Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ข้อ  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคข้อรูมาตอยด์  

บทนำ

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์/ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคข้อรูมาตอยด์ (Disease -modifying anti-rheumatic drugs: DMARDs) เป็นกลุ่มยาอีกทางเลือกหนึ่งที่นำมาใช้บำบัดอาการป่วยจากโรครูมาตอยด์ โดยจะช่วยชะลอการดำเนินโรคให้ช้าลง ยากลุ่มนี้มีกลไกที่แตกต่างจากยาในกลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) ที่ใช้ต้านการอักเสบ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ยาฆ่าเชิ้อ ยาแก้อักเสบ) แต่ไม่ได้รักษาต้นเหตุโรค รวมถึงต่างจากยาสเตียรอยด์ที่มีกลไกกดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย แต่ยังอาจไม่เพียงพอที่จะชะลอการดำเนินโรครูมาตอยด์ได้

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์ไม่ใช่ยาระงับอาการปวด/ยาแก้ปวด แต่จะชะลอการดำเนินโรคจึงส่งผลลดอาการปวดในบริเวณข้อต่อที่เกิดจากโรคด้วย

อาจจำแนกยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ

ก.Conventional DMARDs: เป็นกลุ่มยาที่จะชะลอการดำเนินของโรคอย่างช้าๆใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงจะเห็นผล การใช้ยากลุ่มนี้ต้องมีการติดตามความก้าวหน้าในประสิทธิภาพโดยแพทย์ผู้รักษา อาจมีการปรับเปลี่ยนขนาดการใช้ยาให้ตรงกับการตอบสนองของร่างกายผู้ป่วยเป็นระยะๆไป ตัวอย่างรายการยาในหมวดนี้เช่น Cyclosporin, Cyclophosphamide, Gold injections, Hydroxychlo roquine, Leflunomide, Methotrexate, Mycophenolate และ Sulfasalazine

ข.Biological therapies: เป็นกลุ่มยาที่ใหม่กว่าหรือเพิ่งถูกพัฒนาขึ้นมาไม่กี่ปีมานี้ สามารถออกฤทธิ์ได้เร็วกว่ากลุ่ม Conventional DMARDs มียาบางตัวในกลุ่ม Biological therapies ที่ถูกเรียกว่า Anti-TNF drugs (Anti-tumor necrosis factor drugs) ซึ่งจะช่วยป้องกันโปรตีนที่มีชื่อว่า Tumor necrosis factor ไม่ให้ก่อให้เกิดการอักเสบกับข้อต่างๆ แพทย์จะเลือกใช้ยา Biological therapies เมื่อการใช้ยากลุ่ม Conventional DMARDs แล้วไม่ได้ผลหรือเกิดอาการข้างเคียง (ผล ข้างเคียง) จากการใช้ Conventional DMARDs อย่างมากนั่นเอง แต่ก็บ่อยครั้งที่แพทย์พิจารณาใช้ ยาทั้งสองกลุ่มช่วยบำบัดอาการรูมาตอยด์ร่วมกัน สำหรับรายการยาที่อยู่ในกลุ่ม Biological therapies เช่น Abatacept, Rituximab, Tocilizumab, Adalimumab, Certolizumab pegol, Etanercept, Golimumab และ Infliximab

อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ปลอดภัยนั้นต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น ห้ามมิให้ผู้ป่วยไปซื้อหายามารับประทานเอง

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์NEW=

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เพื่อชะลอและบำบัดอาการโรคข้อรูมาตอยด์

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์ขึ้นกับธรรมชาติของยาแต่ละตัวซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป หนึ่งในกลไกเหล่านั้นได้แก่ การยับยั้งการทำงานของโปรตีนบางประเภทที่มีชื่อว่า Tumor necrosis factor ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบในบริเวณข้อต่อต่างๆของร่างกาย จากกระบวนการดังกล่าวจึงก่อให้เกิดฤทธิ์ของการรักษาตามสรรพคุณ

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาชนิดรับประทานและเป็นยาฉีด

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีขนาดรับประทานอย่างไร?

