Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ทั้งตัว  ระบบมะเร็งวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

มีก้อนผิดปกติ 

บทนำ

มะเร็งซาร์โคมา หรือโรคมะเร็งซาร์โคมา (Sarcoma) คือ โรคมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ชนิดที่เรียกว่า Mesenchymal cell ซึ่งเป็นเซลล์ตัวอ่อนที่จะเจริญเติบโตเป็นเนื้อเยื่อหลายชนิด โดย เฉพาะเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและเนื้อเยื่อในระบบโลหิตวิทยาเช่น กล้ามเนื้อ ไขมัน กระดูก เส้นประ สาท ระบบน้ำเหลือง หลอดเลือดต่างๆ ไขกระดูก และพังผืด

มะเร็งซาร์โคมาทั้งหมดยกเว้น มะเร็งกระดูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งอื่นๆในระบบโลหิตวิทยา มักเรียกรวมกันว่า มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน (Soft tissue sarco ma) หรือ มะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue sarcoma)

มะเร็งซาร์โคมาเป็นโรคพบได้เรื่อยๆ ไม่บ่อยนัก ประมาณ 1-5% ของโรคมะเร็งทั้งหมดทั่วร่างกาย แต่เกิดได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ ผู้ชายพบบ่อยกว่าผู้หญิงเล็กน้อย ประมาณ 1.1-1.2:1 ทั้งนี้ พบมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนในอายุน้อยกว่า 40 ปี ได้ประมาณ 20 % ของมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนทั้งหมด ประมาณ 30% ในช่วงอายุ 40-60 ปี และประมาณ 50% ในอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และในมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนมีการศึกษาในสหรัฐอเมริกา พบโรคได้สูงในคนผิวขาวประมาณ 85% ของผู้ป่วย คนผิวดำประมาณ 10% คนเอเชียประมาณ 1% และคนเชื้อชาติอื่นๆประมาณ 3-5%

ในประเทศไทย รายงานจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ปีพ.ศ. 2556 ศึกษาผู้ป่วยมะเร็งช่วง พ.ศ. 2550-2552 พบมะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในผู้หญิง 1.2 รายต่อประชากรหญิง 1 แสนคน และพบในผู้ชาย1.0รายต่อประชากรชาย 1 แสนคนเช่นกัน

มะเร็งซาร์โคมาเกิดได้อย่างไร? อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยง?

มะเร็งซาร์โคมา

ปัจจุบัน สาเหตุแท้จริงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งซาร์โคมา ยังไม่ทราบ แต่พบมีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่

มะเร็งซาร์โคมามีกี่ชนิด? ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?

มะเร็งซาร์โคมา เกิดขึ้นได้กับเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆทุกชนิดทั่วร่างกาย และมีได้หลาก หลายชนิด ชนิดที่พบได้บ่อย คือ

อนึ่ง มะเร็งของไขกระดูก เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือ มะเร็งกระดูก ก็จัดอยู่ในกลุ่มมะเร็งซาร์โคมาด้วยเช่นกัน

มะเร็งซาร์โคมามีอาการอย่างไร?

อาการของซาร์โคมา จะเหมือนกับมะเร็งทุกชนิด คือ การมีก้อนเนื้อ หรือ มีแผลเรื้อรัง โดยก้อนเนื้อหรือแผล เป็นก้อนเนื้อที่โตขึ้นเรื่อยๆ และสามารถลุกลามแพร่กระจายเข้าสู่ต่อมน้ำ เหลือง และเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย ซึ่งเมื่อแพร่กระจายมักกระจายเข้าสู่ ปอด (พบได้บ่อยที่สุด) นอกจากนั้น คือ กระดูก ตับ และสมอง

อาการอื่นๆที่อาจพบได้ คือ

มะเร็งซาร์โคมามีกี่ระยะ?

