Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ระบบหูคอจมูก  ระบบมะเร็งวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

โรคมะเร็งโคนลิ้น (Base of tongue cancer) คือโรคมะเร็งที่เกิดกับเนื้อเยื่อที่เรียกว่า เนื้อ เยื่อโคนลิ้น (Base of tongue)

โคนลิ้น (Base of tongue หรือ Posterior tongue) เป็นเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่อยู่ในระบบหูคอจมูก (Ear Nose Throat system) หรือระบบศีรษะและลำคอ (Head and Neck system) เป็นเนื้อเยื่อในลำคอช่วงที่เป็นรอยต่อระหว่างช่องปากและช่องคอ ที่เรียกทางการแพทย์ว่า คอหอยส่วนปาก (Oropharynx, เนื้อเยื่อในส่วนนี้คือ โคนลิ้น ทอนซิล เพดานอ่อน และลิ้นไก่) โดย จะอยู่ต่อจากลิ้นลึกลงไปในลำคอ มองเห็นเป็นส่วนที่ขรุขระเป็นตะปุ่มตะป่ำ จากมีต่อมรับรส(Taste bud) และต่อมสร้างน้ำลายชนิดที่ช่วยย่อยไขมัน (Von Ebner's glands) อยู่เป็นจำนวนมาก

มะเร็งโคนลิ้นเป็นโรคของผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป (พบในอายุน้อยกว่านี้ได้ประปราย) พบในผู้ชายสูงกว่าในผู้หญิงประมาณ 4 - 5 เท่า

เนื่องจากมะเร็งโคนลิ้นจัดอยู่ในกลุ่มมะเร็งในระบบศีรษะและลำคอ (Head and neck can cer) และยังรวมอยู่ในกลุ่มมะเร็งคอหอยส่วนปาก ดังนั้นอุบัติการณ์การเกิดโรคจึงมักรวมอยู่ในอุบัติ การณ์ของโรคมะเร็งในระบบศีรษะและลำคอหรือในส่วนคอหอยส่วนปาก มักไม่มีการแยกศึกษาเฉพาะ

ทั่วโลกพบโรคมะเร็งในระบบศีรษะและลำคอได้ประมาณครึ่งล้านคนต่อปี ในสหรัฐอเมริกา พบโรคมะเร็งในระบบศีรษะและลำคอได้ประมาณ 3% ของโรคมะเร็งทุกระบบ โดยในปี ค.ศ. 2008 (พ.ศ.2551) พบผู้ป่วยโรคมะเร็งคอหอยทั้งหมดซึ่งรวมถึงโรคมะเร็งคอหอยส่วนปากทั้งหมด (รวมมะเร็งโคนลิ้น) 12,410 คน

ในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2544 - 2546 มีรายงานจากทะเบียนมะเร็งแห่งชาติ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข พบโรคมะเร็งในส่วนคอหอยส่วนปาก (นับรวมโรคมะเร็งโคนลิ้น แต่ไม่นับรวมโรคมะเร็งต่อมทอนซิล) ในเพศชาย 0.2 รายต่อประชากรชาย 100,000 คน และในเพศหญิงทั้งหมด 31 รายจากผู้ป่วยมะเร็งผู้หญิงทั้งหมดที่ศึกษา 119,065 ราย ซึ่งอัตราเกิดน้อยมากจนไม่สามารถคำนวณทางสถิติที่เป็นค่าต่อประชากรหญิงของประเทศ 100,000 คน (ค่า ASR: Age-standardized Incidence rate) ได้

โรคมะเร็งโคนลิ้นมีกี่ชนิด?

มะเร็งโคนลิ้น

โรคมะเร็งโคนลิ้นมีหลากหลายชนิด แต่ประมาณ 90 - 95% เป็นมะเร็งในกลุ่มมะเร็งคาร์ซิโนมาที่เป็นชนิดสความัส (Squamous cell carcinoma) โดยพบชนิดอื่นๆได้บ้างประปรายรวมกันแล้วประมาณ 5 - 10% เช่น ชนิดอะดีโน (Adenocarcinoma) ที่เกิดจากเซลล์ต่อมน้ำ ลายที่โคนลิ้น หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เกิดจากเซลล์ต่อมน้ำเหลืองที่มีอยู่ในโคนลิ้นเช่นกัน ดังนั้น โดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึงโรคมะเร็งโคนลิ้นจึงมักหมายถึงโรคมะเร็งชนิดสความัส ในบท ความนี้จึงกล่าวถึง “โรคมะเร็งโคนลิ้นชนิดสความัส” เท่านั้น

