Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ปอด  ระบบมะเร็งวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ไอเป็นเลือด  โรคมะเร็ง 

บทนำ

มะเร็งปอด (Lung cancer) คือ โรคเกิดจากเซลล์ปอดเจริญแบ่งตัวผิดปกปกติตลอดเวลาและร่างกายควบคุมการแบ่งตัวนี้ไม่ได้ จึงทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อร้าย/ก้อนมะเร็งในปอด และ/หรือเกิดเป็นน้ำมะเร็งในโพรงเยื่อหุ้มปอด ที่ส่งผลให้เนื้อปอดปกติเสียหายจนก่ออาการผิดปกติ ซึ่งที่พบบ่อย คือ ไอ มักไอเป็นเลือด หายใจลำบาก น้ำหนักตัวลด อ่อนเพลีย

มะเร็งปอดเป็นโรคของผู้ใหญ่ เป็นโรคพบบ่อยมากทั้งในคนไทยและทั่วโลก พบในผู้ชายได้บ่อยกว่าในผู้หญิงประมาณ 2 ถึง 3 เท่า โดยทั่วไปพบโรคได้สูงตั้งแต่ในอายุ 35 ปีขึ้นไป

มะเร็งปอดมีความรุนแรงโรคสูงมาก เป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 ของโรคมะเร็งทั้งหมด พบผู้ป่วยใหม่โรคนี้ได้ประมาณ 1.8 ล้านคนต่อปี ในการนี้จะเสียชีวิต 1.56 ล้านราย ส่วนในประเทศไทยช่วงค.ศ.2010-2012 พบโรคนี้ในผู้หญิง 10.1 รายต่อประชากรหญิง 100,000 คน และในผู้ชาย 22.7ราย ต่อประชากรชาย 100,000 คน

โรคมะเร็งปอดมีได้หลากหลายชนิด ทั้งมะเร็งกลุ่มคาร์ซิโนมา(Carcinoma) และกลุ่มซาร์โคมา(Sarcoma) แต่เกือบทั้งหมดเป็นมะเร็งคาร์ซิโนมา ชนิดที่เรียกว่า Squamous cell carcinoma, Adenocarcinoma, Undifferentiated carcinoma, และ Small cell carcinoma นอกจากนี้ มะเร็งส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะเกิดที่ผนังหลอดลม(Bronchial tree) ทั่วไป ทางการแพทย์โรคมะเร็ง จึงเรียกโรคมะเร็งปอดว่า ‘Bronchogenic carcinoma หรือ Brochogenic cancer’ ซึ่งในบทความนี้ จะกล่าวถึง มะเร็งปอดกลุ่มนี้เท่านั้น

มะเร็งปอด ที่พบบ่อยมี 2 ชนิดหลัก คือ มะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวโต (หรือ เซลล์ตัวใหญ่ หรือ มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์ตัวเล็ก / Non-small cell carcinoma) และมะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวเล็ก (Small cell carcinoma)

โรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวโต พบได้บ่อยกว่าชนิดเซลล์ตัวเล็กมาก มักลุกลามอยู่ในปอดและในเนื้อเยื่อข้างเคียงก่อน ต่อจากนั้นจึงลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่ขั้วปอด และในช่องอก แล้วจึงแพร่กระจายเข้าสู่กระแสโลหิต (เลือด)

โรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวเล็ก พบได้น้อยกว่าชนิดเซลล์ตัวโตมาก แต่รุนแรงกว่า เมื่อตรวจพบ โรคมักลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง และแพร่กระจายสู่กระแสโลหิตแล้ว

โรคมะเร็งปอดทั้ง 2 ชนิด/กลุ่ม เมื่อแพร่กระจาย มักเข้าสู่ เนื้อเยื่อปอดในส่วนอื่นๆ รวมถึงปอดอีกข้าง สู่เยื่อหุ้มปอดจนก่อให้เกิดน้ำมะเร็งในโพรงเยื่อหุ้มปอด กระดูก สมอง ต่อมหมวกไต และตับ

โรคมะเร็งปอดเกิดได้อย่างไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

มะเร็งปอด

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคมะเร็งปอด แต่ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด คือ

  • การสูบบุหรี่ และการได้รับควันบุหรี่ (สูบบุหรี่มือสอง) โดยเฉพาะเมื่อสูบจัดต่อเนื่อง (ตั้งแต่วันละ 1 ซองขึ้นไป)

นอกจากนั้น ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่สำคัญน้อยกว่า บุหรี่ เช่น

  • อาจจากได้รับ ฝุ่นแร่ ควันพิษ บางชนิดต่อเนื่องทางการหายใจ เช่น จากการทำ เหมืองแร่ต่างๆ เช่น แร่ใยหิน(Asbestos) แร่ยูเรเนียม (Uranium) ควันจากการเผาไหม้สารดีเซล
  • การดื่มน้ำที่ปนเปื้อนสารหนูในปริมาณสูงต่อเนื่อง
  • อาจจากมีพันธุกรรมบางชนิดผิดปกติ

