Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  ระบบโลหิตวิทยา  โภชนาการ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ภาวะซีด 

บทนำและแหล่งอาหาร

ภาวะขาดโฟเลท (Folate deficiency) หรือ ภาวะขาดกรดโฟลิก (Folic acid deficiency) หรือ ภาวะขาดวิตามินบี-9 (Vitamin B-9 deficiency) คือ ภาวะผิดปกติที่เกิดจากร่างกายขาดสารโฟเลท โดยในผู้ใหญ่จะเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลหิตจาง แต่ถ้าเกิดขณะเป็นทารกในครรภ์ อาจส่งผลให้ทารกฯมีสมองและไขสันหลังพิการแต่กำเนิด

โฟเลท (Folate) หรือ Folic acid เป็นวิตามินที่จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี คือ วิตามินบี-9 (Vitamin B-9) เป็นวิตามินที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นวิตามินที่ร่างกายต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น

โฟเลท เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายจึงขับส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ง่าย ลดโอกาสที่จะสะสมในร่างกาย ดังนั้น ร่างกายจึงมีโอกาสที่จะขาดวิตามินนี้ได้ง่าย แต่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากวิตามินนี้สูงเกินได้น้อย

แหล่งอาหาร:

อาหารที่มีโฟเลทสูง ได้แก่ ผัก และผลไม้ โดยเฉพาะผักที่มีใบเขียวเข้ม (เช่น ผักโขม บรอกโคลี ถั่วกินฝัก ผักกะหล่ำ หน่อไม้ฝรั่ง) ส้ม ธัญพืช ไข่แดง ตับ ไต และอาหารต่างๆที่เสริมอาหารด้วยโฟเลท เช่น นม นมถั่วเหลือง อาหารเช้าซีเรียล แป้งทำอาหารและทำขนมปัง

โฟเลทมีประโยชน์อย่างไร?

ภาวะขาดโฟเลท

โฟเลท มีหน้าที่ หรือประโยชน์ คือ

คนทั่วไปต้องการโฟเลทวันละเท่าไร?

ตามคำแนะนำสำหรับคนทั่วไปต่อปริมาณโฟเลท ที่ควรบริโภคต่อวัน (DRI, Dietary reference intakes) ของสถาบันการแพทย์แห่งชาติ แห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Nutrition Board, Institute of Medicine, National Academies)ในปีค.ศ. 2011 คือ

มีผลข้างเคียงจากกินโฟเลทมากเกินไปไหม?

โดยทั่วไป ไม่ค่อยมีรายงานผลข้างเคียง หรือโทษ จากกินโฟเลทสูงกว่าคำแนะนำ แต่มีรายงานว่า การกินโฟเลทปริมาณสูงในขณะกินยากันชัก อาจกระตุ้นให้เกิดการชักได้ นอกจากนั้นโฟเลทจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องทำงานสัมพันธ์กับ วิตามินบี 2, วิตามินบี 6, และวิตามิน บี 12 ด้วย

ภาวะขาดโฟเลทมีสาเหตุจากอะไร?

ภาวะขาดโฟเลทเกิดได้จาก ภาวะขาดอาหาร, ภาวะที่ร่างกายต้องการโฟเลทมากกว่าปกติ, ภาวะร่างกายขับโฟเลทออกจากร่างกายมากกว่าปกติ, และผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

ก. ภาวะขาดอาหาร(ทุโภชนาการ): ได้แก่ ภาวะหรือโรคต่างๆที่ส่งผลให้ร่างกายได้รับโฟเลทน้อยกว่าความต้องการ เช่น

ข.ภาวะร่างกายต้องการโฟเลทมากกว่าปกติ: เช่น

ค. ภาวะร่างกายขับโฟเลทออกจากร่างกายมากกว่าปกติ: เช่น

ง.ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางชนิดจะต้านการทำงานของโฟเลท เช่น

ใครมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดโฟเลท?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดโฟเลท ได้แก่

ภาวะขาดโฟเลทมีอาการอย่างไร?

อาการที่พบได้จากการขาดโฟเลท เป็นอาการไม่เฉพาะ สามารถพบอาการเหล่านี้ได้จากภาวะขาดอาหารและขาดวิตามินต่างๆ หรือในโรคต่างๆ โดยอาการที่พบได้ เช่น

แพทย์วินิจฉัยภาวะขาดโฟเลทอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยภาวะขาดโฟเลทได้จาก

รักษาภาวะขาดโฟเลทอย่างไร?

แนวนางการรักษาภาวะขาดโฟเลท ได้แก่ การให้โฟเลทเสริมอาหารซึ่งอาจเป็นการกิน หรือ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือทางหลอดเลือดดำ ซึ่งจะขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ และการให้อาหารที่มีโฟเลทสูง

นอกจากนั้น คือ การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ให้ยาแก้ปวดศีรษะ เมื่อมีอาการปวดศีรษะ เป็นต้น

ภาวะขาดโฟเลทรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงไหม?

ความรุนแรง/การพยากรณ์โรคกรณีขาดโฟเลท ได้แก่

ก. ภาวะขาดโฟเลทในผู้ใหญ่ มีการพยากรณ์โรคที่ดี เป็นภาวะไม่รุนแรง มักรักษาได้หาย

ข. แต่ถ้าเกิดกับทารกในครรภ์ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดความพิการแต่กำเนิด โดยเฉพาะกับสมองและไขสันหลังจนอาจเสียชีวิตได้

ในส่วนผลข้างเคียงจากการขาดโฟเลท คือ

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?พบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

การดูแลตนเองที่สำคัญ คือ เมื่อมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ “อาการฯ” ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 3-7 วันหลังการดูแลตนเอง ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ เพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุเพื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม

ส่วนเมื่อทราบว่า ขาดโฟเลท การดูแลตนเอง ได้แก่

  • ปฏิบัติตาม แพทย์ พยาบาล โภขนากร แนะนำ
  • กินโฟเลทเสริมอาหารตามแพทย์แนะนำ ให้ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่ขาดยา
  • กินอาหารมีประโยชน์ห้าหมู่ให้ครบทุกวัน กินอาหารผัก ผลไม้ให้มากขึ้น กินอาหารที่มีโฟเลทสูง
  • เมื่อวางแผนที่จะแต่งงาน หรือมีบุตร สตรีควรต้องพบสูตินรีแพทย์เพื่อคำแนะนำในการกินโฟเลทเสริมอาหารตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์
  • ป้องกัน รักษา ควบคุมโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขาดโฟเลท ดังกล่าวแล้วในหัวข้อ “สาเหตุฯ” และหัวข้อ”ปัจจัยเสี่ยงฯ”
  • เลิก/ไม่ดื่มสุรา
  • พบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามนัด
  • พบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนนัดเสมอเมื่อ

ป้องกันภาวะขาดโฟเลทอย่างไร?

สามารถป้องกันการขาดโฟเลทได้เช่นเดียวกับที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ “การดูแลตนเองฯ” ซึ่งที่สำคัญ คือ

บรรณานุกรม

  1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Folate_deficiency[2019,March9]
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Folate [2019,March9]
  4. http://www.ndhealthfacts.org/wiki/Folic_Acid [2019,March9]
  5. https://emedicine.medscape.com/article/200184-overview#show [2019,March9]
  6. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK56068/table/summarytables.t2/?report=objectonly [2019,March9]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน mmkkjung kampanar
Frame Bottom