Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ช่องคลอด  มดลูก  รังไข่  อวัยวะเพศหญิง  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

แสบช่องคลอด   ช่องคลอดแห้ง  ร้อนวูบวาบ 

บทนำ

โดยเฉลี่ยสตรีไทยจะหมดประจำเดือนเมื่ออายุประมาณ 50 ปี รังไข่จะหยุดทำงาน จึงทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ที่เป็นฮอร์โมนสำคัญแห่งการเป็นผู้หญิงลดลง นอกจากจะทำให้เลือดประจำเดือนที่เคยเป็นทุกเดือนขาดหายไปแล้ว ยังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดอาการหลายอย่างในสตรี ได้แก่ อาการร้อนวูบวาบ (Hot flashes หรือ Hot flushes) เหงื่อออกตอนกลางคืน ใจสั่น หงุดหงิด ความต้องการทางเพศลดลง ช่องคลอดแห้ง อารมณ์อ่อนไหวเดี๋ยวอารมณ์ดี เดี๋ยวอารมณ์ร้าย มีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ผมร่วง ความจำเสื่อม ปวดตามข้อ ปวดโน่นปวดนี่ กล้ามเนื้อไม่มีแรง/กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเกิดอาการซึมเศร้า แต่อาการที่พบบ่อยที่สุด คือภาวะช่องคลอดแห้ง (Vaginal dryness) และ อาการร้อนวูบวาบตามร่างกาย (Hot flashes) ซึ่งเป็นอาการ/ภาวะที่จะกล่าวถึงในบทความนี้

ภาวะช่องคลอดแห้งและภาวะร้อนวูบวาบในวัยหมดประจำเดือนคืออะไร?

ภาวะช่องคลอดแห้ง

ก. ช่องคลอดแห้ง: เป็นอาการ/ภาวะที่ช่องคลอดสตรีไม่มีเมือกมาหล่อลื่นตามปกติ หากตรวจภายในช่องคลอดจะพบว่าไม่มี หรือมีเมือกน้อยกว่าปกติ รอยย่นของช่องคลอดจะลดลง เยื่อบุช่องคลอดจะเป็นสีแดงมากกว่าเยื่อบุช่องคลอดปกติที่เป็นสีชมพู เมื่อสัมผัสผิวเยื่อบุช่องคลอดในภาวะที่ช่องคลอดแห้ง เลือดจะออกได้ได้ง่าย ภาวะนี้พบได้บ่อยในสตรีวัยหมดประจำเดือน เพราะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักที่ทำให้เกิดความชุ่มชื่น และความยืดหยุ่นของช่องคลอดในขณะที่ยังอยู่ในวัยที่ยังมีประจำเดือน

ข. ร้อนวูบวาบ: เป็นอาการ/ภาวะ ความรู้สึกว่ามีอาการร้อนตามหน้า ตามร่างกาย เเขน ขา อาจมองเห็นร่างกายโดยเฉพาะส่วนบนเป็นสีแดงด้วย อาการจะเกิดเป็นระยะๆ อาการเหล่านี้จะพบได้บ่อยในสตรีวัยใกล้หมดประจำเดือน หรือ วัยหมดประจำเดือนในช่วงแรกๆ อาการออกร้อนตามตัวจะคงอยู่ประมาณ 30 วินาที ถึง 2-3 นาที อาจพบว่ามีผิวหนังแดงขึ้น นอกจากนั้นยังพบว่ามีเหงื่อออกมากเวลาที่มีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่คนอื่นจะรู้สึกเย็น แต่สตรีเหล่านี้กลับจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกมาก

ภาวะช่องคลอดแห้งและภาวะร้อนวูบวาบมีความสำคัญอย่างไร?

ช่องคลอดแห้งเกิดได้ในสตรีวัยหมดประจำเดือนทุกคน แต่อาการจะมากหรือน้อยแตกต่างกันไป พบว่าประมาณ 10-40% มีอาการค่อนข้างมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อทั้งตนเองและชีวิตครอบครัว

ช่องคลอดแห้งจะทำให้เกิดอาการแสบที่ช่องคลอด โดยเฉพาะหากมีเพศสัมพันธ์มีการเสียดสี จะทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนมากจนทำให้ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ หรือพยายามหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุนำมาซึ่งปัญหาครอบครัว หรือปัญหาความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา

นอกจากนั้นช่องคลอดแห้งก็ทำให้เกิดอาการคัน และมีความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ง่ายขึ้นด้วย

ส่วนภาวะร้อนวูบวาบที่ทำให้เกิดอาการร้อนวูบๆวาบ ๆจะส่งผลให้รู้สึกไม่สบายตัว ทำให้พักผ่อนไม่ได้ ส่งผลให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด อารมณ์เสียบ่อยๆอาละวาดสมาชิกในบ้าน ทำให้มีผลกระทบต่อทั้งตนเองและชีวิตครอบครัวด้วยเช่นกัน อาการร้อนวูบวาบ นี้พบได้บ่อยถึงประมาณ 75-80% แต่ความรุนแรงแตกต่างกันไป

สาเหตุที่ทำให้เกิดช่องคลอดแห้งและภาวะร้อนวูบวาบมีอะไรบ้าง?

