Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ปอด  ระบบทางเดินหายใจ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

หายใจลำบาก 

บทนำ

ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด หรือภาวะมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pleural effusion) คือ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการมีน้ำ/ของเหลวเข้าไปสะสมอยู่ในโพรงเยื่อหุ้มปอดมากผิดปกติ จึงก่อให้เกิดอาการต่างๆขึ้น

เยื่อหุ้มปอด (Pleura) คือเนื้อเยื่อบางๆ ที่ห่อหุ้มเนื้อเยื่อปอดทั้งหมด โดยมีหน้าที่ปกป้องปอด เยื่อหุ้มปอดจะมี 2 ชั้น ระหว่างชั้นทั้งสองจะเป็นโพรงหรือเป็นช่อง เรียกว่า โพรงเยื่อหุ้มปอด หรือช่องเยื่อหุ้มปอด (Pleural cavity) ซึ่งในโพรงนี้มีของเหลวในปริมาณเล็กน้อยประ มาณ 0.1 - 0.2 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัวของคนๆนั้น 1 กิโลกรัมที่หล่อลื่นเยื่อหุ้มปอดทั้ง 2 ชั้น ไม่ให้เสียดสีกัน และเนื่องจากความดันในโพรงเยื่อหุ้มปอดนี้เป็นสุญญากาศ (Vacuum) ดังนั้นโพรงเยื่อหุ้มปอดจึงยังเป็นตัวช่วยการขยายตัวของปอดในการหายใจเข้า-ออกอีกด้วย

ภาวะมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดเป็นภาวะผิดปกติที่พบได้บ่อย สถิติจากประเทศที่พัฒนาแล้ว พบภาวะนี้ได้ประมาณ 320 รายต่อประชากร 1 แสนคน เป็นภาวะที่พบได้ในทั้งสองเพศ บางสาเหตุจะพบในผู้หญิงสูงกว่าในผู้ชาย เช่น สาเหตุจากโรคออโตอิมมูน/โรคภูมิต้านตนเอง บางสาเหตุพบในผู้ชายได้สูงกว่าในผู้หญิง เช่น สาเหตุจากโรคมะเร็งปอด ทั้งนี้พบภาวะนี้ได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้สูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ สูงอายุ

ภาวะมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอด อาจเกิดกับปอดเพียงด้านเดียว (โอกาสเกิดในด้านซ้ายและด้านขวาใกล้เคียงกัน) หรือเกิดกับปอดทั้ง 2 ข้างก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุ

ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดเกิดได้อย่างไร?

ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด

ปริมาณน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดจะถูกควบคุมด้วย 2 กลไกสำคัญ คือ จากความดันในหลอดเลือดของเยื่อหุ้มปอดทั้ง 2 ชั้นซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำ/ของเหลวซึมผ่านผนังหลอดเลือดเข้าสู่ในโพรงเยื่อหุ้มปอด, และจากการดูดซึมน้ำ/ของเหลวของระบบน้ำเหลืองกลับเข้าสู่หลอดเลือดดำของเยื่อหุ้มปอด และเข้าสู่ร่างกาย ตามลำดับ ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยนี้ต้องอยู่ในสมดุล ปริมาณน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดจึงจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ถ้ามีการเสียสมดุลของปัจจัยทั้ง 2 นี้ด้วยสาเหตุอะไรกตาม เช่น มีน้ำ/ของเหลวซึมผ่านหลอดเลือดเยื่อหุ้มปอดมากขึ้น หรือระบบน้ำเหลืองไม่สามารถดูดซึมน้ำ/ของเหลวกลับเข้าสู่หลอดเลือดดำ/ร่างกายได้ ก็จะส่งผลให้เกิดภาวะมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอด

โดยทั่วไป การจะมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดที่จะตรวจพบได้จากการถ่ายภาพปอดด้วยเอกซเรย์เทคนิคเฉพาะ คือ ถ่ายภาพในท่านอนตะแคงด้านที่สงสัยมีความผิดปกติ (Lateral decubitus) ปริมาณน้ำ/ของเหลวต้องมีปริมาณตั้งแต่ 50 มิลลิลิตรขึ้นไป ทั้งนี้การถ่าย ภาพเอกซเรย์เทคนิคปกติ (ถ่ายในท่ายืน) จะสามารถตรวจได้ว่ามีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอด มักจะต้องมีปริมาณน้ำอย่างน้อยประมาณ 200 - 300 มิลลิลิตรขึ้นไป ซึ่งเป็นปริมาณที่จะส่งผลให้ผู้ป่วยเริ่มเกิดอาการผิดปกติด้วย เช่น เหนื่อยง่ายขึ้นเมื่อต้องออกแรง เป็นต้น

น้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดมีกี่ชนิด?

