Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ตกเลือดหลังคลอด 

ภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดคือ อะไร?

เมื่อสตรีคลอดบุตรและรกคลอดเรียบร้อยแล้ว โดยทั่วไป มดลูกจะต้องหดรัดตัวลงอย่างมากตามกลไกปกติของร่างกายเพื่อปิดเส้นเลือดที่ฉีกขาดในโพรงมดลูก เพื่อช่วยลดการเสียเลือด หากมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด ซึ่งเรียกภาวะนี้ว่า “ภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด(Uterine atony)” จะทำให้เลือดออกจากโพรงมดลูกมากจนทำอันตรายแก่ชีวิต โดยภาวะนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สตรีผู้มาคลอดตกเลือดหลังคลอดแบบเฉียบพลัน

อนึ่ง ยังไม่มีรายงานที่แน่ชัดถึงอัตราเกิดภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด แต่มีรายงานอัตราเกิดภาวะตกเลือดหลังคลอดที่รุนแรง(เลือดออกทางช่องคลอดหลังคลอดมากกว่า1,000 มิลลิลิตรขึ้นไป) ในประเทศที่เจริญแล้วจะพบได้ประมาณ 2.8%ของการคลอดทั้งหมด แต่ในประเทศกำลังพัฒนา อัตราเกิดภาวะนี้จะประมาณ 5%

ภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดมีความสำคัญอย่างไร?

ภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด

หากมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดจะทำให้เลือดออกจากโพรงมดลูกมาก จนทำอันตรายแก่ชีวิตได้(อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ตกเลือดหลังคลอด) ภาวะตกเลือดหลังคลอดเป็นสาเหตุการตายของมารดาหลังคลอดที่สำคัญ 3 อันดับแรกโดยเป็นลำดับที่ 1 ลำดับที่ 2 คือ ภาวะความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์(ครรภ์เป็นพิษ) และลำดับที่ 3 คือภาวะติดเชื้อหลังคลอด

อะไรเป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงเกิดภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด?

สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงของภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด ได้แก่

1. กล้ามเนื้อมดลูกมีการขยายตัวมากเกินไป เช่น กรณีครรภ์แฝด หรือเคยมีการตั้งครรภ์หลายครั้ง

2. มีสิ่งกีดขวางการหดรัดตัวของมดลูก เช่น มีเนื้องอกมดลูก หรือมีรกเกาะต่ำ

3. มีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อมดลูกจากการคลอด

4. ได้รับยาต้านการหดรัดตัวของมดลูก เช่น ยากลุ่ม Tocolytic drug

5. มีการติดเชื้อในโพรงมดลูก

ใครมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด?

สตรีผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด ได้แก่

1. สตรีตั้งครรภ์ที่อายุมาก

2. สตรีที่มีการตั้งครรภ์หลายครั้ง จึงทำให้กล้ามเนื้อมดลูกขยายตัวได้มากเมื่อตั้งครรภ์ จนส่งผลทำให้มดลูกหดรัดตัวไม่ดีหลังคลอด

3. สตรีตั้งครรภ์ที่มีการขยายตัวของมดลูกมากกว่าปกติ เช่น ทารกตัวโตมาก สตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์แฝด ภาวะน้ำคร่ำมากกว่าปกติ มีเนื้องอกมดลูกร่วมด้วยขณะตั้งครรภ์

4. สตรีที่ได้รับยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกนานเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกล้า จึงส่งผลให้การหดรัดตัวไม่ดี

5. สตรีที่มีรกเกาะต่ำ เกาะบริเวณส่วนล่างของมดลูก จึงทำให้มดลูกหดรัดตัวไม่ดี

6. มีการติดเชื้อในถุงน้ำคร่ำ

7. สตรีที่เคยมีประวัติตกเลือดหลังคลอดในครรภ์ก่อน

8. สตรีที่มีการดำเนินการคลอดเร็วมากเกินไป(Precipitating labor) จึงทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัวตัวไม่ดี จึงสามารถทำให้เกิดการตกเลือดหลังคลอดได้

9. สตรีที่เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดที่ได้รับยาต้านการหดรัดตัวของมดลูก

10. สตรีที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ที่ได้รับยาป้องกันชัก/ยาต้านชัก ได้แก่ MgSO4(Magnesium sulfate) จะมีผลทำให้มดลูกหดรัดตัวไม่ดี

อาการของภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดมีอย่างไรบ้าง?

อาการของภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด เช่น สตรีหลังคลอดจะมีอาการอ่อนเพลียอย่างมาก ซีด ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ มีเลือดออกทางช่องคลอดจำนวนมากผิดปกติหลังคลอดบุตร หากคลำมดลูกทางหน้าท้อง จะพบว่ามดลูกอ่อนตัวนิ่ม ไม่หดรัดตัวเป็นก้อนแข็ง(เนื่องจากกลไกการหยุดเลือดที่ออกจากโพรงมดลูก จะเกิดจากกการหดรัดตัวของมดลูกเป็นหลัก)

ทั้งนี้ หากให้การช่วยเหลือหรือรักษาไม่ทันท่วงที ภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด สามารถทำให้มารดาเสียชีวิตได้

รักษาภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดอย่างไร?

ภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด เป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรม แพทย์ต้องทำงานเป็นทีมเพื่อรีบช่วยเหลือผู้ป่วยให้ทันท่วงที มิเช่นนั้นสตรีหลังคลอดจะเสียเลือดมากจนเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ โดยแนวทางการรักษา มีลำดับขั้นตอน เช่น

1. ให้น้ำเกลือเข้าเส้นเลือดดำอย่างรวดเร็ว มักต้องเปิดเส้นเลือดดำ 2 เส้นพร้อมกัน

2. ให้เลือดและผลิตภัณฑ์ของเลือด เช่น พลาสมา

3. ให้ออกซิเจนแก่สตรีหลังคลอด

4. สวนคาสายสวนปัสสาวะ

5. แพทย์ผู้ช่วย หรือ พยาบาลช่วยนวดคลึงมดลูกทางหน้าท้องตลอดเวลา เพื่อช่วยกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัว

6. ให้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก ซึ่งมียาหลายขนาน เช่น ยา Oxytocin เป็นต้น

7. พิจารณาให้ยาเหน็บทางทวาร เพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกร่วมด้วย เช่นยา Misoprostol

8. หากมดลูกยังหดรัดตัวไม่ดี มีเลือดไหลออกตลอดเวลา ต้องพิจารณาผ่าตัด โดยวิธีการผ่าตัด อาจเป็นการเย็บมัดมดลูกให้แน่น หรือผูกเส้นเลือดแดงที่มาเลี้ยงมดลูก แต่หากยังไม่ดีขึ้น/ยังมีเลือดออกจากมดลูกมาก แพทย์จะพิจารณาตัดมดลูกเพื่อรักษาชีวิตมารดา

มีภาวะแทรกซ้อนจากภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดอย่างไร?

ภาวะแทรกซ้อน(ผลข้างเคียง)จากภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดที่พบได้ เช่น

1. มารดาเสียชีวิต หากการรักษาไม่ทันท่วงที ในปัจจุบันภาวะตกเลือดหลังคลอดเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญของสตรีตั้งครรภ์ทั่วโลก

2. มารดาต้องถูกตัดมดลูก หรือได้รับการผ่าตัดผูกเส้นเลือดที่มาเลี้ยงมดลูก หากให้การรักษาด้วยยากระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวแล้วไม่ได้ผล

3. ผลจากการเสียเลือดมาก ทำให้มารดาไม่มีน้ำนมสำหรับเลี้ยงทารกที่เรียกว่า กลุ่มอาการ Sheehan Syndrome เพราะต่อมใต้สมองขาดเลือดไปเลี้ยงช่วงที่มีการเสียเลือดมาก ทำให้ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเกี่ยวกับการสร้างน้ำนมได้

4. ทำให้มารดามีอาการจากภาวะซีด เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่สดชื่น

5. เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับเลือดจำนวนมาก เช่น ติดเชื้อ มีการแพ้ผลิตภัณฑ์ของเลือด(เช่น เกล็ดเลือด, อาการเช่น มีไข้ ขึ้นผื่นตามตัว) และอาจเกิดความไม่สมดุลของแร่ธาตุ/เกลือแร่ในร่างกาย เช่น ภาวะซีดจากขาดธาตุเหล็ก

ดูแลตนเองที่บ้านอย่างไรเมื่อมีภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด?

การดูแลตนเองของมารดาหลังคลอดที่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว ขึ้นกับความรุนแรงของการไม่หดรัดตัวของมดลูก และการได้รับการรักษาหลังคลอดที่ได้รับในโรงพยาบาล

ในกรณีที่มีภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวขั้นไม่รุนแรงที่สามารถรักษาในโรงพยาบาลด้วยยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกแล้วได้ผลดี การดูแลตนเองหลังคลอด(อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com เรื่อง ระยะหลังคลอด)ที่บ้าน จะเหมือนสตรีหลังคลอดทั่วไป คือ ดูแลแผลฝีเย็บ สังเกต สี กลิ่น และปริมาณของน้ำคาวปลา อาการปวดฝีเย็บ ปวดมดลูก/ปวดท้องน้อย หรือ มีไข้ นอกจากนี้ อาจต้องรับประทานยาเสริมธาตุเหล็ก(เช่นยา Ferrous sulfate)มากกว่าปกติ ตามคำแนะนำของแพทย์หากมีภาวะซีดมากจากการเสียเลือด