โรคมะเร็งโคนลิ้นเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

สาเหตุที่แน่นอนชัดเจนของการเกิดโรคมะเร็งโคนลิ้นยังไม่ทราบ แต่พบมีปัจจัยเสี่ยงซึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดคือ การสูบบุหรี่ (เพิ่มปัจจัยเสี่ยงสูงกว่าคนไม่สูบประมาณ 20 เท่า) และการดื่มสุรา (เพิ่มปัจจัยเสี่ยงสูงกว่าคนไม่ดื่มประมาณ 5 เท่า) แต่ถ้าทั้งสูบบุหรี่และดื่มสุรา ปัจจัย เสี่ยงเพิ่มเป็นประมาณ 50 เท่า ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นๆเช่น

โรคมะเร็งโคนลิ้นมีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งโคนลิ้น แต่เป็นอาการเหมือนลำคออักเสบจากสาเหตุทั่ว ไป โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งโคนลิ้นได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งโคนลิ้นได้จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจช่องปากและลำคอ การตรวจคลำต่อมน้ำเหลืองลำคอ และอาจตรวจภาพลำคอด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือเอมอาร์ไอ แต่ที่วินิจฉัยได้แน่นอนคือ การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อ/แผลที่โคนลิ้นเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

ภายหลังเมื่อทราบว่าเป็นโรคมะเร็งโคนลิ้นแล้ว จะมีการตรวจสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะโรคและสุขภาพผู้ป่วยเช่น ตรวจเลือดซีบีซี (CBC) การตรวจปัสสาวะ การตรวจเลือดดูค่าน้ำตาล (โรคเบาหวาน) ดูการทำงานของตับ ไต และค่าเกลือแร่ ตรวจภาพลำคอด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอมอาร์ไอ ดูการลุกลามของโรคเมื่อยังไม่ได้ตรวจในช่วงวินิจฉัยโรค ตรวจเอกซเรย์ปอด ดูโรคปอดและโรคหัวใจและดูการแพร่กระจายของโรคสู่ปอด อาจมีการตรวจภาพตับด้วยอัลตราซาวด์ และการตรวจภาพกระดูกทั้งตัวที่เรียกว่า การสะแกนกระดูก (Bone scan) เพื่อดูการแพร่กระจายของโรคเข้าสู่ตับและเข้าสู่กระดูก ตามลำดับ ทั้งนี้การตรวจเพิ่มเติมต่างๆ จะขึ้นกับความรุนแรงของโรค อาการผู้ป่วย และดุลพินิจของแพทย์

โรคมะเร็งโคนลิ้นมีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งโคนลิ้นมี 4 ระยะและแบ่งระยะเช่นเดียวกับโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อต่างๆของคอหอยส่วนปาก (มะเร็งคอหอยส่วนปาก) ซึ่งบางระยะโรคอาจแบ่งย่อยได้อีกเป็น A, B และ C เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้ช่วยในการรักษาและในการศึกษา โดยทั้ง 4 ระยะหลักได้แก่

โรคมะเร็งโคนลิ้นรักษาอย่างไร?

โคนลิ้นเป็นอวัยวะที่อยู่ลึกและติดต่อกับลิ้นทางด้านหน้า ส่วนด้านหลังจะติดต่อลงไปยังกล่องเสียง ดังนั้น การรักษาด้วยการผ่าตัดจึงมักยุ่งยาก และส่งผลถึงการทำงานของลิ้นและของ กล่องเสียงได้ ประกอบกับการรักษาด้วยรังสีรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัดให้ผลการรักษาได้ไม่แตก ต่างจากการผ่าตัด ดังนั้นในบ้านเราจึงไม่นิยมรักษาโรคมะเร็งโคนลิ้นด้วยการผ่าตัด ยกเว้นเฉพาะในผู้ป่วยบางรายที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก

ดังนั้นการรักษาโรคมะเร็งโคนลิ้นส่วนใหญ่ในบ้านเราจึงเป็นการรักษาร่วมกันระหว่างรังสีรักษาและยาเคมีบำบัด แต่ในผู้ป่วยบางรายที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กและโรคยังไม่ลุกลามเข้าต่อม น้ำเหลือง การรักษาอาจเป็นเพียงรังสีรักษาวิธีการเดียว