น้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดมี 2 ชนิด คือ ชนิดเป็นสิ่งซึมเยิ้มใส (Transudate) และชนิดเป็นสิ่งซึมเยิ้มข้น (Exudate)

ก. น้ำ/ของเหลวชนิดสิ่งซึมเยิ้มใส (Transudate) เป็นน้ำ/ของเหลวที่เกิดจากการซึมรั่วของน้ำ/ของเหลวในหลอดเลือดของเยื่อหุ้มปอด โดยเฉพาะจากหลอดเลือดฝอยซึมเข้าสู่โพรงเยื่อหุ้มปอด โดยเกิดจากมีความดันในหลอดเลือดสูงขึ้น โดยไม่ได้เกิดจากมีพยาธิสภาพของผนังหลอดเลือดแต่อย่างไร

น้ำ/ของเหลวชนิดนี้จะมีลักษณะดังต่อไปนี้ คือ

  • ใส สีขาว หรือ ออกเหลืองเล็กน้อย
  • มีความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity: คือ อัตราส่วนระหว่างความหนาแน่นของมวลสารใดๆต่อความหนาแน่นของน้ำในปริมาตรที่เท่ากัน เป็นค่าที่ไม่มีหน่วย ใช้เป็นค่าบอกความเข็มข้นของสารละลายต่างๆ) อยู่ในช่วงประมาณน้อยกว่า 1.012
  • มีสารโปรตีนเป็นส่วนประกอบน้อยกว่า 25 กรัม/ลิตร
  • มีอัตราส่วนของสาร LDH (Lactate dehydrogenase: เอนไซม์ (Enzyme) ชนิดหนึ่งที่เกิดเมื่อมีการบาดเจ็บของเซลล์/เนื้อเยื่อต่างๆ) เมื่อเทียบกับสาร LDH ในเลือดน้อยกว่า 0.6
  • และมีค่าไขมันคอเลสเตอรอล (Cholesterol) น้อยกว่า 45 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

ข. น้ำ/ของเหลวชนิดสิ่งซึมเยิ้มข้น (Exudate) จะเกิดจากการมีพยาธิสภาพที่ผนังของหลอดเลือดของเยื่อหุ้มปอด โดยเฉพาะผนังหลอดเลือดฝอย ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดยอมให้น้ำ/ของเหลวในหลอดเลือดไหลซึมออกจากหลอดเลือดเข้าสู่โพรงเยื่อหุ้มปอด เช่น การอักเสบติดเชื้อ หรือการอักเสบโดยไม่ติดเชื้อของเยื่อหุ้มปอด หรืออาจเกิดจากมีการอุดตันของระบบน้ำเหลืองของเยื่อหุ้มปอด จึงส่งผลให้เกิดน้ำ/ของเหลวสะสมในโพรงเยื่อหุ้มปอด

ลักษณะของน้ำ/ของเหลวชนิดนี้ คือ จะขุ่น และมีสีได้ต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุที่เกิดกับเยื่อหุ้มปอด เช่น


น้ำ/ของเหลวชนิดนี้จะ

  • มีค่าความถ่วงจำเพาะมากกว่า 1.020
  • มีอัตราส่วนของ LDH เมื่อเทียบกับ LDH ในเลือดมากกกว่า 0.6
  • และมีค่าไขมันคอเลสเตอรอลมากกว่า 45 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

อนึ่ง ในน้ำ/ของเหลวทั้ง 2 ชนิด นอกจากมีสารต่างๆดังกล่าวแล้ว ยังตรวจพบสิ่งอื่นๆได้อีก เช่น เซลล์ชนิดต่างๆตาพยาธิสภาพที่เกิดขึ้นกับเยื่อหุ้มปอด (เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่เกิดจากการอักเสบติดเชื้อ, เซลล์มะเร็ง), เชื้อโรคต่างๆที่เป็นสาเหตุของการอักเสบติดเชื้อ (เช่น เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา), และสารชนิดอื่นๆ (เช่น น้ำตาลกลูโคลส (Glucose) เอนไซม์ และสารมะเร็ง/Tumor marker ชนิดต่างๆตามแต่ละชนิดของมะเร็ง)

ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดมีสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงจากอะไร?

