ของเหลว/น้ำ (Body fluid) เลือด (Blood) น้ำเลือด (Plasma) น้ำเหลือง (Serum, Lymph) หนอง (Pus)

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ภายหลังการผ่าตัดเพื่อตัดกระเพาะปัสสาวะออก จะมีการทำทางเดินปัสสาวะใหม่ (Urinary diversion) ได้หลายวิธี เช่น แพทย์อาจใช้ท่อ (Urinary conduit) ต่อจากท่อไต (Ureters) เพื่อถ่ายน้ำปัสสาวะออกจากร่างกายไปที่ถุงหน้าท้อง (Urostomy bag)

หรือแพทย์อาจใช้วิธี Neobladder กล่าวคือ ผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะออก แล้วเอาลำไส้ใหญ่มาทำกระเพาะปัสสาวะแทน โดยกระเพาะปัสสาวะใหม่นี้จะอยู่ในร่างกายและติดกับท่อปัสสาวะ (Urethra) ทำให้สามารถปัสสาวะได้ตามปกติ หรืออาจต่อท่อปล่อยปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะใหม่

ทั้งนี้ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดอาจทำให้เกิด

นอกจากนี้ยังมีการให้เคมีบำบัด (Chemotherapy) ซึ่งอาจทำหลังการผ่าตัดเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่ หรือทำก่อนการผ่าตัดเพื่อทำให้ก้อนเนื้อที่จะผ่าตัดนั้นเล็กลงก่อน และบางกรณีอาจมีการให้เคมีบำบัดควบคู่กับการใช้รังสีบำบัด (Radiation therapy)

เนื่องจากมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมีโอกาสในการกลับมาเป็นซ้ำมาก (Recurrence) ดังนั้นจึงควรทำการติดตามผลการรักษา (Follow-up plan) ทุก 3-6 เดือนในปีแรก และใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะปัสสาวะ (Cystoscopy) ทุกปี

จากสถิติของ The National Cancer Institute’s SEER ในสหรัฐอเมริกา พบว่า อัตราการอยู่รอดหลังการรักษา 5 ปี เป็นดังนี้

  • ระยะที่ 0 – อัตราร้อยละ 98
  • ระยะที่ 1 – อัตราร้อยละ 88
  • ระยะที่ 2 – อัตราร้อยละ 63
  • ระยะที่ 3 – อัตราร้อยละ 46
  • ระยะที่ 4 – อัตราร้อยละ 15

ทั้งนี้ การลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะอาจทำได้โดย

  • ไม่สูบบุหรี่ – เพื่อไม่ให้สารเคมีที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งสะสมในกระเพาะปัสสาวะ
  • ระวังสารเคมีที่อยู่รอบตัว – หากต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีให้ปฏิบัติตามกฏความปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมี
  • ดื่มน้ำให้มาก – เพื่อละลายสารพิษที่อาจสะสมอยู่ในปัสสาวะและชะล้างสารพิษในกระเพาะปัสสาวะออกให้เร็วที่สุด
  • กินผักและผลไม้หลากหลายชนิด – เพราะผักและผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง

แหล่งข้อมูล

  1. Bladder cancer.http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/bladder-cancer/basics/definition/con-20027606 [2015, October 16].
  2. Bladder Cancer.http://www.webmd.com/cancer/bladder-cancer/bladder-cancer-cause [2015, October 16].
  3. Bladder Cancer.http://www.cancer.org/cancer/bladdercancer/ [2015, October 16].