Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ลิ้น  ระบบมะเร็งวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

แผลที่ลิ้น 

บทนำ

ลิ้น (Tongue) เป็นอวัยวะหนึ่งของช่องปาก มีหน้าที่รับรสอาหาร ช่วยคลุกเคล้าอาหารกับน้ำลาย ช่วยการกลืนอาหาร/น้ำดื่ม ช่วยการออกเสียง และยังมีต่อมน้ำลายเล็กๆกระจายทั่ว ไปบนลิ้นซึ่งช่วยในการสร้างน้ำลาย

ลิ้น สามารถเกิดเป็นมะเร็งได้ โดยโรคมะเร็งลิ้น (Tongue cancer) จัดรวมอยู่ในโรคมะ เร็งช่องปากจากการที่มีธรรมชาติของโรค อาการ การวินิจฉัย ระยะโรค การรักษา เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาโรคมะเร็งลิ้นมักรุนแรงกว่าโรคมะเร็งชนิดอื่นๆของช่องปากเช่น โรคมะเร็งของริมฝีปาก เป็นต้น ทั้งนี้เพราะเมื่อพบโรค โรคมักอยู่ในระยะลุกลามรุนแรงกว่า เนื่องจากลิ้นเป็นอวัยวะมีหลอดเลือดและระบบน้ำเหลืองมากมายมากกว่าเนื้อเยื่อ/อวัยวะอื่นๆของช่องปาก โรค มะเร็งจึงมักลุกลามเข้าเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่อยู่ข้างเคียงและเข้าต่อมน้ำเหลืองได้สูงและอย่างรวดเร็ว

สถิติโรคมะเร็งลิ้น อาจรายงานรวมอยู่ในโรคมะเร็งช่องปากหรือบางครั้งรายงานแยกเฉพาะมะเร็งลิ้นก็ได้ ในสหรัฐอเมริกาในปี พศ. 2552 พบผู้ป่วยโรคมะเร็งลิ้นที่เกิดใหม่ทั้งผู้ หญิงและผู้ชายรวมกัน 10,530 ราย ส่วนในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2544 - 2546 รายงานจากทะเบียนมะเร็งแห่งชาติ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข พบโรคมะเร็งลิ้นในผู้หญิง 0.8 รายต่อประชากรหญิง 100, 000 คน และ ในผู้ชาย 1.8 รายต่อประชากรชาย 100,000 คน

โรคมะเร็งลิ้นเป็นมะเร็งของผู้ใหญ่ พบในผู้ชายบ่อยกว่าในผู้หญิงประมาณ 2 เท่า ส่วนใหญ่พบในอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปโดยพบได้สูงสุดในช่วงอายุ 60 - 65 ปี อย่างไรก็ตามพบใน ช่วงอายุต่ำกว่า 45 ปีได้แต่ไม่ค่อยพบในเด็ก ซึ่งโรคมะเร็งลิ้นในคนอายุต่ำกว่า 45 ปีเชื่อว่าน่ามีปัจจัยเสี่ยงจากพันธุกรรมมากกว่าปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ชีวิตซึ่งที่สำคัญคือ บุหรี่ เครื่องดื่มแอล กอฮอล์ และการติดเชื้อเอชพีวี (HPV, Human papilloma virus) ของช่องปากที่มักติดต่อจากเพศสัมพันธ์ทางปากเมื่อไม่ใช้ถุงยางอนามัยชาย

โรคมะเร็งลิ้นมีกี่ชนิด?