กลุ่มยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีหลายรายการ ความเหมาะสมของตัวยากลุ่มนี้กับอาการโรคจึงมีความแตกต่างกัน อาจต้องมีการปรับขนาดการรับประทานเป็นกรณีๆไป การใช้ยากลุ่มนี้จึงขึ้นกับแพทย์ผู้ทำการรักษาเท่านั้นที่จะสามารถบริหารยา/ใช้ยาได้อย่างถูกต้องปลอดภัยและเหมาะสม

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงกลุ่มยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

เพื่อประสิทธิผลของการรักษา ควรรับประทานยาในกลุ่มยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์ตรงเวลา โดยทั่วไปหากลืมรับประทานยาในกลุ่มนี้สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 2 เท่า

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

อาจกล่าวในภาพกว้างว่า กลุ่มยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้เช่น มีอาการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ อาจเกิดการติดเชื้อเริม และงูสวัด ติดตามมา เกิดแผลในปาก กระเพาะอาหารอักเสบ ผื่นคัน ลมพิษ วิงเวียน เกิดภาวะตับอักเสบ ความดันโลหิตสูง มีภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นพิษต่อจอตา ผมร่วง แพ้แสงแดด หูดับ อาจเกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดภาวะกดการทำงานของไขกระดูก (เช่น Leucopenia/เม็ดเลือดขาวต่ำ และ Aplastic anemia/ภาวะซีด) เกิดลมชัก รู้สึกปั่นป่วนในกระเพาะอาหารและลำไส้ อาจมีอาการทางจิต (เช่น สับสน) ปวดศีรษะ มีภาวะโพ แทสเซียมในกระแสเลือดต่ำลง ผมหงอกหรือมีสีขาวเพิ่มขึ้น เกิดภาวะ/โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม และอื่นๆ

มีข้อควรระวังการใช้ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามปรับเปลี่ยนขนาดรับประทานเอง
  • ห้ามใช้ยานี้ในสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตามแพทย์เท่านั้นที่จะเป็นผู้พิจารณาการใช้ยากลุ่มนี้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างเหมาะสม
  • ระวังการใช้ยากลุ่มนี้กับผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ
  • การใช้ยาทุกตัวมีระยะเวลาของการรักษาที่รวมถึงยากลุ่มนี้ หากพบว่าอาการไม่ดีขึ้นหลังจากการใช้ยาควรกลับไปปรึกษาแพทย์/ไปโรงพยาบาลเพื่อแพทย์พิจารณาปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษา
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์ด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

กลุ่มยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษายาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์อย่างไร?

ควรเก็บกลุ่มยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์แต่ละชนิดภายใต้เงื่อนไขที่ระบุมากับตัวผลิตภัณฑ์ ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

กลุ่มยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรครูมาตอยด์ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
HCQS (เฮชซีคิวเอส) IPCA
Hydroquin (ไฮโดรควิน) Sun Pharma
Plaquenil (พลาควินิล) sanofi-aventis
Salazine (ซาลาซีน) Sriprasit Pharma
Salazopyrin EN (ซาลาโซไพริน) Pfizer
Saridine-E (ซาริดีน-อี) Atlantic Lab
Simponi (ซิมโพไน) Janssen-Cilag
Remicade (เรมิเคด) Janssen-Cilag
Enbrel (เอนเบรล) Pfizer
Actemra (แอคเทมรา) Roche
Arava (อะราวา) sanofi-aventis
Endoxan (เอนดอกซ์แซน) Baxter Healthcare

บรรณานุกรม

  1. http://www.arthritisresearchuk.org/arthritis-information/drugs/dmards.aspx [2015,Sept12]
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Disease-modifying_antirheumatic_drug [2015,Sept12]
  3. http://www.drugs.com/dosage/methotrexate.html#Usual_Adult_Dose_for_Rheumatoid_Arthritis [2015,Sept12]
  4. http://www.webmd.com/rheumatoid-arthritis/modifying-medications?page=2 [2015,Sept12]
  5. http://www.webmd.com/rheumatoid-arthritis/guide/dmard-rheumatoid-arthritis-treatment [2015,Sept12]
  6. http://www.uptodate.com/contents/disease-modifying-antirheumatic-drugs-dmards-beyond-the-basics [2015,Sept12]
  7. http://patient.info/health/disease-modifying-antirheumatic-drugs-dmards-leaflet [2015,Sept12]
  8. http://www.webmd.com/rheumatoid-arthritis/guide/dmard-rheumatoid-arthritis-treatment?page=3 [2015,Sept12]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน M1441
Frame Bottom