Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบัน มีวิธีการรักษาที่ได้ผลดีมากขึ้น เช่น การให้ยาเคมีบำบัด การฉายรังสี/รังสีรักษา หรือการผ่าตัดที่มีความปลอดภัย ผู้ที่เป็นโรคนี้มีโอกาสหายได้สูงขึ้น อย่างไรก็ตามการรักษาทุกอย่างก็มีผลไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นด้วย เช่น ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียนหลังได้ยาเคมีบำบัด หรืออาการปวดศีรษะ อาเจียน ซึมลงหลังจากได้รับการฉายแสงบริเวณสมอง อาการเหล่านี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร และอันตรายหรือไม่ ต้องติดตามจากบทความนี้

ผลข้างเคียงจากการฉายรังสีต่อระบบประสาทคืออะไร?

ผลข้างเคียงของการฉายรังสีต่อระบบประสาท

ผล หรือผลข้างเคียงจากการฉายรังสี คือ อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสี เพื่อรักษาโรคมะเร็งบริเวณสมอง และเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่อยู่ติดกับระบบประสาท เช่น โพรงหลังจมูก หรือกระดูกสันหลัง และผลของรังสีนั้นทำให้มีความผิดปกติเกิดขึ้นต่อระบบประ สาท เช่น ปวดศีรษะ อาเจียน อาการอ่อนแรง ซึมลง และ/หรือชัก เป็นต้น

ผลข้างเคียงจากการฉายรังสีต่อระบบประสาทเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ผลข้างเคียงจากการฉายรังสีต่อระบบประสาท เกิดจาก 3 กลไกหลัก คือ

ผลข้างเคียงจากการฉายรังสีต่อระบบประสาทก่อให้เกิดโรคที่ส่วนใดบ้าง?

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้น ขึ้นกับบริเวณที่ฉายรังสี ทั้งนี้ระบบประสาทที่มีโอกาสได้รับผลกระทบบ่อยๆ คือ ก. สมอง, ข. ไขสันหลัง, ค. เส้นประสาทสมอง, ง. เส้นประสาท

สมอง

อาการที่เกิดขึ้นจากผลข้างเคียงของการฉายรังสีที่สมอง ที่อาจพบได้ ได้แก่

ไขสันหลัง

ผลข้างเคียงของการฉายรังสีต่อไขสันหลัง อาการที่อาจพบได้ ได้แก่

เส้นประสาทสมอง

ผลข้างเคียงของการฉายรังสีต่อเส้นประสาทสมอง จะขึ้นกับการฉายรังสีครอบคลุมประ สาทสมองเส้นใด อาการที่อาจพบได้ ได้แก่

  • การดมกลิ่นเสียไป ถ้าฉายรังสีครอบคลุมประสาทสมองเส้นที่ 1
  • การมองเห็นผิดปกติ ตาแห้ง ต้อกระจก ต้อหิน ประสาทตาเสื่อม ถ้าฉายรังสีครอบคลุมตา/ประสาทสมองเส้นที่2
  • การได้ยินลดลง เสียการทรงตัว ถ้าฉายรังสีครอบคลุมประสาทสมองเส้นที่ 8 (ประสาทหู)
  • การเคี้ยว การกลืนลำบาก การรับรสเปลี่ยนไป ถ้าฉายรังสีครอบคลุมประสาทสมองเส้นที่ 9,10

เส้นประสาท

ผลข้างเคียงของการฉายรังสีต่อเส้นประสาท อาการที่อาจพบได้ ได้แก่

ปัจจัยใดที่มีผลต่อการเกิดผลข้างเคียงจากการฉายรังสีต่อระบบประสาท?

ปัจจัยที่มีผลต่อโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากการฉายรังสีต่อระบบประสาท ได้แก่

อาการต่างๆจะเกิดขึ้นเมื่อใด?

การเกิดผลข้างเคียง/ผลแทรกซ้อนจากการฉายรังสีต่อระบบประสาทนั้น เกิดขึ้นได้เป็น 3 ระยะ คือ

แพทย์ให้การวินิจฉัยอาการต่างๆว่าเกิดจากผลของการฉายรังสีได้อย่างไร?