ส่วนการรักษาด้วยยารักษาตรงเป้า ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา และตัวยายังมีราคาแพง มหาศาลเกินกว่าที่ผู้ป่วยทุกคนจะเข้าถึงยานี้ได้

อย่างไรก็ตาม ในการรักษาว่าจะใช้วิธีการใด แพทย์จะประเมินจากระยะโรคมะเร็ง ชนิดเซลล์มะเร็ง โรคประจำตัวต่างๆของผู้ป่วย อายุ และสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย

ในผู้ป่วยที่สุขภาพร่างกายอ่อนแอหรือสูงอายุมาก ผู้ป่วยมักไม่สามารถทนผลข้างเคียงจากวิธีรักษาต่างๆได้ แพทย์จึงอาจแนะนำเพียงการรักษาประคับประคองตามอาการเช่น รังสีรักษาเทคนิคที่ปริมาณรังสีต่ำที่จะลดผลข้างเคียงจากรังสีรักษาลงได้อย่างมาก, ยาแก้ปวด, การใส่ท่อให้อาหารผ่านทางหน้าท้องกรณีกินได้น้อย, หรือใส่ท่อช่วยหายใจกรณีก้อนเนื้ออุดกั้นช่องคอ เป็นต้น

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งโคนลิ้นอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งโคนลิ้นขึ้นกับวิธีรักษา

อนึ่ง: ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งทุกชนิดรวมทั้งโรคมะเร็งโคนลิ้นขึ้นกับวิธีรักษา ซึ่งผลข้างเคียงจะสูงและรุนแรงขึ้นเมื่อ

โรคมะเร็งโคนลิ้นรุนแรงไหม?

โรคมะเร็งโคนลิ้นมีความรุนแรงโรคปานกลาง มีโอกาสรักษาได้หายทั้งนี้ขึ้นกับระยะโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง อายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยอัตรารอดที่ 5 ปีหลังการรักษาของมะเร็งโคนลิ้นจะเช่นเดียวกับในโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อต่างๆในส่วนคอหอยส่วนปาก (มะเร็งคอหอยส่วนปาก)

อัตรารอดที่ 5 ปีของโรคมะเร็งคอหอยส่วนปากซึ่งรวมทั้งโรคมะเร็งโคนลิ้นคือ

  • โรคระยะที่ 1 ประมาณ 56 - 70%,
  • ระยะที่ 2 ประมาณ 50 - 65%,
  • ระยะที่ 3 ประมาณ30 - 50%, และ
  • ระยะที่ 4 ประมาณ 0 - 30%

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งโคนลิ้นส่วนปากไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งโคนลิ้นให้พบตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นการดูแลตนเองที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ การรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เมื่อมีอาการผิดปกติดัง กล่าวแล้วในหัวข้อ อาการ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาโรคแต่ในระยะต้นๆที่จะให้ผลการรักษาได้ดีขึ้น

ป้องกันโรคมะเร็งโคนลิ้นอย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันโรคมะเร็งโคนลิ้น แต่การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง (ที่หลีกเลี่ยงได้) ดังที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคลงได้ โดยเฉพาะการเลิกบุหรี่และเลิกสุราเมื่อบริโภคอยู่ หรือการไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด

นอกจากนั้นคือ

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในโรคมะเร็งทุกชนิดรวมทั้ง มะเร็งโคนลิ้น อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรค มะเร็งและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และเรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด

บรรณานุกรม

1. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.

3. Haffty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology: basic principles and clinical protocols. Boston: Jones and Bartlett Publishers.
http://en.wikipedia.org/wiki/Head_and_neck_cancer#Epidemiology [2015,Jan24]

6. Perez,C., Brady, L., Halperin, E., and Schmidt-Ullrich, R. (2004). Principles and practice of radiation oncology. (4th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins
http://www.headandneckoncology.org/content/4/1/1 [2015,Jan 24]
http://www.cancer.org/cancer/oralcavityandoropharyngealcancer/detailedguide/oral-cavity-and-oropharyngeal-cancer-survival-rates [2015,Jan24] 2. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer 4. Head and Neck cancer 5. Khuhaprema, T. et al. (2010). Cancer in Thailand. Volume. V, 2001-2003. Thai National Cancer Institute. 7. Saman,D. (2012). A review of the epidemiology of oral and pharyngeal carcinoma: update. Head and Neck Oncology. 8. Survival rate for oral cavity and oropharyngeal cancer by stages



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน sirikul artthat39
Frame Bottom