ภาวะช่องคลอดแห้งเกิดจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เคยสร้างจากรังไข่ ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักในการสร้างความชุ่มชื่นในช่องคลอด นอกจากนั้นการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนจะมีผลต่อการปรับจุดสมดุลของอุณหภูมิของร่างกาย ( Thermoregulation ) ทำให้รู้สึกอออกร้อนวูบวาบตามตัว อย่างไรก็ตามอาการนี้จะเป็นสักชวงระยะเวลาหนึ่ง หลังจากร่างกายปรับสภาพได้ อาการร้อนเหล่านี้จะดีขึ้น แต่อาการช่องคลอดแห้งยังคงอยู่ตลอดไป

ดูแลรักษาตนเองอย่างไรเมื่อมีภาวะช่องคลอดแห้งและภาวะร้อนวูบวาบ?

ปัญหาช่องคลอดแห้ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สตรีทุกคนต้องประสบเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน แต่อาการมากบ้างน้อยบ้างไม่เท่ากัน โดยทั่วไปช่องคลอดจะยืดหยุ่นได้มาก แต่เมื่อน้ำเมือกหล่อลื่นลดลงจะทำให้เกิดการแห้งและแสบได้ หรือการมี ภาวะร้อนวูบวาบ ออกร้อนตามตัว หงุดหงิดเป็นประจำ

การดูแลรักษาตนเองในภาวะอาการเหล่านี้ คือ การดูแลสุขภาพร่างกายตนเองเบื้องต้นให้แข็งแรง ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ (อาหารมีประโยชน์ 5 หมู่) เพิ่มอาหารที่มีสารคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีในพืชผัก (Phytoestrogen มีมากใน ถั่วเหลือง) ลดการดื่มเหล้า/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ การพูดคุยกับสามีในเรื่องความต้องการทางเพศ การมีเพศสัมพันธ์อย่างเข้าอกเข้าใจกัน และการทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส จะทำอาการเหล่านี้ดีขึ้น

ควรพบแพทย์เมื่อใด? มีวิธีรักษาอย่างไร?

ช่องคลอดแห้ง: หากมีอาการช่องคลอดแห้ง และเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนช่องคลอด จนรบกวนชีวิตประจำวัน มีปัญหาในการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรคิดว่าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ หรือปล่อยชีวิตให้ได้รับความทุกข์ทรมาน หรือจนเกิดปัญหาครอบครัว ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่สามารถจะให้คำปรึกษาหรือให้การรักษาได้อย่างถูกต้อง ยาที่ใชัรักษาภาวะช่องคลอดแห้ง ได้แก่

1. ยาใช้เฉพาะที่ ที่ไม่ใช่ฮอร์โมน ควรเลือกใช้เป็นอันดับแรก เพราะผลข้างเคียงน้อยกว่า ได้แก่ ครีมพวก Moisturizer ที่ให้ความชุ่มชื้น หรือ ครีมหล่อลื่น K-Y gel โดยเฉพาะเวลามีเพศสัมพันธ์ หากใช้ไม่ได้ผลค่อยเปลี่ยนไปใช้ยา กลุ่มฮอร์โมน

2. ยาที่มีส่วนประกอบฮอร์โมนเอสโตรเจน แบ่งเป็น

ก. ยาฮอร์โมนเฉพาะที่ คือใช้เฉพาะที่ช่องคลอด ข้อดีของยาแบบนี้คือ ออกฤทธิ์ที่ช่องคลอดโดยตรง มีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดน้อย ยาที่ใช้ได้แก่ครีมทาช่องคลอด หรือยาเม็ดชนิดเหน็บช่องคลอด เช่น Premarin cream® (Conjugated equine estrogens vaginal cream), Ovestin cream® (Estriol vaginal cream), Vagifem® (Estradiol vaginal tablet) ควรใช้เป็นครีมทาช่องคลอด หรือยาเม็ดเหน็บช่องคลอดทุกวันในระยะแรก 2 สัปดาห์ ต่อไปใช้เหลือสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จนกว่าจะไม่มีอาการแสบช่องคลอดอีก อาการข้างเคียงจากการใช้ยาเหล่านี้ทำให้มีหน้าอกคัดตึง หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดได้ แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณเอสโตรเจนที่ใช้มีปริมาณน้อย จึงไม่จำเป็นต้องให้ยาที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนโปรเจสติน(Progestin) อย่างไรก็ตามไม่ควรซื้อยาใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

