Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ตา  เภสัชกร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ตาอักเสบติดเชื้อแบคทีเรีย 

บทนำ

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล(Chloramphenicol eye drop) เป็นยาหยอดตาที่ผลิตจากยาปฏิชีวนะที่ชื่อคลอแรมเฟนิคอล(Chloramphenicol) นำมาใช้รักษาการอักเสบและการติดเชื้อแบคทีเรียของตา เช่น ตาแดงจากติดเชื้อแบคทีเรีย เยื่อตาอักเสบ และบาดแผลที่เกิดกับตา ยานี้ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1947 (พ.ศ. 2490) ทางคลินิกมีการใช้ยานี้เป็นเวลานานจนกระทั่งปัจจุบัน

องค์การอนามัยโลกได้ระบุให้ตัวยาคลอแรมเฟนิคอลเป็นยาจำเป็นขั้นพื้นฐานที่สถานพยาบาลควรมีสำรองเพื่อให้บริการกับประชาชน และคณะกรรมการอาหารและยาของไทยได้บรรจุยาคลอแรมเฟนิคอล เป็นอีกหนึ่งในรายการยาของบัญชียาหลักแห่งชาติ

รูปแบบยาแผนปัจจุบันของยาคลอแรมเฟนิคอลที่พบเห็น และมีการใช้กันอยู่ ได้แก่ ยาใช้เฉพาะที่ อาทิ ยาหยอดตา ยาหยอดหู ขี้ผึ้งป้ายตา และยาฉีด

ก่อนการใช้ยาคลอแรมเฟนิคอลในทุกรูปแบบ ผู้บริโภคควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจยืนยันความเหมาะสมของการใช้ยานี้ เพราะถึงแม้ยาคอแรมเฟนิคอลจะเป็นยาที่ออกฤทธิ์กว้างขวางในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้อีกหลายชนิดเช่นกัน เช่น เชื้อไวรัส เชื้อรา แพทย์ผู้รักษาเท่านั้น จึงจะเป็นผู้ประเมินได้ว่า ผู้ป่วยจะเหมาะสมกับการใช้ยานี้หรือไม่

ข้อที่ผู้บริโภคควรทราบก่อนการใช้ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล เช่น

อนึ่งการใช้ยาหยอดตาชนิดต่างๆที่รวมถึงยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ ดังนี้ เช่น

  • ล้างมือก่อนและหลังใช้ยา
  • เปิดฝาครอบขวดยา ห้ามมิให้ปลายขวดยาสัมผัส ลูกตา เปลือกตา/หนังตา นิ้วมือทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการปนเปื้อนของสิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคชนิดอื่นไม่ให้เข้าตานั่นเอง
  • เงยศีรษะและใช้นิ้วมือดึงลงเปลือกตาล่างเพียงเบาๆ ขณะเหลือกตามองในมุมสูง
  • บีบยาหยอดตา หยดยาลงในช่องระหว่างเปลือกตาล่างกับลูกตา
  • หลับตาและใช้นิ้วมือคลึงมุมหัวตาเพียงเบาๆ เพื่อให้ตัวยากระจายทั่วตาแล้วรออย่างน้อย 1 นาที จึงค่อยลืมตา

โดยทั่วไป การใช้ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล จะต้องหยอดยาทุกๆ 3 ชั่วโมง เป็นเวลา 48 ชั่วโมง หรือเป็นไปตามคำสั่งแพทย์ ซึ่งการใช้ยานี้ในช่วงประมาณ 10-15นาทีหลังหยอดยา อาจส่งผลต่อการมองเห็น เช่น มองเห็นภาพไม่ชัดเจน ผู้บริโภค/ผู้ป่วยจึงควรหลีกเลี่ยง การเคลื่อนที่ การขับขี่ยวดยานพาหนะต่างๆ และ/หรือ การทำงานกับเครื่องจักร เพราะจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

*กรณีที่พบอาการแพ้ยา หลังการหยอดตาด้วยยานี้ เช่น หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก มีไข้ ใบหน้าบวม มีผื่นคันขึ้นตาผิวหนัง ให้หยุดการใช้ยานี้ทันที แล้วรีบนำผู้ป่วยมาพบแพท/มาโรงพยาบาลโดยเร็ว ทันที/ฉุกเฉิน

อนึ่ง การใช้ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล อาการป่วยของตา จะค่อยๆฟื้นสภาพและกลับเป็นปกติในเวลาไม่นานประมาณ 3-7วัน กรณีที่อาการของตาไม่ดีขึ้นหลังจากใช้ยานี้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม(ประมาณ 2-3 วัน) หรือ อาการกลับเลวลง ผู้ป่วยควรต้องรีบกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์พิจารณาปรับแนวทางการรักษา

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล เมื่อเปิดใช้แล้ว สามารถเก็บต่อเนื่องได้อีก 28 วันเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการใช้ยานี้ที่อาจเกิดการปนเปื้อนสิ่งสกปรก ที่รวมถึงเชื้อโรค และรวมถึงยาที่สัมผัสกับ อากาศ และสภาพแวดล้อม อาจมีอายุการเก็บรักษาได้สั้นลง

ผู้บริโภค/ผู้ป่วยสามารถพบเห็นการใช้ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลได้ในสถานพยาบาลต่างๆ และมีจำหน่ายตามร้านขายยาโดยทั่วไป และหากผู้บริโภค/ผู้ป่วยต้องการทราบข้อมูลการใช้ยานี้เพิ่มเติม สามารถสอบถามจากแพทย์ผู้ทำการรักษา หรือขอคำแนะนำได้จากเภสัชกรตามร้ายขายยาทั่วไป

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลมีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร?