มะเร็งซาร์โคมาซึ่งส่วนใหญ่เป็นมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน ซึ่งแบ่งเป็น 4 ระยะเช่นเดียวกับโรค มะเร็งอื่นๆ แต่ที่แตกต่างคือ มีการนำลักษณะและการแบ่งตัวของเซลล์ (Grade หรือ ย่อว่า G) มาอยู่ในระยะโรคด้วย เนื่องจาก มีผลต่อความรุนแรงของโรค คือ

ระยะของโรคมะเร็งซาร์โคมา ได้แก่

ระยะ 1 ก้อนหรือแผลมะเร็งมีขนาดไม่เกิน 5 เซนติเมตร เซลล์มะเร็งเป็นชนิด G1 และโรคยังไม่มีการลุกลามแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง และ/หรือ อวัยวะอื่นๆ

ระยะ 2 ก้อนมะเร็งโตไม่เกิน 5 เซนติเมตร แต่เซลล์มะเร็งเป็นชนิด G2 หรือ G3 หรือก้อน มะเร็งโตเกิน 5 เซนติเมตร และเซลล์มะเร็งเป็นชนิด G1 หรือ G2

ระยะ 3 ก้อนมะเร็งโตเกิน 5 เซนติเมตรและเซลล์มะเร็งเป็นชนิด G3 และ/หรือมีโรคลุก ลามเข้าต่อมน้ำเหลืองใกล้ก้อนมะเร็ง

ระยะ 4 โรคแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ อาจทางกระแสโลหิต หรือทางระบบน้ำเหลือง ที่พบบ่อยที่สุดเมื่อแพร่กระจาย คือ แพร่กระจายสู่ปอด นอกนั้นอาจสู่ ตับ กระดูก สมอง และต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ไกลจากอวัยวะที่เกิดโรคมะเร็ง เช่น เป็นมะเร็งของขา แต่พบโรคแพร่กระ จายไปยังต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง หรือเหนือกระดูกไหปลาร้า เป็นต้น

มะเร็งซาร์โคมารุนแรงไหม?

ความรุนแรงของโรคมะเร็งซาร์โคมา นอกจากขึ้นกับระยะโรคแล้ว ยังขึ้นกับตำแหน่งที่เกิดโรค เช่น เมื่อเกิดโรคในช่องท้อง และกระดูก โรคจะรุนแรงกว่าเมื่อเกิดโรคกับกล้ามเนื้อ ขา แขน เป็นต้น นอกจากนั้นยังขึ้นกับ การผ่าตัด ถ้าสามารถผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งได้หมด ความรุน แรงโรคจะน้อยกว่าเมื่อผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งออกได้ไม่หมด หรือไม่สามารถผ่าตัดได้

ในภาพรวม อัตรารอดที่ 5 ปีของโรคมะเร็งซาร์โคมาเนื้อเยื่ออ่อน/โรคมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน ในโรคระยะที่ 1 ประมาณ 80-90% ระยะที่ 2 ประมาณ 60-70% ระยะที่ 3 ประมาณ 20-50% และระยะที่ 4 ประมาณ 0-15%

แพทย์วินิจฉัยมะเร็งซาร์โคมาอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งซาร์โคมาได้ด้วยวิธีการเช่นเดียวกับการวินิจฉัยโรคมะเร็งอื่นๆทั่ว ๆไป คือจาก ประวัติอาการมีก้อนเนื้อ การตรวจร่างกาย การตรวจภาพอวัยวะที่เกิดโรคด้วยเอกซ เรย์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเอมอาร์ไอ และที่ให้ผลแน่นอน คือ การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

เมื่อทราบว่าเป็นมะเร็งซาร์โคมาแล้ว จะมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อการจัดระยะของโรคมะเร็งและประเมินสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย เช่น การตรวจเลือดซีบีซี (CBC) การตรวจปัสสาวะ การตรวจเลือดดูค่าน้ำตาลในเลือด (ดูโรคเบาหวาน) ดูการทำงานของ ตับ ไต และเกลือแร่ต่างๆ การตรวจภาพปอดด้วยเอกซเรย์ และ/หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อดูโรคของปอด หัวใจ และดูว่ามีมะเร็งแพร่กระจายสู่ปอดหรือไม่ การตรวจภาพตับดูการแพร่กระจายของโรคสู่ตับด้วย อัล ตราซาวด์ หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และอาจมีการตรวจภาพกระดูกด้วยการสะแกนกระดูกเมื่อสงสัยมีการแพร่กระจายของโรคมะเร็งสู่กระดูก เป็นต้น

รักษามะเร็งซาร์โคมาอย่างไร?