ข. ยาฮอร์โมนให้ผลทั่วร่างกาย เป็นยาที่มีส่วนประกอบฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน ได้แก่ ยาชนิดเม็ดรับประทาน หรืออาจเป็นฮอร์โมนแผ่นแปะผิวหนัง ครีมฮอร์โมนทาผิวหนัง ยาเหล่านี้ออกฤทธิ์ไม่เฉพาะที่ช่องคลอดแต่จะช่วยรักษาอาการอื่นๆของอาการขาดประจำเดือนด้วย เช่น ภาวะร้อนวูบวาบ อารมณ์หงุดหงิด นอนไม่หลับ

ร้อนวูบวาบ: ส่วนอาการร้อนวูบวาบ หากมีอาการมากจนทำงานไม่ได้ พักผ่อนไม่ได้ หงุดหงิดมาก ก็สมควรไปพบแพทย์เพื่อรับประทานยาบรรเทาอาการ

ยาที่ใชัรักษาภาวะร้อนวูบวาบ ได้แก่

1. ยาที่มีส่วนประกอบฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน มีทั้งชนิด -ยาเม็ดรับประทาน เช่น Cycloprogynova® (Estradiol valerate+ Norgestrel), Angelic® (Estradiol + Drospirenone), -ยาครีมทาตัว เช่น Divigel® (Estradiol gel), -ยาแผ่นปิดผิวหนัง เช่น Climara 50® (Estradiol hemihydrate patch) ทั้งนี้ ในสตรีที่ยังมีมดลูกเมื่อได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้วต้องได้รับฮอร์โมนโปรเจสตินร่วมด้วย เพื่อป้องกันการกระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกมากเกินไปจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูกได้

วิธีใช้ยารักษาอาการร้อนวูบวาบ:

• ยาชนิดรับประทาน:

• ส่วนยาชนิดที่เป็นครีมเอสโตรเจน หรือแผ่นแปะเอสโตรเจน สามารถใช้ต่อกันทุกวันหรือจะใช้เป็นช่วงคล้ายแบบรับประทานได้ แต่ที่สำคัญคือ ต้องมียากลุ่มโปรเจสตินร่วมด้วยเช่นกัน รูปแบบของยาฮอร์โมนโปรเจสตินมีเป็นแบบชนิดรับประทาน และแบบห่วงอนามัยที่มีการเคลือบฮอร์โมนโปรเจสจิน

• นอกจากนั้นยังมียาที่เป็นสารสังเคราะห์ให้ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจร โปรเจสเตอโรนและแอนโดรเจน คือ Livial ® (Tibolone) ที่ใช้รักษาอาการเหล่านี้ได้

*****หมายเหตุ อย่างไรก็ตาม ยาฮอร์โมนเหล่านี้เป็นยาอันตราย ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ต้องควบคุมระยะเวลาในการรับประทานยา รับประทานยาในขนาดต่ำที่สุดที่ควบคุมอาการได้ และควรรับประทานในระยะเวลาสั้นที่สุด ควรหยุดยาเมื่อไม่มีอาการผิดปกติแล้ว

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาฮอร์โมน

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาฮอร์โมน เช่น

***** ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องใช้ยาฮอร์โมนเหล่านี้เป็นเวลานาน ต้องมีการตรวจสุขภาพติดตามการเปลี่ยนแปลงหรือผลข้างเคียงจากการใช้ยา คือ ตรวจระดับไขมันในเลือด และตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม/การตรวจภาพรังสีเต้านม (Mammogram) ทุกปี

สตรีที่ห้ามใช้ยาฮอร์โมน

สตรีที่ห้ามใช้ยาฮอร์โมน เช่น

การใช้ยาที่ไม่ใช่ฮอร์โมนรักษาภาวะร้อนวูบวาบ

ยาที่ไม่ใช่ฮอร์โมนที่ใช้รักษาภาวะร้อนวูบวาบ เช่น

สรุป หากสตรีวัยหมดประจำเดือนมีอาการทั้งช่องคลอดแห้งและ ภาวะร้อนวูบวาบ การเลือกใช้ฮอร์โมนชนิดรับประทานก็จะช่วยแก้ปัญหาทั้งหมด แต่หากมีเพียงอาการช่องคลอดแห้งการเลือกใช้ยาเฉพาะที่จะได้ประโยชน์มากที่สุด แต่ทั้งนี้การใช้ยาทุกชนิด ควรต้องได้รับการแนะนำ รักษาจากแพทย์/สูตินรีแพทย์

มีวิธีการป้องกันภาวะช่องคลอดแห้งและภาวะร้อนวูบวาบอย่างไร?

การดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ชีวิตสตรีเปลี่ยนผ่านจากช่วงมีประจำเดือนไปสู่ วัยหมดประจำเดือนอย่างมีความสุขและมีคุณภาพ โดยการดูแลสุขภาพคงต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนหมดประจำเดือน ไม่ใช่รอจนหมดประจำเดือน หรือเมื่อมีอาการแล้วค่อยมาสนใจสุขภาพ

สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ

1. รับประทานอาหารให้ถูกต้อง ควรลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาอาหารที่มีไขมันสูง เน้นอาหารจำพวกผัก ผลไม้ให้มากขึ้น

2. ดื่มนมหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณแคลเซียม 1-2 กล่องต่อวัน

3. ดื่มนมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ หรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับถั่วเหลืองเพื่อเพิ่ม Phytoestrogen (ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากพืช) 1-2 กล่องต่อวัน

4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

5. สวมใส่เสื้อผ้าที่ใส่สบาย นุ่ม ระบายอากาศได้ดี

6. งดดื่มเหล้า/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่

7. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

8. ฝึกสมาธิ ทำจิตใจให้สงบ

เมื่อช่องคลอดแห้งยังมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม ? ควรดูแลอย่างไรในการมีเพศสัมพันธ์?

ในสตรีวัยหมดประจำเดือน ความต้องการทางเพศมักจะลดลงเนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงลดลงตามธรรมชาติอยู่แล้ว และหากมีอาการช่องคลอดแห้งจะทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนเวลามีเพศสัมพันธ์กับสามี จึงส่งผลทำให้สตรีในวัยนี้ไม่ค่อยอยากมีเพศสัมพันธ์ หรือหาทางหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์มากที่สุด ซึ่งจะตรงข้ามกับฝ่ายชายที่ยังมีความต้องการทางเพศอยู่เสมอ จึงทำให้อาจเกิดปัญหาในชีวิตคู่ได้ จริงๆ แล้วการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติ สตรีในวัยหมดประจำเดือนยังมีเพศสัมพันธ์กับสามีได้ตามปกติ แต่การที่ทำให้ทุกฝ่ายมีความสุข และสตรีไม่มีอาการเจ็บแสบช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ คือ

1. ใช้สารหล่อลื่น เช่น ยาหล่อลื่น K-Y gel ทาที่ปากช่องคลอดก่อนมีเพศสัมพันธ์ จะทำให้ช่องคลอดลื่น ไม่แสบ ควรเลือกใช้เป็นอันดับแรกเพราะไม่ค่อยมีผลข้างเคียงจากยา เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย

2. ครีมที่เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน หากใช้เจลหล่อลื่น K-Y gel แล้วยังมีอาการแสบช่องคลอดอยู่ ให้ปรึกษาสูติ-นรีแพทย์ ซึ่งแพทย์จะสั่งครีมที่เป็นฮอร์โมนมาทาในช่องคลอด ครีมจะช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ในช่องคลอดให้หนาขึ้น มีความยึดหยุ่นมากขึ้น มีเมือกมากขึ้น ทำให้ไม่แสบช่องคลอดเวลามีเพศสัมพันธ์ แต่การใช้ยาตัวนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

3. สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลด้านจิตใจ ฝ่ายชายควรแสดงความรัก ความเข้าอกเข้าใจภรรยา จะทำให้ทุกฝ่ายมีความสุขกับการมีเพศสัมพันธ์ และจะได้ไม่เกิดปัญหาในชีวิตคู่ตามมา

บรรณานุกรม

  1. Grady D. Clinical practice. Management of menopausal symptoms. N Engl J Med. 2006 ; 355:2338-47.
  2. Johnston SL, Farrell SA . The detection and management of vaginal atrophy.J Obstet Gynaecol Can 2004; 26:503–8.
  3. MacLennan A, Lester S, Moore V. Oral estrogen replacement therapy versus placebo for hot flushes: a systematic review. In: The Cochrane Library, Issue 2, 2002: Oxford: Update Software.
  4. Nelson HD. Commonly used types of postmenopausal estrogen for treatment of hot flashes: scientific review. JAMA 2004 ; 291:1610–20.
  5. Newton KM, Reed SD, LaCroix AZ, Grothaus LC, Ehrlich K, Guiltinan J. Treatment of vasomotor symptoms of menopause with black cohosh, multibotanicals, soy, hormone therapy, or placebo: a randomized trial. Ann Intern Med. 2006 ; 145:869–79.
Updated 2017,March11


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 6 คน saksinichatnantaporn padungchob19 Wassanawas a1v4d PPaapp Panupol
Frame Bottom