ ป้องกันการปฏิสนธิของไข่ และอสุจิ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะในการฝังตัวของตัวอ่อน มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในกรณีที่ถูกข่ม ขืน หรือลืมคุมกำเนิด หรือคุมกำเนิดล้มเหลว เช่น การฉีกขาดของถุงยางอนามัย แต่เนื่องด้วยมีปริมาณของฮอร์โมนสูง ทำให้ไม่เหมาะสมในการใช้เป็นยาคุมกำเนิดทั่วไป เพราะมีผลข้างเคียงสูง (เช่น การมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ) มีอัตราการล้มเหลว/การตั้งครรภ์สูงกว่ายาคุมกำเนิดทั่วไป ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยมีชื่อทางการค้าว่า Postinorâ และ Madonnaâ

วิธีที่ถูกต้องในการใช้ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน?

การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อรับ ประทานยาทั้งหมดรวม 2 เม็ด โดย 1 เม็ดแรก รับประทานทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่ทั้งนี้ไม่ควรเกิน 72-120 ชม.หลังมีเพศสัมพันธ์ จากนั้นรับประทานยาอีก 1 เม็ดอีก 12 ชม.ถัดมา

อาการข้างเคียงที่พบบ่อย คือ การมีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะ ปรอย

หากประจำเดือนขาดหลังใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน ควรทดสอบการตั้ง ครรภ์เนื่องจากมีอัตราการล้มเหลว/การตั้งครรภ์ สูงกว่ายาเม็ดคุมกำเนิดทั่วไป

บรรณานุกรม

  1. Birth control pills. The American College of Obstetricians and Gynecologists. http://www.acog.org/publications/patient_education/ab020.cfm. Accessed Sept. 25, 2009.
  2. Martin KA, et al. Overview of the use of estrogen-progestin contraceptives. http://www.uptodate.com/contents/overview-of-the-use-of-estrogen-progestin-contraceptives?source=search_result&search=Overview+of+the+use+of+estrogen-progestin+contraceptives.&selectedTitle=1~150. Accessed Sept. 29, 2009
  3. Martin KA. Risks and side effects associated with estrogen-progestin contraceptives. http://www.uptodate.com/contents/risks-and-side-effects-associated-with-estrogen-progestin-contraceptives?source=search_result&search=Risks+and+side+effects+associated+with+estrogen-progestin+contraceptives.&selectedTitle=1~150. Accessed Sept. 29, 2009.
  4. Kaunitz AM. Progestin-only (minipills) for contraception. http://www.uptodate.com/home/index.html. Accessed Sept. 29, 2009.
  5. The combined pill: you guide. http://www.fpa.org.uk/helpandadvice/contraception/combinedpill. Accessed Sept. 29, 2009.
  6. Emergency contraception: your guide. http://www.fpa.org.uk/helpandadvice/contraception/emergencycontraception. Accessed Sept. 29, 2009.
  7. Combined contraceptive pill. http://www.bbc.co.uk/health/physical_health/sexual_health/contr_combpill.shtml#advice_and_support. Accessed Sept. 29, 2009.
  8. Combined Contreceptive Pill. http://www.patient.co.uk/health/Combined-Oral-Contraceptive-Pill.htm. Accessed Sept. 9, 2011
  9. Your guide to contraception. The Family Planning Association. http://www.fpa.org.uk/helpandadvice/contraception/guidetocontraceptionmethods. Accessed Sept. 29, 2009.
  10. Marc A. Fritz and Leon Speroff. Oral Contraception. Clinical Gynecologic Endocrinology And Infertility. 8th edition. Philadelphia, P.A.: Lippincott Williams & Wilkins.; 2011.
  11. Cunningham FG, et al. Williams Obstetrics. 22nd ed. New York, N.Y.: McGraw-Hill Companies, Inc.; 2005:1.
  12. Stubblefield PG, et al. Family planning. In: Berek JS. Berek & Novak's Gynecology. Philadelphia, Pa.: Lippincott Williams & Wilkins; 2007:287.

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 8 คน Jurairat phaiwon.thabsombhat brat taweerat.evaluation chunya_ pikmamama poopo.mad pploiz.ladyzz
Frame Bottom