Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระดูก  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคแคลเซียมในเลือดสูง 

บทนำ

มะเร็งบางชนิดอาจทำให้เกิดการทำลายของเซลล์กระดูก ส่งผลให้มีระดับแคลเซียมในเลือดสูงขึ้น ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับความเจ็บปวดจากการที่เซลล์กระดูกที่ถูกทำลายไป ยาพามิโดรเนท (Pamidronate) เป็นยาในกลุ่มยาบิสฟอสโฟเนตส์ (Bisphosphonates) ใช้ในการรักษาภาวะแคลเซียมในเลือดสูง หรือรักษากระดูกที่ถูกทำลายโดยมะเร็งชนิดต่างๆโดยเฉพาะมะเร็งไขกระดูกชนิด Multiple Myeoloma และมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ยังนำมาใช้ในการรักษาโรคพาเจตส์ (Paget's disease of bone) ซึ่งเป็นโรคที่ร่างกายผู้ป่วยสร้างกระดูกที่มีความเปราะบาง แตกหักง่าย

ยาพามิโดรเนทเป็นยาฉีดปราศจากเชื้อ จัดเป็นยาควบคุมพิเศษตามกฎหมายยาของไทยใช้ตามแพทย์สั่งยา และผู้ป่วยควรเข้ารับการบริหารยาในสถานพยาบาลตามที่แพทย์นัดหมายอย่างเคร่งครัด

ยาพามิโดรเนทมีสรรพคุณอย่างไร?

พามิโดรเนท

ยาพิโดรเนทมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ดังต่อไปนี้

ก. รักษาภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia)

ข. ใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดเพื่อรักษากระดูกที่ถูกทำลายจากมะเร็งชนิดต่างๆเช่น มะเร็งไขกระดูกชนิด Multiple Myeoloma หรือมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย (ระยะที่ 4)

ค. รักษาโรคพาเจตของกระดูก (Paget's disease of bone)

ยาพามิโดรเนทออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาพามิโดรเนทออกฤทธิ์โดยตัวยาทำหน้าที่ในการยับยั้งการทำงานของเซลล์ออสทิโอคลาส (Osteoclast) ของกระดูกซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่ในการสลายเซลล์กระดูก ทำให้การสลายเซลล์กระดูกลดลง และสามารถคงระดับหรือเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระดูกได้มากขึ้น นอกจากนี้ยาพามิโดรเนทยังมีส่วนช่วยในการควบคุมการสร้างเซลล์ออสทิโอคลาส และกระตุ้นให้เกิดการสลายของเซลล์ออสทิโอคลาสในกระดูกอีกด้วย

ยาพามิโดรเนทมีรูปแบบจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาพามิโดรเนทมีรูปแบบเป็นเภสัชภัณฑ์ยาฉีด ขนาดความแรง 30 มิลลิกรัมต่อ 10 มิลลิ ลิตร และ 15 มิลลิกรัมต่อ 5 มิลลิลิตร

ยาพามิโดรเนทมีขนาดบริหารอย่างไร?

ยาพามิโดรเนทมีขนาดบริหารยา/ใช้ยาโดยทั่วไปดังต่อไปนี้เช่น

ก. ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ใช้ขนาดยา 60 - 90 มิลลิกรัม

ข. ภาวะกระดูกถูกทำลายจากโรคมะเร็งไขกระดูก (Multiple Myeoloma) ใช้ขนาดยา 90 มิลลิกรัมเดือนละหนึ่งครั้ง

ค. ภาวะปวดกระดูกจากมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย (Breast Cancer, Osteolytic bone Metastases) ใช้ขนาดยา 90 มิลลิกรัมทุกๆ 3 - 4 สัปดาห์

ง. โรคพาเจตของกระดูก (Paget's disease of bone) ใช้ขนาดยา 30 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 3 วันต่อเนื่องกัน (รวม 90 มิลลิกรัม)

ขนาดยาดังกล่าวเป็นขนาดยาแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น ขนาดยาและความถี่การให้ยายังขึ้นอยู่กับสภาวะของไต โรค หรือปัจจัยอื่นๆของผู้ป่วยเป็นรายบุคคลไป ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยวินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาพามิโดรเนท ควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้เช่น

หากลืมบริหารยาควรทำอย่างไร?

หากลืมหรือพลาดนัดหมายเพื่อรับยาพามิโดรเนท ให้แจ้งแพทย์ผู้ทำการรักษาหรือติดต่อสถานพยาบาลที่คุณรับการรักษาอยู่ทันทีเพื่อนัดหมายการให้ยา

ยาพามิโดรเนทมีผลไม่พึงประสงค์ไหม?

ยาพามิโดรเนทอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์) โดยทั่วไปเช่น อาการบวมแดงหรืออาการอักเสบในบริเวณที่ฉีดยา ปวดท้อง สูญเสียการรับรสหรือการรับรสเปลี่ยนไป ท้องผูก คลื่นไส้ อาเจียน อาการแสบยอดอก มีแผลในช่องปาก มีไข้ ปวดศีรษะ มึนงง นอนไม่หลับหรือนอนหลับยาไอ อาการบวมตามมือ แขน เท้า ข้อเท้า และน่องขา ทั้งนี้หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าอาการรุนแรงขึ้นหรือไม่ทุเลาลงให้รีบแจ้งให้แพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด

ยาพามิโดรเนทอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรงเช่น ปวดหรือเหงือกบวม ฟันหลุด ปวดหรือชาบริเวณกราม ปวดหรือแสบบริเวณรอบๆปาก ไอเป็นเลือด หายใจไม่สะดวก /หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว เป็นลม ปวดหรือเจ็บตา หรือผู้ป่วยบางคนหลังได้รับยาพามิโดรเนทแล้วเกิดอาการแพ้ยาเช่น มีผื่นคันขึ้นตามร่างกาย เกิดอาการบวมบริเวณคาง ริมฝีปาก เปลือกตา/หนังตา อาจเกิดร่วมกับการหายใจไม่สะดวก หากเกิดอาการทั้งหลายนี้ให้รีบไปโรง พยาบาลทันที/ฉุกเฉิน

อย่างไรก็ดีผู้ป่วยควรตระหนักว่าการที่แพทย์สั่งใช้ยานี้เนื่องจากแพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่ายานี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่าโทษหรือมากกว่าการได้รับผลข้างเคียงจากยา ผู้ป่วยที่ได้รับยานี้ส่วนมากมีพบว่าเกิดอาการไม่พึงประสงค์/ผลข้างเคียงชนิดรุนแรง ผู้ป่วยจึงควรเฝ้าระวังผลข้างเคียงดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น และรีบแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบ/ไปโรงพยาบาลทันที่/ฉุกเฉินหากเกิดอาการรุนแรงดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

ยาพามิโดรเนทมีปฏิกิริยากับยาตัวอื่นไหม?

ยาพามิโดรเนทมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาชนิดอื่นๆได้แก่

อนึ่ง รายการยาที่ยกตัวอย่างเบื้องต้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จึงควรแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบว่าผู้ป่วยกำลังใช้ยาอะไรบ้าง ยาบางชนิดแม้จะมีปฏิกิริยาระหว่างยาต่อกัน แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ร่วมกันหากประโยชน์จากการรักษามากกว่าโทษหรือมากกว่าผลข้างเคียงจากยา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์ต่อผู้ป่วยเป็นเฉพาะรายๆไป

มีข้อควรระวังในการใช้ยาพามิโดรเนทอย่างไร?

มีข้อควรระวังในการใช้ยาพามิโดรเนทเช่น

***** อนึ่ง: ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาพามิโดรเนท) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้น ฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ควรเก็บรักษายาพามิโดรเนทอย่างไร?

โดยปกติยาพามิโดรเนทควรได้รับการบริหารหรือการให้ยาที่สถานพยาบาลเท่านั้น โดยเก็บยานี้ในที่แห้ง ไม่ร้อน และไม่ถูกแสงแดดโดยตรง (อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส/Celsius) ภายหลังผสมยาแล้วควรบริหารยาให้ผู้ป่วยทันที หากไม่ใช้ในทันทีควรปรึกษาฝ่ายเภสัชกรรมของสถานพยาบาลถึงวิธีการเก็บรักษายานี้ที่ผสมแล้วต่อไป

ยาพามิโดรเนทมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาพามิโดรเนทมียาชื่อการค้าอื่นๆที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยดังต่อไปนี้

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
พามิซอล (Pamisol)บริษัท อินโดไชน่า เฮลท์ แคร์ จำกัด
อะรีเดีย (Aredia)บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด

บรรณานุกรม

  1. Pamidronate: Drug Information, Lexicomp® [Online] UpToDate®. Retrieved on October 24, 2015.
  2. Drug Information Leaflet (SPC) AREDIA Dry Powder. http://www.medicines.org.uk/emc/medicine/7199 [2015,Nov7]
  3. Zarychanski R, Elphee E, Walton P, Johnston J. Osteonecrosis of the jaw associated with pamidronate therapy. Am J Hematol 2006;81(1): 73–5.
  4. เว็บไซต์คณะกรรมการอาหารและยา http://wwwapp1.fda.moph.go.th/consumer/conframe.asp [2015,Nov7]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน OOOkdOOO Kunniya
Frame Bottom