ก. สาเหตุการเกิดน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดชนิดสิ่งซึมเยิ้มใส ที่พบบ่อย เช่น

ข. สาเหตุการเกิดน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดชนิดสิ่งซึมเยิ้มข้น ที่พบได้บ่อย เช่น


ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอาการอย่างไร?

อาการของผู้ป่วยที่มีภาวะมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอด จะมีได้ 2 ลักษณะ คือ อาการที่เกิดตามสาเหตุ และอาการที่เกิดจากการมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอด

ก. อาการที่เกิดตามสาเหตุ จะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน ตามแต่ละสาเหตุ เช่น


ข. อาการจากการมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอด โดยอาการจะเหมือนกันในผู้ป่วยทุกรายไม่ว่าจะเกิดจากน้ำ/ของเหลวชนิดใด โดยเป็นอาการที่เกิดจากน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดกดเบียดทับเนื้อเยื่อปอดให้แฟบลง ปอดจึงขาดเนื้อที่ในการแลกเปลี่ยนออก ซิเจนในอากาศกับคาร์บอนไดออกไซด์ในหลอดเลือด ซึ่งอาการที่พบบ่อย คือ

แพทย์วินิจฉัยภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด และหาสาเหตุการเกิดได้จาก ประวัติอาการ ประวัติการเจ็บป่วยต่างๆทั้งในอดีตและปัจจุบัน การตรวจร่างกาย การตรวจฟังเสียงหายใจ (ซึ่งจะลดลง หรือหายไปขึ้นกับปริมาณน้ำ/ของเหลว) การถ่ายภาพปอดด้วยเอกซเรย์ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจเสมหะและ/หรือการเพาะเชื้อจากเสมหะเพื่อดูการติดเชื้อ การตรวจเสมหะทางเซลล์วิทยา (การตรวจทางเซลล์วิทยา) เพื่อการวินิจฉัยโรคมะเร็ง การเจาะดูดน้ำ/ของเหลวจากโพรงเยื่อหุ้มปอด เพื่อการตรวจหาสารต่างๆ (เช่น สารมะเร็ง สารก่อการอักเสบ) หาเชื้อโรค และ/หรือเซลล์มะเร็ง และอาจร่วมกับการส่องกล้องตรวจหลอดลม (Broncho scope) และ/หรือการเจาะ/ดูดเซลล์จากเยื่อหุ้มปอด และ/หรือจากก้อนเนื้อในหลอดลม และ/หรือในปอดเพื่อการตรวจทางเซลล์วิทยา และ/หรือการตัดชิ้นเนื้อจากเยื่อหุ้มปอด และ/หรือก้อนเนื้อในหลอดลม และ/หรือในปอดเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ทั้งนี้ขึ้นกับความผิดปกติที่แพทย์ตรวจพบและดุลพินิจของแพทย์

รักษาภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดอย่างไร?

วิธีรักษาภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด ได้แก่ การรักษาสาเหตุ และการรักษาประคับประ คองตามอาการ ซึ่งการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการมักเป็นการรักษาในโรงพยาบาล

ก. การรักษาตามสาเหตุ จะแตกต่างกันออกไปขึ้นกับแต่ละสาเหตุ เช่น

ข. การรักษาประคับประคองตามอาการ ที่สำคัญ คือ การเจาะ/ดูดน้ำ/ของเหลวออกจากโพรงเยื่อหุ้มปอด เพื่อลดการกดเบียดทับเนื้อเยื่อปอด เพื่อให้เนื้อเยื่อปอดกลับมาขยายตัวได้ตามปกติหรือใกล้เคียงปกติ ลดอาการเหนื่อยหอบจากภาวะขาดออกซิเจน ซึ่งการเจาะ/ดูดน้ำ/ของเหลว อาจทำเป็นครั้งคราว แต่บางครั้งถ้าปริมาณน้ำ/ของเหลวกลับเกิดซ้ำรวดเร็วมาก แพทย์อาจใส่ท่อเชื่อมระหว่างโพรงเยื่อหุ้มปอดและขวดเก็บน้ำ/ของเหลวภายนอกร่างกาย เพื่อระบายให้น้ำ/ของเหลวไหลออกมาได้ตลอดเวลา หรือบางครั้งอาจใส่ยาบางชนิดเข้าในโพรงเยื่อหุ้มปอด เพื่อให้เกิดการปิดตันของโพรงนี้ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำ/ของเหลวขึ้นมาใหม่อีก ทั้งนี้การจะเลือกใช้วิธีใดรักษา ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น สาเหตุของการเกิดน้ำ/ของเหลว ปริมาณน้ำ/ของเหลว อัตราการเกิดน้ำ/ของเหลว ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาสาเหตุ อายุ สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และดุลพินิจของแพทย์