วิธีรักษามะเร็งซาร์โคมา จะขึ้นกับปัจจัยต่างๆ คือ ระยะของโรคมะเร็ง ตำแหน่งหรืออวัยวะที่เกิดโรคว่า ผ่าตัดได้หรือไม่ ชนิดของเซลล์มะเร็งว่า เป็นชนิดตอบสนองต่อยาเคมีบำ บัด รังสีรักษา และ/หรือยารักษาตรงเป้าหรือไม่ อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยเพื่อประเมินว่า ผู้ป่วยจะแข็งแรงพอที่จะรับการรักษาด้วยวิธีต่างๆหรือไม่

โดยทั่วไป โรคมะเร็งซาร์โคมาจะใช้การผ่าตัดเป็นหลัก หลังผ่าตัดแล้วจึงประเมินจากปัจ จัยต่างๆดังกล่าวแล้วว่า ผู้ป่วยควรต้องได้รับยาเคมีบำบัด และ/หรือรังสีรักษาเพิ่มเติมหรือไม่

ทั้งนี้ ปัจจุบัน มีโรคมะเร็งซาร์โคมาชนิดหนึ่ง คือ GIST (โรคมะเร็งซาร์โคมาชนิดหนึ่งของกล้ามเนื้อของอวัยวะภายใน) ซึ่งมีการตอบสนองที่ดีต่อยารักษาตรงเป้า ซึ่งเป็นยารักษามะ เร็งที่ยังมีราคาแพงมาก แต่จากการศึกษาต่างๆพบว่า ในภาพรวมทั้งหมด ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้จะคุ้มค่าต่อการใช้ยารักษาตรงเป้า ดังนั้นรัฐบาลไทยจึงมีกองทุนสนับ สนุนเพื่อการรักษาโรคมะเร็งชนิดนี้โดยเฉพาะ

มีผลข้างเคียงจากการรักษาอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งซาร์โคมา ขึ้นกับวิธีรักษา ได้แก่

อนึ่ง ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งทุกชนิดรวมทั้งโรคมะเร็งซาร์โคมา นอกจากจะขึ้นกับวิธีรักษาแล้ว ผลข้างเคียงจะสูง ขึ้นเมื่อ

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเองที่สำคัญคือ เมื่อคลำพบก้อนเนื้อผิดปกติ ไม่ว่าจะเกิดตำแหน่งใด ควรรีบพบแพทย์เสมอ เพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุแต่เนิ่นๆ ส่วนเมื่อทราบแล้วว่า เป็นโรคมะเร็งซาร์โคมา การดูแลตนเอง การพบแพทย์ ได้แก่

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งซาร์โคมาไหม?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งซาร์โคมาให้พบตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าวในหัวข้อ อาการ โดย เฉพาะเมื่อคลำได้ก้อนเนื้อผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ เพื่อการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุแต่เนิ่นๆเสมอ

ป้องกันมะเร็งซาร์โคมาอย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่พบวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งซาร์โคมา ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ และปัจจัยเสี่ยง ที่หลีก เลี่ยงได้ เช่น การหลีกเลี่ยงสารเคมีต่างๆ รวมทั้งการไม่สำส่อนทางเพศ เพื่อหลีกเลี่ยงโรคติด ต่อทางเพศสัมพันธ์อันตรายที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งคาโปซิซาร์โคมา คือ โรคติดเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์

บรรณานุกรม

  1. Khuhaprema, T. et al. (2013). Cancer in Thailand. Volume. VII, 2007-2009. Thai National Cancer Institute
  2. http://seer.cancer.gov/archive/publications/childhood/childhood-monograph.pdf [2017,Feb4]
  3. http://www.canceradvice.co.uk/soft-tissue-sarcomas/incidence/ [2017,Feb4]
  4. http://www.cancernetwork.com/cancer-management/soft-tissue-sarcomas [2017,Feb4]
  5. http://en.wikipedia.org/wiki/Sarcoma [2017,Feb4]
  6. http://www.cancer.net/cancer-types/sarcoma/view-all [2017,Feb4]
  7. http://www.cancer.org/cancer/soft-tissue-sarcoma/detection-diagnosis-staging/survival-rates.html [2017,Feb4]
Updated 2017,Feb4


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom