Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

รังไข่  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

วัยหมดประจำเดือน  

บทนำ

วัยหมดประจำเดือน หรือ ภาวะหมดประจำเดือน ทั่วไป เป็นภาวะของสตรีที่ไม่มีรอบเดือน/ประจำเดือนติดต่อกันยาวนาน 12 เดือนในแต่ละปี มักเกิดกับสตรีที่มีอายุในช่วง 40–50 ปีขึ้นไป ระยะหมดประจำเดือนเราอาจสังเกตอาการที่ผิดปกติอื่นๆตามมา เช่น ช่องคลอดแห้ง รู้สึกร้อนวูบวาบตามร่างกาย หนาวสั่น เหงื่อออกตอนกลางคืน อารมณ์แปรปรวน หรือหงุดหงิดบ่อย น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่าย มีเส้นผมบางลง ผิวแห้ง อาการเหล่านี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามแต่บุคคล

สำหรับสาเหตุที่ทำให้มี ภาวะหมดประจำเดือน พอจะสรุปได้ดังนี้

1. ร่างกายของเพศหญิงมีการสร้างฮอร์โมนเพศน้อยลง รังไข่ของสตรีเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิงคือ เอสโตรเจน(Estrogen) และ โปรเจสเตอโรน(Progesterone) ฮอร์โมนดังกล่าวจะทำงานอย่างสอดคล้องกัน ในช่วงครึ่งแรกของการมีรอบเดือน/ประจำเดือน (วันที่ 1–14) รังไข่จะผลิตเอสโตรเจนออกมาเพื่อกระตุ้นการเจริญของเส้นเลือด/หลอดเลือดฝอยภายในผนังโพรงมดลูกส่วนเยื่อบุโพรงมดลูกซึ่งจะใช้เป็นที่รองรับและเลี้ยงดูไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิ ส่วนโปรเจสเตอโรนจะค่อยๆเพิ่มปริมาณสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของการมีรอบเดือน (วันที่ 15–28) โดยมีหน้าที่ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่มีเส้นเลือดฝอยมาหล่อเลี้ยงอย่างมากมายให้คงสภาพไว้ เมื่อไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิ เยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน นอกจากนี้ ยังมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน(Testosterone)ที่เป็นฮอร์โมนเพศชายที่มีการผลิตจากรังไข่(ผลิตในปริมาณน้อยมาก)และที่ต่อมหมวกไต(Adrenal glands) เทสโทสเตอโรนในสตรีจะหลั่งสูงขึ้นมาเล็กน้อยในวันที่มีการตกไข่คือ ประมาณวันที่ 14–15 ของรอบเดือน จากนั้นเทสโทสเตอโรนจะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีรอบเดือน เทสโทสเตอโรนจะช่วยทำให้คงสภาพมวลกล้ามเนื้อ และคงความแข็งแรงของกระดูกในร่างกาย สตรีวัย 30 ปีขึ้นไป รังไข่จะเริ่มผลิตฮอร์โมนเพศทั้ง 3 ชนิดน้อยลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงวัยหมดประจำเดือนก็จะเป็นจังหวะเดียวกันที่ร่างกายสตรีหยุดผลิตไข่ ส่งผลให้หยุดการสร้างผนังหลอดเลือดฝอยในโพรงมดลูก และไม่มีรอบเดือนไปจนตลอดชีวิตที่เหลืออยู่

2. การตัดมดลูก(Hysterectomy) เป็นเหตุที่ทำให้สตรีไม่สามารถมีประจำเดือนได้ตามปกติ แต่รังไข่ของสตรีท่านนั้นก็ยังสามารถผลิตไข่และสร้างฮอร์โมนเพศได้ นอกจากเรื่องที่ไม่มีรอบเดือนแล้ว ปกติจะไม่ส่งผลกระทบให้มีอาการเหมือนกับสตรีวัยหมดประจำเดือน เช่น เกิดอาการร้อนวูบวาบ ช่องคลอดแห้งหรือมีอารมณ์แปรปรวนแต่อย่างใด

แต่ถ้าสตรีท่านนั้นถูกตัดมดลูกพร้อมกับรังไข่ทั้ง 2 ข้าง(Hysterectomy and bilateral salpingo-oophorectomy) หรือตัดเฉพาะรังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง(Bilateral oophorectomy) จะส่งผลให้มีอาการเหมือนสตรีวัยหมดประจำเดือน