*อนึ่ง ผู้มีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปอด ได้แก่

  • ผู้ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ หรือที่เคยสูบบุหรี่ต่อเนื่องที่หยุดมานานแต่ยังไม่เกิน15ปี โดยทั้ง2กลุ่ม สูบต่อเนื่องตั้งแต่30ซองขึ้นไป/ปี และอยู่ในอายุช่วง 55-74ปี

โรคมะเร็งปอดมีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งปอด แต่มีอาการคล้ายกับอาการทั่วไปของโรคปอดจากสาเหตุต่างๆ ซึ่งอาการพบบ่อยของโรคมะเร็งปอด ได้แก่

ก. ไม่มีอาการเมื่อเริ่มเป็นโรค

ข. ต่อเมื่อโรคมีการลุกลามจึงเกิดอาการ ที่พบบ่อย คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งปอดได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งปอด ได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจภาพปอดด้วยเอกซเรย์ธรรมดา และ/หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แต่ที่ให้ผลแน่นอน คือ การตรวจ/การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อในปอด หรือ ในหลอดลม เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา หรือ เจาะ/ดูดเซลล์จากก้อนเนื้อ หรือ น้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดเพื่อการตรวจทางเซลล์วิทยา ทั้งนี้รวมถึงการส่องกล้องตรวจหลอดลมในปอดซึ่งขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์เป็นกรณีๆไป หรือการตัดชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองเหนือกระดูกไหปลาร้ากรณีมะเร็งลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองนี้ จนต่อมน้ำเหลืองโตและตรวจคลำได้

โรคมะเร็งปอดมีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งปอดแบ่งเป็น 4 ระยะ เช่นเดียวกับโรคมะเร็งอื่นๆ ได้แก่

อนึ่ง ถ้าเซลล์มะเร็งลุกลามอยู่เฉพาะในผนังหลอดลม เรียกว่า เป็นมะเร็งระยะยังไม่มีการรุกราน(Preinvasive หรือ Preinvasive cancer) จัดเป็น ‘มะเร็งระยะศูนย์(Stage0)’ หลายท่านจึงยังไม่จัดโรคระยะ0 นี้เป็นมะเร็งอย่างแท้จริง เพราะมะเร็งแท้จริงต้องมีการรุนราน(Invasive) ซึ่งโรคมะเร็งปอดระยะนี้ ยังพบได้น้อยมากๆ

มีแนวทางรักษาโรคมะเร็งปอดอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งปอด คือ การผ่าตัดเมื่อยังผ่าตัดได้ หลังจากนั้นจึงพิจารณารักษาต่อเนื่องด้วย รังสีรักษา และ/หรือ ยาเคมีบำบัด

*อย่างไรก็ตาม ในการรักษา แพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาจาก ระยะโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง อายุ สุขภาพผู้ป่วย และความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัวเสมอ

มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้างจากการรักษาโรคมะเร็งปอด?

ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งปอดขึ้นกับวิธีรักษา และผลข้างเคียงจะมีโอกาสเกิดสูงขึ้นเมื่อ

ทั้งนี้ผลข้างเคียงที่ต่างกันในแต่ละวิธีรักษา เช่น

ก. การผ่าตัด: ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น การสูญเสียอวัยวะ ต้องตัดเนื้อเยื่อปอดออก บางครั้งอาจต้องตัดปอดทั้งข้าง แผลผ่าตัดเลือดออก แผลผ่าตัดติดเชื้อ และเสี่ยงต่อการใช้ยาสลบ

ข. รังสีรักษา: ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ คือ ผลข้างเคียงต่อ ผิวหนังตรงส่วนที่ฉายรังสี และต่อเนื้อเยื่อเฉพาะส่วนที่ได้รับรังสี ซึ่งคือในบริเวณปอด (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การดูแลผิวหนัง และผลข้างเคียงต่อผิวหนังบริเวณฉายรังสีรักษา และเรื่องผลข้างเคียงและการดูแลตนเองเมื่อฉายรังสีรักษาบริเวณปอด)

ค. ยาเคมีบำบัด: ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น อาการ คลื่นไส้อาเจียน ผมร่วง ภาวะซีด การมีเลือดออกได้ง่ายจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำ และการติดเชื้อจากภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำจากเคมีบำบัด และ/หรือรังสีรักษา:การดูแลตนเอง)

ง. ยารักษาตรงเป้า: ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น การเกิดสิวขึ้นทั่วตัวรวมทั้งใบหน้า และยาบางชนิดอาจก่อให้เกิดภาวะเลือดออกได้ง่าย แผลต่างๆติดยากเมื่อเกิดบาดแผล และอาจเป็นสาเหตุให้ผนังลำไส้ทะลุได้(อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ยารักษาแบบจำเพาะต่อเซลล์มะเร็ง)

โรคมะเร็งปอดรุนแรงไหม? รักษาหายไหม?

มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่รุนแรงมาก/มีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี โอกาสรักษาหาย หรือ อัตรารอดชีวิตที่ 5 ปี ดังนี้

  • ระยะที่1: ประมาณ 30-35%
  • ระยะที่2: ประมาณ 20-30%
  • ระยะที่3: ประมาณ 6-10%
  • ระยะที่4: คือ 0% ทั่วไป โรคระยะนี้ผู้ป่วยมักอยู่ได้นานประมาณ 1-2ปี แต่มักไม่เกิน1ปี

มีวิธีคัดกรองโรคมะเร็งปอดไหม?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งปอดที่มีประสิทธิภาพสำหรับคนทั่วไปที่จะช่วยให้พบโรคมะเร็งปอดตั้งแต่เริ่มเป็นโรคที่ไม่มีอาการ ซึ่งนี่เองเป็นเหตุผลให้เมื่อตรวจพบ โรคมะเร็งปอดมักลุกลามแล้ว ทั้งนี้เพราะในระยะ0-2 มักเป็นโรคในระยะยังไม่มีอาการ

ปัจจุบัน สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำการตรวจคัดกรองฯแต่ก็เฉพาะในผู้มีปัจจัยเสี่ยงสูงเกิดมะเร็งปอด ได้แก่

  • ผู้ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ต่อเนื่อง หรือเคยสูบบุหรี่ต่อเนื่องแต่ปัจจุบันหยุดสูบแล้วแต่ยังนานไม่ถึง15 ปี โดยทั้ง2กลุ่ม สูบต่อเนื่องตั้งแต่30ซองขึ้นไป/ปี และมีอายุช่วง 55-74ปี นอกจากนั้น ยังต้องเป็นผู้มีสุขภาะแข็งแรงที่สามารถได้รับการรักษามะเร็งปอดเพื่อการหายขาดได้ทุกวิธีการ(ผ่าตัด ยาเคมีบำบัด และ/หรือรังสีรักษา)
  • การคัดกรองฯ จะด้วยวิธีตรวจคัดกรองภาพปอดด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ชนิดเทคนิคพิเศษรังสีเอกซ์ต่ำที่เรียกว่า ‘Low dose helical CT’ ที่จะช่วยให้ผู้รับการตรวจได้ปริมาณรังสีฯน้อยกว่าเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั่วไป เพราะการตรวจคัดกรองจะต้องทำทุกปี
  • นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรต้องทราบจากแพทย์ว่า การตรวจวิธีนี้มีข้อจำกัด ไม่สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำ100%, เป็นสาเหตุให้ร่างกายได้รับรังสีเอกซ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี, และต้องยอมรับการรักษากรณีตรวจพบความผิดปกติที่แพทย์สงสัยว่าเป็นรอยโรค

มีวิธีป้องกันโรคมะเร็งปอดไหม?

วิธีป้องกันโรคมะเร็งปอดที่ดีที่สุด คือ

  • ไม่สูบบุหรี่ และ เลิกสูบบุหรี่ (เมื่อสูบบุหรี่)
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆดังกล่าวในหัวข้อ’ปัจจัยเสี่ยงฯ’ที่หลีกเลี่ยงได้

เมื่อไรจึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจโรคมะเร็งปอด ?

ควรพบแพทย์ตรวจสุขภาพประจำปีทุกปีสม่ำเสมอ อาจเริ่มตั้งแต่อายุ 18 ปี และแจ้งแพทย์ให้ทราบเรื่อง สูบบุหรี่ นอกจากนั้น คือ ควรรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาล เมื่อมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ’อาการฯ’

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?พบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง และการดูแลผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิดที่รวมถึง ‘มะเร็งปอด’ จะคล้ายคลึงกัน นำมาปรับใช้ด้วยกันได้ แนะนำอ่านเพิ่มเติมรายละเอียดได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง

บรรณานุกรม

  1. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  2. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer.
  3. Gunderson, L., and Tepper, J. (2007). Clinical Radiation Oncology (second edition). Philadelphia: Elsevier Churchill Livingstone.
  4. Imsamran, W. et al. 2015. Cancer in Thailand vol Viii, 2010-2012, National Cancer Institute, Ministry of Public Health. Thailand
  5. Smith, RA. Et al.2018. CA Cancer J Clin. https://onlinelibrary.wiley.com/doi/epdf/10.3322/caac.21446 [2018,Aug4]
  6. https://en.wikipedia.org/wiki/Lung_cancer [2018,Aug4]
  7. https://www.cancer.org/cancer/lung-cancer/prevention-and-early-detection/risk-factors.html [2018,Aug4]
  8. https://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/lung-cancer/survival [2018,Aug4]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน Mekt
Frame Bottom