มะเร็งลิ้น

โรคมะเร็งลิ้นมีหลากหลายชนิด แต่เกือบทั้งหมดเป็นชนิดมะเร็งคาร์ซิโนมา (Carcinoma ) และเกือบทั้งหมดของมะเร็งคาร์ซิโนมาจะเป็นมะเร็งจากเซลล์ของเยื่อเมือกชนิด สความัส (Squamous cell carcinoma) ดังนั้นโดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึง “โรคมะเร็งลิ้น” จึงหมายถึงโรคมะ เร็งชนิดนี้ซึ่งรวมถึงบทความนี้ด้วย

โรคมะเร็งลิ้นเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

สาเหตุขอโรคมะเร็งลิ้นที่แท้จริงยังไม่ทราบ แต่ปัจจัยเสี่ยงเช่นเดียวกับโรคมะเร็งช่องปากคือ

  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์
  • เมื่อทั้งสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจัยเสี่ยงจะเพิ่มเป็นหลายๆเท่าของคนที่ไม่สูบบุหรี่และที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และสูงกว่าคนที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว บางรายงานให้สูงกว่าได้ถึง 20 - 30 เท่า
  • ช่องปากติดเชื้อไวรัสเอชพีวีจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปากดังกล่าวแล้ว ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก
  • อาจจากสาเหตุทางพันธุกรรมเมื่อโรคเกิดในคนอายุน้อยกว่า 45 ปี

โรคมะเร็งลิ้นมีอาการอย่างไร?

อาการสำคัญของโรคมะเร็งลิ้นคือ มีแผลหรือก้อนเนื้อเรื้อรังที่ลิ้นส่วนใดก็ได้ ซึ่งแผล/ก้อนเนื้อมักไม่หายไปภายใน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้พบได้ทั้งมีขนาดเล็กเป็นมิลลิเมตร (มล.) ไปจน ถึงใหญ่เป็นเซนติเมตร (ซม.) และอาการอื่นๆนอกจากนั้นเช่น

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งลิ้นได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งลิ้นได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจช่องปากและลิ้น และตรวจคลำต่อมน้ำเหลืองต่างๆในส่วนลำคอ แต่ที่ให้ผลแน่นอนคือ การตัดชิ้นเนื้อจากแผล/รอยโรคเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

เมื่อผลชิ้นเนื้อระบุเป็นโรคมะเร็ง จะมีการตรวจสืบค้นต่างๆเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะโรค มะเร็งและสุขภาพผู้ป่วยเช่น

โรคมะเร็งลิ้นมีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งลิ้นมี 4 ระยะเช่นเดียวกับโรคมะเร็งอื่นๆและจะเช่นเดียวกับมะเร็งช่องปาก โดยแต่ละระยะยังอาจแบ่งย่อยได้อีกเป็น A, B, C (เช่น ระยะ 4 A เป็นต้น) ทั้งนี้เพื่อแพทย์โรคมะ เร็งใช้ช่วยในการรักษาและในการศึกษาซึ่งทั้ง 4 ระยะหลักคือ

โรคมะเร็งลิ้นรักษาอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งลิ้นคือ

  • ในโรคระยะที่ 1 อาจเป็นการผ่าตัดลิ้นหรือการฝังแร่ (การใส่แร่) ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์
  • โรคในระยะที่ 2 ถึงระยะที่ 4 กลุ่มที่ยังไม่มีโรคแพร่กระจาย เมื่อสามารถผ่าตัดได้ แพทย์มักให้การรักษาด้วยการผ่าตัดก่อนมะเร็งหรือผ่าตัดลิ้น หลังจากนั้นจึงรักษาต่อเนื่องด้วยรังสีรัก ษาและ/หรือยาเคมีบำบัดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • ส่วนโรคในระยะที่ 4 กลุ่มที่มีโรคแพร่กระจายแล้วหรือในโรคระยะต่างๆที่สุขภาพผู้ป่วยไม่ดี แนวทางการรักษาจะเป็นการรักษาประคับประคองตามอาการซึ่งแพทย์พิจารณาผู้ป่วยเป็นรายๆไป

ในการรักษาที่เป็นการให้รังสีรักษา แพทย์มักปรึกษาทันตแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากและฟันก่อนให้รังสีรักษา ซึ่งถ้าพบมีฟันผุมาก ทันตแพทย์มักต้องถอนฟันก่อน และจะเริ่มรังสีรักษาได้ต่อเมื่อแผลถอนฟันติด/หายดีแล้ว เพื่อป้องกันแผลถอนฟันไม่ติดจากช่องปากได้ รับรังสีที่อาจส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของช่องปากและของกระดูกกรามได้