แพทย์ให้การวินิจฉัยว่า อาการผิดปกติทางระบบประสาทเกิดจากผลของรังสี โดย พิจารณาจากประวัติที่ได้รับการฉายรังสี และอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ร่วมกับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเอมอาร์ไอ สมองหรือไขสันหลัง กรณีสงสัยว่ามีผลข้างเคียงที่สมองหรือไขสันหลัง และตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ กรณีสงสัยความผิดปกติของเส้นประสาท เพื่อแยกว่าความผิดปกติไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อ

อาการผิดปกติต่างๆรักษาอย่างไร?

การรักษาผลข้างเคียงจากรังสีรักษาต่อระบบประสาท ขึ้นกับอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น และช่วงระยะเวลาที่เกิดขึ้น เช่น ภาวะสมองบวม ให้การรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ หรือถ้าบวมมาก จนมีการกดเบียดกดสมอง ก็อาจต้องผ่าตัดสมอง เป็นต้น

ถ้าผลข้างเคียงเกิดกับต่อมไร้ท่อ การรักษา คือ การให้ฮอร์โมนรักษาภาวะต่อมไร้ท่อทำ งานผิดปกติ ซึ่งก็ตอบสนองต่อการรักษาดี

อย่างไรก็ตาม การรักษาผลข้างเคียงฯ ส่วนใหญ่คือ การรักษาประคับประคองตามอาการของผลข้างเคียงนั้นๆ เช่น การให้ยารักษาสมองเสื่อม เป็นต้น

อาการผิดปกติต่างๆมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของผลข้างเคียงจากการฉายรังสีต่อระบบประสาท ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ และของรอยโรคในระบบประสาท บางครั้งอาจอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น สมองบวมมากในช่วงแรก แต่ถ้าในระยะยาวมักไม่รุนแรง แต่ไม่หายขาด เช่น สมองฝ่อ สมองเสื่อม

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีอาการผิดปกติเหล่านี้?

การดูแลตนเองเมื่อมีผลข้างเคียงจากการฉายรังสีต่อระบบประสาท ได้แก่

  • ระยะเริ่มฉายรังสี การดูแลตนเองในช่วงนี้คือ การนอนรักษาในโรงพยาบาล คือ ต้องป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล การพยายามเคลื่อนไหว ถ้ามีอาการแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย การสังเกตอาการว่ามีภาวะสมองบวม (อ่านได้จากบทความเรื่อง สมองบวม) หรืออาการผิดปกติอื่นหรือไม่ ถ้ามีอาการผิดปกติให้รีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาล เพื่อให้การรักษาที่รวดเร็ว ญาติที่เฝ้าผู้ป่วย ต้องหมั่นพูดคุยกับผู้ป่วย เพื่อป้องกันภาวะสับสนฉับพลัน และสังเกตอาการต่างๆอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแจ้งแพทย์ พยาบาล
  • ระยะกลาง การดูแลส่วนใหญ่ ผู้ป่วยอาจจะออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว หรือช่วงหลังของการรักษาในโรงพยาบาล

กรณีที่ยังพักรักษาในโรงพยาบาล ก็ให้การดูแลเหมือนช่วงแรกๆ คือ ต้องกระตุ้นให้มีกิจ กรรม พยายามพูดคุย เคลื่อนไหว เดินออกกำลังกาย ระวังการติดเชื้อ

กรณีกลับบ้านแล้ว สิ่งสำคัญคือ การสังเกตว่ามีอาการผิดปกติอะไรที่เปลี่ยนแปลงบ้าง ถ้าสงสัยว่าผิดปกติก็ให้รีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลทันที

สรุป

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่ถ้าเจ็บป่วยแล้ว ใจต้องเข้มแข็ง เราควรแค่เจ็บป่วยทางกายเท่านั้น แต่ใจต้องเข็งแรง



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน thanaphong.snowmanza montreeza66666 falamrai
Frame Bottom