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช่เพื่อ รักษาตาอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เยื่อตาอักเสบ

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลมีกลไกการออกฤทธิ์โดย ตัวยาคลอแรมเฟนิคอล จะยับยั้งการสังเคราะห์สารโปรตีนที่เป็นตัวตั้งต้นของสารพันธุกรรมในแบคทีเรีย หรือที่เรียกว่า ไรโบโซม(Ribosome) นอกจากนี้ ตัวยานี้ยังป้องกันการเชื่อมโยงสารโปรตีนที่มีการสังเคราะห์ไว้แล้ว จึงทำให้แบคทีเรียไม่สามารถเจริญเติบโต และตายลงในที่สุด จากกลไกดังกล่าวส่งผลให้เกิดฤทธิ์ของการรักษาตามสรรพคุณ

ยาหยอดตา คลอแรมเฟนิคอลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็น ยาหยอดตาขนาดความเข้มข้น 0.5%

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลมีขนาดการบริหารยา/ใช้ยา เช่น

  • ผู้ใหญ่: หยอดตาข้างที่ติดเชื้อแบคทีเรีย ครั้งละ 2 หยดทุกๆ 3 ชั่วโมง เป็นเวลา 48 ชั่วโมง หรือใช้ยาตามคำสั่งแพทย์
  • เด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป: ขนาดการใช้ยาของเด็กในวัยนี้ ให้เป็นไปตามคำสั่งแพทย์
  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี: ห้ามใช้ยานี้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี

อนึ่ง

  • กรณีใช้ยานี้แล้ว 48 ชั่วโมง อาการไม่ดีขึ้น ให้ผู้ป่วยกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ได้ประเมินการรักษาอีกครั้ง
  • ห้ามใช้ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลติดต่อกันเกิน 5 วัน

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียง ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

หากลืมหยอดตาควรทำอย่างไร?

หากลืมใช้ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล สามารถใช้ยาเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการหยอดตาในครั้งถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ยาหยอดตา คลอแรมเฟนิคอลมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ผลไม่พึงประสงค์(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)จากการใช้ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลตามคำสั่งแพทย์ เท่าที่มีรายงาน จะเป็นเรื่องตาพร่าหลังการใช้ยา และผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกแสบคันตาได้บ้าง

สำหรับผลข้างเคียงต่อระบบเลือด หรือต่อการกดการทำงานไขกระดูกจากการใช้ยานี้จะพบได้น้อย

อย่างไรก็ตาม หากพบอาการที่ผิดปกติ หรือมีลักษณะของการแพ้ยานี้ ต้องหยุดการใช้ยานี้ทันที และรีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็ว ทันที/ฉุกเฉิน

มีข้อควรระวังการใช้ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่มีประวัติแพ้ยาคลอแรมเฟนิคอล
  • ห้ามหยอดตาขณะใส่คอนแทคเลนส์
  • ห้ามปรับขนาดการหยอดตาหรือใช้ยานี้นานเกิน 5 วัน
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามรับประทาน กรณีกลืนยานี้เข้าปาก ให้รีบนำผู้ป่วยมาโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ทำการบำบัดรักษา
  • แจ้งแพทย์ทุกครั้งว่ามีการใช้ยาหยอดตา ยาป้ายตา ชนิดอื่นอยู่ก่อนหรือไม่
  • หลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยานพาหนะ การควบคุมเครื่องจักร ขณะเกิดตาพร่าจากการ หยอดตา ด้วยจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล เภสัชกร อย่างเคร่งครัด
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึง ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

ยาหยอดตา คลอแรมเฟนิคอลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ด้วยยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอลเป็นรูปแบบยาหยอดตา ที่จัดเป็นยาใช้เฉพาะที่ จึงไม่ค่อยพบมีรายงานการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาชนิดรับประทานใดๆ แต่กรณีมีความผิดปกติเกิดขึ้นหลังใช้ยานี้กับยารับประทานชนิดใดก็ตาม ให้รีบนำตัวผู้ป่วยมาพบแพทย์ที่สถานพยาบาลโดยเร็ว หรือทันที/ฉุกเฉิน ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น

ควรเก็บรักษายาหยอดตา คลอแรมเฟนิคอลอย่างไร

ควรเก็บยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล ภายใต้อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส(Celsius) ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ห้ามเก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และเก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น

ยาหยอดตา คลอแรมเฟนิคอลมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาหยอดตาคลอแรมเฟนิคอล ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้า/บริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Archifen Eye (อาร์ชิเฟน อาย)Archifar
CD-Oph (ซีดี-ออฟ)Seng Thai
Chloracil (คลอราซิล)Siam Bheasach
Chloroph (คลอรอพ)Seng Thai
Levoptin Simplex (เลวอพทิน ซิมเพล็กซ์)Archifar
Silmycetin Eye Drops (ซิลมายเซติน อาย ดร็อปส)Silom Medical
Vanafen S (เวนาเฟน เอส)Atlantic Lab

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Chloramphenicol [2016,Aug20]
  2. https://www.medicines.org.uk/emc/PIL.23169.latest.pdf [2016,Aug20]
  3. http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/search?keyword=chloramphenicol [2016,Aug20]
  4. https://www.drugs.com/uk/pdf/leaflet/718582.pdf [2016,Aug20]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน WarutM King123
Frame Bottom