อนึ่ง ในโรคระยะลุกลามรุนแรง การรักษาด้วยยารักษาตรงเป้าร่วมกับรังสีรักษาและ/หรือยาเคมีบำบัด อาจเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้ แต่ทั้งนี้ยานี้ยังมีราคาแพงมหาศาลเกินกว่าผู้ ป่วยทุกคนจะเข้าถึงยากลุ่มนี้ได้

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งลิ้นอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งลิ้นขึ้นกับวิธีรักษา

อนึ่ง: ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งทุกชนิดรวมทั้งโรคมะเร็งลิ้นขึ้นกับวิธีรักษาซึ่งผลข้างเคียงจะสูงและรุนแรงขึ้นเมื่อ

โรคมะเร็งลิ้นรุนแรงไหม?

โรคมะเร็งลิ้นเป็นโรคมะเร็งมีการพยากรณ์โรคหรือความรุนแรงปานกลาง มีโอกาสรักษาได้หาย โดยโอกาสรักษาหายขึ้นกับ ระยะโรค อายุ การเคยสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และสุขภาพผู้ป่วย

โดยทั่วไปอัตรารอดที่ 5 ปี คือ

  • โรคระยะที่ 1 ประมาณ 70 - 75%
  • ระยะที่ 2 ประมาณ 60 - 65%
  • ระยะที่ 3 ประมาณ 20 - 50%
  • ระยะที่ 4 เมื่อยังไม่มีโรคแพร่กระจายประมาณ 0 - 20%
  • ระยะที่ 4 เมื่อมีโรคแพร่กระจายแล้วประมาณ 0 - 5%

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลิ้นไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลิ้น ดังนั้นการดูแลตนเองที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ การสังเกตความผิดปกติของลิ้น เมื่อมีแผลเรื้อรังหรือก้อนเนื้อที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์หลังการดูแลตนเอง ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ เพื่อการวินิจฉัยโรคและเพื่อได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆที่จะช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้น

ป้องกันโรคมะเร็งลิ้นอย่างไร?

วิธีป้องกันโรคมะเร็งลิ้นให้ได้เต็มร้อยยังเป็นไปไม่ได้ เพราะยังไม่ทราบสาเหตุของโรคนี้ที่แน่ชัด แต่มีวิธีลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งลิ้นซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งช่องปากและโรค มะเร็งอื่นๆลงได้อีกด้วยเช่น มะเร็งคอหอย มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ คือ การไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และเลิกบุหรี่ และแอลกอฮอล์เมื่อบริโภคอยู่ อีกประการคือ หลีกเลี่ยงการติดเชื้อเอชพีวีในช่องปากจากมีเพศสัมพันธ์ทางปากด้วยการใช้ถุงยางอนามัยชายเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางปากเสมอ

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิดที่รวมถึงโรคมะ เร็งลิ้นจะเหมือนกัน อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความ เรื่อง การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และเรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด

บรรณานุกรม

1. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.

3. Gosselin,B. et al. (2013). http://emedicine.medscape.com/article/847428-overview#showall [2015,Jan10]
4. Haffty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology: basic principles and clinical protocols. Boston: Jones and Bartlett Publishers

https://ispub.com/IJORL/2/2/12016 [2015,Jan10]

2. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer 5. Halperin,E., Wazer, D., Perez,C., and Brady,L. (2013). Principle and practice of radiation oncology.(6th ed). Walter KLUWER/Lippincott Williams & Wilkins. Philadelphia 6. Kazi,R. et al. (2003). Carcinoma of tongue: a retrospective study of 110 cases The Internet Journal of Otorhinolaryngology. 2003 Volume 2 Number 2. 7. Khuhaprema, T. et al. (2010). Cancer in Thailand. Volume. V, 2001-2003. Thai National Cancer Institute.



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน opal2543 Pattharapol005
Frame Bottom