ในกรณีที่มีภาวะมดลูกไม่หดตัวแบบรุนแรงจนต้องได้รับการผ่าตัดเย็บมดลูก ผูกเส้นเลือดฯ หรือตัดมดลูก ต้องดูแลเหมือนสตรีที่ได้รับการผ่าตัดมดลูก และ/หรือการผ่าท้องคลอดบุตร เช่น ดูแลเรื่องแผลผ่าตัด อาการไข้ ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด และต้องรับประทานยาเสริมธาตุเหล็กมากกว่าปกติ หากมีภาวะซีดมากจากการเสียเลือด

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

สตรีที่มีภาวะมดลูกไม่หดตัวหลังคลอดเมื่อกลับจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้าน หากมีอาการผิดปกติหลังคลอด หรือหลังผ่าตัด เช่น มีไข้ มีตกขาวมีกลิ่นเหม็น น้ำคาวปลาผิดปกติ(เช่น มีกลิ่นเหม็น สีผิดปกติ ปริมาณมากผิดปกติ) มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด(เช่น เลือดออกมาก) มีอาการปวดท้องมากกว่าปกติ ต้องรีบไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล ไม่ต้องรอจนถึงวันนัด

ภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

ในกรณีที่มีภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดที่ไม่รุนแรง การพยากรณ์โรคมักจะดี สามารถรักษาได้ด้วยยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกสำเร็จ

แต่ในกรณีที่มีภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวรุนแรง การพยากรณ์โรคมักไม่ดี มักลงเอยด้วยการผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะรักษาโดยการเย็บผูกมดลูกให้แน่น (B-Lynch operation) หรือการผูกเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงมดลูก(Hypogastric artery ligation) และหากอาการเลือดออกรุนแรงมากขึ้น แพทย์จำเป็นต้องตัดมดลูกออก และในกรณีที่เสียเลือดมาก จะมีภาวะแทรกซ้อน(ผลข้างเคียง)จากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติร่วมด้วย(เลือดไม่แข็งตัว จึงทำให้เลือดออกได้มาก) ทำให้ผู้ป่วย/มารดามีการพยากรณ์โรคที่แย่ลง จนอาจเสียชีวิตได้

สตรีที่เคยมีภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดมีโอกาสเกิดภาวะนี้ได้อีกไหม?

ในกรณีที่ไม่ได้รับการตัดมดลูก สตรีที่เคยมีภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด มีโอกาสเกิดภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดได้อีกในการคลอดครั้งต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเกิดมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวในบทความนี้ หัวข้อ “สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง” ดังนั้น เป็นหน้าที่ที่สตรีตั้งครรภ์ต้องบอกแพทย์ผู้ดูแลไว้เสมอว่า เคยได้เกิดเหตุการณ์ที่อันตรายต่างๆในการคลอดครั้งที่ผ่านมา ที่รวมถึงการเกิดภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด

ควรตั้งครรภ์ครั้งต่อไปเมื่อไหร่?

ภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด ทำให้เสียเลือดมาก สตรีในระยะหลังคลอดควรได้รับประทานธาตุเหล็กเสริมหลังคลอดตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด และควรเว้นระยะมีบุตรออกไป 2-3 ปี เพื่อให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงเต็มที่ และเพื่อมีเวลาเลี้ยงดูบุตรคนก่อนให้เต็มที่

อนึ่ง โดยทั่วไป ทารกที่เกิดจากมารดาที่มีภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอด จะปกติเช่นเดียวกับทารกคลอดจากมารดาปกติทั่วไป

ป้องกันภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดได้อย่างไร?

ป้องกันภาวะมดลูกไม่หดรัดตัวหลังคลอดได้โดย

1. ควรไปฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติที่ถูกต้องระหว่างตั้งครรภ์เกี่ยวกับการดูแลตนเอง และการรับประทานอาหาร

2. ควรมีการเพิ่มของน้ำหนักตัวของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ที่เหมาะสม เช่น

3. หากมีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรปฎิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์มีน้ำหนักตัวมากเกินไป

4. การตั้งครรภ์ที่เป็นครรภ์ความเสี่ยงสูง เช่น ตั้งครรภ์แฝด ภาวะน้ำคร่ำมากผิดปกติ ภาวะเนื้องอกมดลูกร่วมกับการตั้งครรภ์ มารดาจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากสูติแพทย์

5. ควรปรึกษาสูติแพทย์เพื่อการวางแผนก่อนตั้งครรภ์เสมอ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฯนี้ซ้ำ และเพื่อประเมินว่าสมควรตั้งครรภ์ได้อีกหรือไม่

บรรณานุกรม

  1. https://www.uptodate.com/contents/overview-of-postpartum-hemorrhage [2016,Oct29]
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Maternal_death [2016,Oct29]
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Postpartum_bleeding [2016,Oct29]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 6 คน padungchob19 Nongbeer eurokungza a1v4d PPaapp Panupol
Frame Bottom