Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เป็นฝีหลายหัว 

บทนำ

ฝีฝักบัว (Carbuncle) คือการติดเชื้อแบคทีเรียชนิด Staphylococcus และ/หรือชนิด Strep tococcus ที่ต่อมไขมันและที่ขุมขนของผิวหนัง ที่ลุกลามจนรวมกันเป็นกลุ่มก้อน มีหนองสะสมจนมีลักษณะเป็นก้อนหนองเรียกว่าเป็น “ฝีฝักบัว

ปัจจุบัน ยังไม่มีการศึกษาอัตราการเกิดอย่างชัดเจนของฝีฝักบัว แต่เป็นโรคที่เกิดได้ในทุกเพศและในทุกวัย

อนึ่ง จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑืตยสถาน พ.ศ. 2554 “ฝีฝักบัว” หมายถึง ฝีชนิดหนึ่ง ขึ้นตามหลังและต้นคอ มีลักษณะเหมือนฝักบัว มีหัวหลายหัว ส่วนคำว่า “ฝี” หมายถึง โรคจำพวกหนึ่งเป็นต่อมบวมขึ้นกลัดหนองข้างใน

ฝีฝักบัวเกิดได้อย่างไร?

ฝีฝักบัว

ฝีฝักบัวเริ่มต้นจากผิวหนังมีรอยถลอกบาดเจ็บเล็กน้อยเช่น จากการเกา การเสียดสี การสัม ผัสสิ่งสกปรกต่างๆจากมือสัมผัสรอยบาดเจ็บ จากนั้นรอยบาดเจ็บนั้นจะติดเชื้อแบคที่เรียชนิดที่ก่อโรคฝีฝักบัวดังกล่าวในบทนำ เชื้อแบคทีเรียนั้นๆจึงเข้าสู่ผิวหนัง ลุกลามรุนแรงเป็นการติดเชื้อแบค ทีเรียที่ผิวหนังที่มีลักษณะเป็นก้อนหนองมีหลายหัวที่เรียกว่า ฝีฝักบัว

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดฝีฝักบัว?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดฝีฝักบัวได้แก่

ฝีฝักบัวติดต่ออย่างไร?

ฝีฝักบัวไม่ใช่โรคติดต่อ การเกิดโรคอาศัย 2 ปัจจัยคือ การบาดเจ็บที่ผิวหนังที่เกิดอยู่ก่อน และเชื้อก่อโรค (เชื้อแบคทีเรีย) ที่อยู่ที่ผิวหนัง อย่างไรก็ดีทั้งผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดควรล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดปริมาณเชื้อก่อโรคนี้

ฝีฝักบัวมีอาการอย่างไร?

ฝีฝักบัวมีอาการเป็นผื่นแดง แข็ง เจ็บ ประกอบกับต่อมขุมขนที่อักเสบติดเชื้อหลายๆอันมารวมกันอยู่ในผิวหนังชั้นลึก ที่ผิวหนังด้านบนจะมองเห็นผิวแดงอักเสบ มีตุ่มหนองหลายตุ่มตามรูขุมขนมองดูคล้าย “ฝักบัว” ต่อมตุ่มหนองจะแตกออกเป็นหนองไหลออกมา โรคจะหายอย่างช้าๆ เกิดเป็นแผลเป็นตามมา

ฝีฝักบัวนี้มักพบที่บริเวณต้นคอ ต้นขา ด้านหลัง และในรายที่ติดเชื้อมากอาจมีอาการไข้และ อ่อนเพลียร่วมด้วย

แพทย์วินิจฉัยฝีฝักบัวได้อย่างไร?

แพทย์สามารถวินิจฉัยฝีฝักบัวได้จากอาการที่เกิดขึ้น การตรวจร่างกาย และการตรวจรอยโรคด้วยการดู/คลำตำแหน่งรอยโรค และสามารถระบุชนิดของเชื้อก่อโรคได้จากการส่งหนองจากแผลเพื่อการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อการตรวจเพาะเชื้อ

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

หากมีตุ่ม ผื่น แดง เจ็บ มีหนองที่สงสัยเป็นฝีฝักบัว หรือผิวหนังเป็นแผลติดเชื้อ สามารถพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลได้ทันที เพื่อการตรวจร่างกาย การตรวจรอยโรค เพื่อวินิจฉัยและได้รับการรักษา

รักษาฝีฝักบัวอย่างไร?

ฝีฝักบัวรักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะนานอย่างน้อย 1 สัปดาห์ (ชนิดของยาปฏิชีวนะ ขึ้นกับความรุนแรงของรอยโรค ดังนั้นจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา) และหากแผลที่มีหนองคั่งค้างหรือมีเนื้อตายอาจต้องทำการผ่าตัดเนื้อตายและระบายหนอง แต่ห้ามทำเองเด็ดขาด ต้องทำโดยแพทย์หรือพยาบาลที่ได้รับการฝึกฝน เนื่องจากจะทำให้เชื้อแพร่กระจายมากขึ้น

นอกจากนั้นคือ การรักษาประคับประคองตามอาการเช่น กินยาแก้ปวด ยาลดไข้ และการรัก ษาความสะอาดบริเวณรอยโรคเช่น การทำความสะอาดด้วยสบู่อ่อนที่มียาฆ่าเชื้อร่วมกับทายาฆ่าเชื้อชนิดครีมหลังทำความสะอาดแล้ว

ฝีฝักบัวก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

รายที่มีการติดเชื้อลุกลาม ฝีฝักบัวอาจก่อผลข้างเคียงจากทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังเป็นวงกว้างส่งผลให้

ฝีฝักบัวมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

โดยทั่วไป ฝีฝักบัวมีการพยากรณ์โรคที่ดี หลังได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะโรคมักหายดี

แต่หลังโรคหายอาจเกิดเป็นรอยแผลเป็นได้

ดูแลรักษาตนเองอย่างไร?

เมื่อเป็นฝีฝักบัวการดูแลรักษาตนเองที่บ้านคือ

  • ปฏิบัติตามแพทย์พยาบาลแนะนำ
  • กินยาตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วน ไม่หยุดยาเองแม้ฝีจะยุบหมดแล้ว
  • รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคที่ปกติด้วยการรักษาสุขอนามัยพื้น ฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ)
  • รักษาควบคุมโรคประจำตัวต่างๆให้ได้ดี
  • รักษาสุขอนามัยของผิวหนังตามปกติ ใช้สบู่ทำความสะอาดเมื่ออาบน้ำ อาจใช้สบู่อ่อนที่มีส่วนผสมยาฆ่าเชื้อ
  • ล้างมือบ่อยๆ รักษาความสะอาดมือเสมอ
  • ไม่แกะเกาผิวหนังให้บาดเจ็บเป็นทางเข้าของเชื้อโรค ตัดเล็บให้สั้น
  • ไม่บีบหรือเจาะหนองเอง
  • ประคบอุ่น/ประคบร้อนที่รอยโรควันละ 3 - 4 ครั้งจะช่วยให้หนองแตกระบายได้ดี
  • ทำแผลเมื่อหนองแตกวันละ 2 – 3 ครั้ง ใช้อุปกรณ์ทำแผลที่สะอาดปราศจากเชื้อโรค ควรปรึกษาเรื่องการดูแลแผลจากสถานีอนามัยหรือจากโรงพยาบาลใกล้บ้าน
  • รักษาความสะอาดเครื่องใช้ส่วนตัวเช่น ผ้าเช็ดตัว กางเกงใน ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัด กรณีได้พบแพทย์ในการรักษาแล้ว

เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด?

เมื่อเป็นฝีฝักบัวควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ป้องกันเกิดฝีฝักบัวอย่างไร?

ป้องกันฝีฝักบัวได้โดย

บรรณานุกรม

  1. ปรียากุลละวณิชย์,ประวิตร พิศาลยบุตร .Dermatology 2020:ชื่อบท.พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพฯ:โฮลิสติก,2555อภิชาติ ศิวยาธร . โรคผิวหนังต้องรู้สำหรับเวชปฏิบัติทั่วไป . พิมพ์ครั้งที่ 5 .สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
  2. Lowell A. Goldsmith,Stephen I. Katz,Barbara A. Gilchrest,Amy S. Paller,David J.Leffell,Klaus Wolff.Fitzpatrick’s dermatology in general medicine :chapter.eight edition.McGraw-Hill.2012
  3. http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/boils-and-carbuncles/basics/definition/con-20024235[2015,May9]
  4. http://www.nhs.uk/Conditions/Boils/Pages/Prevention.aspx[2015,May9]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน montreeza66666 falamrai
Frame Bottom