นอกจากนี้ คือการรักษาประคับประคองตามอาการอื่นๆ เช่น งดการออกแรง การให้ออกซิเจน การให้สารน้ำ/อาหารทางหลอดเลือดดำ การให้ยาบรรเทาอาการไอ ยาช่วยละ ลายเสมหะ และการให้ยาคลายความกังวล (คลายเครียด) เป็นต้น

อนึ่ง ในผู้ป่วยที่ตรวจพบภาวะมีน้ำ/ของเหลวในเยื่อหุ้มปอดโดยไม่มีอาการ แพทย์จะตรวจหาสาเหตุและให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก ด้วยการรักษาสาเหตุ โดยไม่มีการเจาะดูดน้ำ/ของเหลวออก เพราะน้ำ/ของเหลวจะหายไปได้เองเมื่อรักษาควบคุมสาเหตุได้

ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงไหม?

ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด จัดเป็นภาวะที่มีความรุนแรง แต่ทั้งนี้ความรุนแรงยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ที่สำคัญ คือ สาเหตุ, ผลลัพธ์จากการรักษาสาเหตุ, พยาธิสภาพของเนื้อเยื่อปอดและหัวใจก่อนการเกิดภาวะนี้, อายุ, และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด ภายหลังการรักษาจนดีขึ้นแล้ว ภาวะนี้อาจย้อนกลับเป็นได้อีก ถ้ายังไม่สามารถรักษาควบคุมสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงได้

ส่วนผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้จากภาวะนี้ ที่สำคัญ คือภาวะหายใจล้ม เหลว จนเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

ดุแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเองที่สำคัญที่สุด คือ เมื่อมีอาการเหนื่อยมากขึ้นผิดปกติโดยเฉพาะเมื่อมีการออกแรง ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ

ส่วนเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่า มีภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด และได้รับการรักษาในโรง พยาบาลจนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว การดูแลตนเองและการพบแพทย์ ได้แก่

  • ปฏิบัติตามแพทย์ พยาบาล แนะนำให้ถูกต้อง ครบถ้วน
  • กินยาต่างๆที่แพทย์แนะนำให้ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่ขาดยา
  • พบแพทย์เสมอตามนัด
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเสมอเมื่ออาการต่างๆเลวลง และ/หรือมีอาการผิดปกติไปจากเดิม และ/หรือเมื่อกังวลในอาการ

ป้องกันภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดอย่างไร?

การป้องกันภาวะมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอด คือการป้องกันสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง ซึ่งบางสาเหตุป้องกันได้ บางสาเหตุป้องกันไม่ได้

สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ ที่สำคัญ ได้แก่ ปอดติดเชื้อ (ปอดอักเสบ ปอดบวม) โรคหัวใจ (โรคที่มักเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ คือ โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง) โรคตับแข็ง (มักมีสาเหตุจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ) และการแพ้ยา

ดังนั้น การป้องกันภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด ก็คือการป้องกันโรคที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้นั่นเอง

บรรณานุกรม

1. Lactate dehydrogenase http://en.wikipedia.org/wiki/Lactate_dehydrogenase [2014, May11].
2. Light.R. (2002). Pleural effusion. N Engl J Med. 346, 1971-1977.
3. McGrath, E. (2011). Diagnosis of pleural effusion: a systemic approach. AJCC.20,119-128.
4. Pleural cavity http://en.wikipedia.org/wiki/Pleural_cavity [2014,May11].
5. Pleural effusion http://en.wikipedia.org/wiki/Pleural_effusion [2014,May11 ].
6. Rahman,N. et al. (2004). Pleural effusion: a structured approach to care.British Medical Bulletin. 72, 31-47.
7. Rubins, J. (2013) Pleural effusion http://emedicine.medscape.com/article/299959-overview#showall [2014,May11 ].
8. Specific gravity http://en.wikipedia.org/wiki/Specific_gravity [2014,May11].



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน fqqq montreeza66666 f21a8 Maxxaoulae5
Frame Bottom