3. การใช้ยาเคมีบำบัด หรือการฉายรังสีรักษาบริเวณอุ้งเชิงกราน ในการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง ระยะที่มีการใช้ยาเคมีบำบัดหรือฉายรังสีฯสามารถทำให้รังไข่และมดลูกถูกปิดกั้นการทำหน้าที่ของตัวเอง เกิดอาการประจำเดือนหายไป และอาจมีอาการรู้สึกร้อนวูบวาบเกิดขึ้น อาการประจำเดือนขาดนี้มักจะเกิดแค่ชั่วคราวเท่านั้นไม่ได้คงอยู่ตลอดเมื่อเสร็จสิ้นการรักษามะเร็งก็สามารถมีประจำเดือนกลับมาใหม่ตามปกติ หรือในผู้ป่วยหลายราย จะเกิดประจำเดือนขาด/หมดประจำเดือนถาวร

4. รังไข่หยุดทำงานก่อนกำหนด/รังไข่เสื่อมก่อนกำหนด(Primary ovarian insufficiency) มีสถิติทางคลินิกพบว่า ประชากรสตรีทั่วไปประมาณ 1% จะมีภาวะหมดประจำเดือนก่อนอายุ 40 ปี ด้วยรังไข่หมดสภาพที่จะผลิตฮอร์โมนเพศและไม่สามารถผลิตไข่ได้อีกต่อไป นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่ทราบสาเหตุกรณีนี้อย่างชัดเจน แต่มีข้อสันนิษฐานว่าเกิดจากพันธุกรรมของสตรีท่านนั้น หรืออาจมาจากโรคทางระบบทางภูมิคุ้มกัน/ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรค กรณีนี้ การใช้ยาฮอร์โมนเพศทดแทนเพื่อบำบัดอาการพร่องฮอร์โมนเพศจะเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญ และอาจต้องใช้ยากลุ่มนี้ต่อเนื่องไปจนกระทั่งมีอายุถึงวัยหมดประจำเดือน เช่น หมดประจำเดือนเมื่ออายุ 40 ปี ต้องใช้ยาฮอร์โมนทดแทนไปจนกระทั่งอายุ 50 ปี ซึ่งเป็นวัยปกติของการหมดประจำเดือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการเสื่อมสภาพของ สมอง หัวใจ และกระดูก ก่อนวัยอันควรนั่นเอง

ภาวะแทรกซ้อนหลังหมดประจำเดือนมีอะไรบ้าง?

ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิง

ภาวะแทรกซ้อน(ผลข้างเคียง)ที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากหมดประจำเดือน มีดังนี้

ก. มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด การป้องกันทำได้โดยการออกกำลังกายตามสมควรแก่สุขภาพ ควบคุมการบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการที่เหมาะกับวัยของตนเอง ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มาก/น้ำหนักตัวเกินหรือน้อยจนเกินไป และตรวจร่างกายประจำปีเพื่อดู สภาพการทำงานของหัวใจ ความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือด เป็นต้น

ข. เกิดภาวะกระดูกพรุน เป็นภาวะที่มวลกระดูกมีความอ่อนแอ บางลง จึงเสี่ยงต่อการแตกหัก/กระดูกหักง่าย ในช่วงปีแรกของการหมดประจำเดือน อัตราการลดลงของมวลกระดูกจะสูงที่สุด สำหรับกระดูกที่มีความเสี่ยงต่อการแตกหัก ได้แก่ กระดูกไขสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกตามข้อต่อต่างๆ การป้องกันอาจเริ่มจากการรับประทานอาหารที่มีสัดส่วนของเกลือแร่และวิตามินที่ช่วยบำรุงกระดูกและกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม ออกกำลังกายประเภทที่ไม่มีความเสี่ยงของ การล้ม การ กระแทก เช่น ว่ายน้ำ รำมวยจีน

ค. มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้/กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในสตรี ด้วยสภาพของเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดและท่อปัสสาวะสูญเสียความยืดหยุ่น และการบังคับกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะปัสสาวะทำได้ลำบาก ส่งผลให้สตรีวัยหมดประจำเดือนมีอาการปัสสาวะบ่อย หรือมี ปัสสาวะหลุดรอดออกมาเมื่อมีอาการไอ ตลอดจนกระทั่งมีการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ/โรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะบ่อยมากขึ้น การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณเชิงกราน การฝึกกระชับช่องคลอดหรือการขมิบช่องทวารเบา(การขมิบช่องคลอด)และใช้ยาทาช่องคลอดที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิงจะช่วยเพิ่มความกระชับและการบังคับปัสสาวะได้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง

ง. เกิดอุปสรรคต่อการมีเพศสัมพันธ์ ด้วยสตรีวัยนี้จะมีช่องคลอดที่แห้ง สูญเสียการยืดหยุ่น จึงเป็นเหตุให้เกิดเลือดออกผิดปกติขณะมีเพศสัมพันธ์ และส่งผลทำให้ความรู้สึกทางเพศถดถอย การใช้สารหล่อลื่นประเภทครีมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณช่องคลอดจะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้พอสมควร

จ. น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจะมาพร้อมกับวัยหมดประจำเดือน ด้วยระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายที่ต่ำลง ก่อให้เกิดการสะสมของไขมันในร่างกายได้มากขึ้น การรับประทานอาหารที่มีการควบคุมพลังงาน การออกกำลังกาย จะเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าการใช้ยาลดน้ำหนัก

สำหรับอาการแทรกซ้อนที่กล่าวมาข้างต้น ผู้อ่านสามารถรับคำแนะนำได้จากแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางได้ตาสถานพยาบาลทั่วประเทศ และไม่แนะนำการซื้อยาประเภทฮอร์โมนเพศมาใช้เอง

การบำบัดรักษาภาวะหมดประจำเดือนมีอะไรบ้าง?

การดูแลบำบัดรักษาอาการหลังจากหมดประจำเดือน จะไม่ได้มุ่งเน้นการใช้ยาในการบำบัดเท่าใดนัก ปกติทางการแพทย์จะดูแลปฏิบัติกับสตรีที่หมดประจำเดือนตามอาการที่เกิดขึ้นซึ่งมีอยู่หลายประการดังนี้

หมายเหตุ ในบทความนี้จะมุ่งประเด็นสำคัญที่ “ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิง

ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิงมีกี่หมวดหมู่อะไรบ้าง?

เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ อาจแบ่งยาฮอร์โมนทดแทนในหญิงวัยหมดประจำเดือนดังนี้ โดย อ้างอิงจาก The North American Menopause Society

ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิงมีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร?

ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิง มีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ ดังนี้ เช่น

เมื่อมีการสั่งยา ควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิง ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยา/ใช้ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิง สามารถรับประทาน/ใช้ยาทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยา/ใช้ยาในมื้อถัดไป ห้ามเพิ่มขนาดรับประทานยา/ใช้ยาเป็น 2 เท่า ให้รับประทานยา/ใช้ยาที่ขนาดปกติ

ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิงมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิงสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์จากยา(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกายดังนี้ เช่น

มีข้อห้ามใช้และข้อควรระวังการใช้ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิงอย่างไร?

ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิงมีข้อห้ามใช้และข้อควรระวังดังนี้ เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึง ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิงด้วย) ยาแผนโบราณ อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยา ทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิงมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิงมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น เช่น

ควรเก็บรักษายาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิงอย่างไร?

ควรเก็บยาฮอร์โมนทดแทนวัยขาดฮอร์โมนเพศหญิง ตามคำแนะนำของเอกสารกำกับยา ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสง/แสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

บรรณานุกรม

  1. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/menopause/symptoms-causes/syc-20353397 [2017,Dec23]
  2. https://womeninbalance.org/about-hormone-imbalance/ [2017,Dec23]
  3. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/menopause/diagnosis-treatment/drc-20353401 [2017,Dec23]
  4. https://www.menopause.org/publications/clinical-practice-materials/government-approved-drugs-for-menopause [2017,Dec23]
  5. http://www.menopause.org/docs/default-source/professional/nams-ht-tables.pdf [2017,Dec23]
  6. https://www.rxlist.com/enjuvia-drug/patient-images-side-effects.html [2017,Dec23]
  7. https://www.premarin.com/about-premarin [2017,Dec23]
  8. http://www.obgyn.net/menopause/managing-menopause-part-1-vasomotor-symptoms [2017,Dec23]
  9. https://www.drugs.com/drug-interactions/carfilzomib-with-premarin-3404-0-2360-381.html [2017,Dec23]
  10. https://www.drugs.com/drug-interactions/dasabuvir-ombitasvir-paritaprevir-ritonavir-with-estropipate-3581-0-1028-0.html [2017,Dec23]
  11. https://www.drugs.com/drug-interactions/dantrolene-with-estradiol-779-0-1019-0.html [2017,Dec23]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Ccbc Fangzz
Frame Bottom