Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  ระบบมะเร็งวิทยา  สูตินรีเวช  อวัยวะสืบพันธ์สตรี 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ 

บทนำ

มะเร็งซาร์โคมามดลูก (Uterine sarcoma) เป็นโรคมะเร็งที่เกิดกับกล้ามเนื้อของผนังมดลูก เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งของมดลูกที่พบน้อย ซึ่งมะเร็งมดลูกที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก และ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

มะเร็งซาร์โคมามดลูก เป็นโรคของผู้ใหญ่ มีรายงานพบได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป และโอกาสพบโรคจะสูงขึ้นหลังจากอายุ 50 ปีไปแล้ว หรือหลังจากวัยหมดประจำเดือน

มะเร็งซาร์โคมามดลูก พบประปราย ประมาณ 1% ของโรคมะเร็งในระบบ อวัยวะสืบพันธ์สตรีทั้งหมด และเพียงประมาณ 4-9% ของมะเร็งของมดลูก โดยทั่วไป ทั่วโลกจะพบโรคนี้ประมาณ 0.5-3.3 รายต่อประชากรหญิง 100,000 คน ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย ไม่มีรายงานถึงสถิติเฉพาะโรคนี้เพราะรายงานรวมอยู่ในโรคมะเร็งมดลูก (Uterus unspecified) ที่พบมะเร็งกลุ่มนี้ได้ 0.3 รายต่อประชากรหญิงไทย 100,000คน

มะเร็งซาร์โคมามดลูกมีกี่ชนิด?

มะเร็งซาร์โคมามดลูก

มะเร็งซาร์โคมามดลูก มีหลากหลายชนิด ที่พบบ่อยมี 3 ชนิด คือ

  • Liomyosarcoma(มะเร็งกล้ามเนื้อมดลูก)
  • Endometrial Stromal sarcoma ซึ่งเรียกย่อว่า อีเอสเอส (ESS) และ
  • Carcinosarcoma หรือเรียกอีกชื่อว่า Malignant mixed mesodermal tumor หรืออีกชื่อคือ Malignant mixed mullerian tumor

มะเร็งซาร์โคมามดลูกเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก และพบปัจจัยเสี่ยงเพียงปัจจัยเสี่ยงเดียว คือ

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกมีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก แต่เป็นอาการเหมือนกับอาการของโรคทั่วไปของมดลูก ที่พบบ่อย คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก ได้จาก

ซึ่งภายหลังผลชิ้นเนื้อระบุเป็นมะเร็ง การตรวจสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อหาระยะโรค และเพื่อประเมินสุขภาพของผู้ป่วย โดยทั่วไป

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกมีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก มี 4 ระยะเช่นเดียวกับโรคมะเร็งในระบบอวัยวะสืบพันธ์สตรีอื่นๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือ มะเร็งรังไข่ และแต่ละระยะยังแบ่งย่อยได้อีก นอกจากนั้น แต่ละชนิดของเซลล์มะเร็งนี้ ยังอาจมีระยะโรคที่เฉพาะสำหรับเซลล์มะเร็งแต่ละชนิด ซึ่งเป็นเรื่องในรายละเอียดปลีกย่อยเฉพาะแพทย์โรคมะเร็งใช้ประกอบในการรักษา ซึ่งระยะโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกที่จัดแบ่งตามองค์กรแพทย์นานาชาติด้านสูตินรีเวช ที่ชื่อ The International Federation of Gynecology and Obstetrics (FIGO) ได้แก่

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกรักษาอย่างไร?

การรักษาหลักของโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก คือ

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกอย่างไร?

ผลข้างเคียง/ผลแทรกซ้อนจากการรักษาโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก ขึ้นกับวิธีรักษา โดยผลข้างเคียงจะสูงขึ้นเมื่อ

อนึ่ง ผลข้างเคียงจากวิธีรักษาต่างๆ เช่น

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกรุนแรงไหม?

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก มีความรุนแรง(การพยากรณ์โรค)ในระดับปานกลาง ถึงมีความรุนแรงสูง แต่มีโอกาสรักษาได้หาย

ทั้งนี้โอกาสรักษาได้หาย หรือความรุนแรงของโรค จะขึ้นกับ

อนึ่ง ในกลุ่มโรคที่มีความรุนแรงโรคสูง อัตรารอดชีวิตหลังการรักษาที่ 2 ปี ประมาณ 50% อย่างไรก็ตาอัตรารอดที่ห้าปีของผู้ป่วยโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกทุกชนิดในภาพรวมภายหลังการรักษา คือ

  • ระยะที่1: ประมาณ 60-70%
  • ระยะที่ 2: ประมาณ 40-50%
  • ระยะที่3: ประมาณ 20-40%
  • ระยะที่4: ประมาณ 0-15%

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกไหม?ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองให้พบโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นเมื่อมีอาการผิดปกติต่างดังกล่าวใน ‘หัวข้ออาการฯ’ หรือ จากการตรวจภายในประจำปีเพื่อการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อาจช่วยให้แพทย์พบโรคได้เร็วขึ้นได้

ป้องกันโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกอย่างไร?

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก ดังนั้นการรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาล เมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆทางระบบอวัยวะภายในสตรี หรือดังได้กล่าวแล้วใน ‘หัวข้ออาการฯ’ หรือจาก การตรวจภายในเพื่อการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก อาจช่วยให้แพทย์ตรวจพบโรคนี้ได้เร็วขึ้นกรณีตรวจพบผู้ป่วยมีมดลูกโตผิดปกติ

ดูแลตนเองอย่างไร?ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในมะเร็งทุกชนิดจะคล้ายคลึงกันซึ่งรวมถึงในมะเร็งซาร์โคมามดลูก สามารถปรับใช้ด้วยกันได้ ที่สำคัญคือ

นอกจากนั้น แนะนำอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง

บรรณานุกรม

  1. วสันต์ ลีนะสมิต และสมเกียรติ ศรีสุพรรณดิฐ. (1999).ตำรามะเร็งนรีเวชวิทยา.กรุงเทพ. บริษัทโฮลิสติก พับลิชชิ่ง จำกัด.
  2. Amant,F. et al. (2009). Clinical management of uterine sarcomas. Lacet Oncology. 10, 1188-1198.
  3. Denschlag,D. et al. (2007). Prognostic factors andoutcome in women with uterine sarcoma. EJSO. 33,91-95.
  4. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  5. Haffty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology: basic principles and clinical protocols. Boston: Jones and Bartlett Publishers \
  6. Han,J. et al http://www.medscape.com/viewarticle/722721
  7. Halperin,E., Wazer, D., Perez,C., and Brady,L. (2013). Principle and practice of radiation oncology.(6th ed). Walter KLUWER/Lippincott Williams & Wilkins. Philadelphia
  8. Imsamran, W. et al. (2015). Cancer in Thailand vol Viii, 2010-2012, National Cancer Institute, Ministry of Public Health. Thailand
  9. Zagouri,F. et al. (2009).Treatment of early uterine sarcoma. WJSO.7,38-48.
  10. https://en.wikipedia.org/wiki/Uterine_sarcoma [2019,March9]
  11. https://www.cancer.gov/types/uterine/patient/uterine-sarcoma-treatment-pdq [2019,March9]
  12. https://www.cancer.org/cancer/uterine-sarcoma/detection-diagnosis-staging/staging.html [2019,March9]
  13. https://www.medscape.com/viewarticle/722721 [2019,March9]
  14. https://www.cancer.org/cancer/uterine-sarcoma/detection-diagnosis-staging/survival-rates.html [2019,March9]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน sirikul chon1234 Kingkan1992
Frame Bottom