Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  pediatrics  กุมารเวชศาสตร์ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

นอนไม่หลับ  ปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ  เด็กหลับยาก  เด็กไม่ยอมนอน 

บทนำ

ปัญหาการนอนหลับยาก หรือไม่ยอมนอน หรือนอนไม่หลับ (Sleep problems in children หรือ Sleep disorders in children) พบประปรายในเด็ก เนื่องจากการนอนหลับยากมีผลต่อการเรียนหรือการมีชีวิตและกิจกรรมในเวลากลางวันของเด็ก ซึ่งบางทีเด็กอาจจะนอนมากในเวลากลาง วันหรือเรียนไม่รู้เรื่อง แต่กลางคืนไม่นอนจึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่กังวลใจ ในต่างประเทศมีศาสตร์ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนอนผิดปกติ ทั้งนอนมากเกินไปและนอนหลับยาก มีผู้เกี่ยวข้องหลายสาขาได้แก่ กุมารแพทย์ทั่วไป แพทย์ทางระบบประสาท แพทย์ทางจิตเวชเด็ก แพทย์ทางระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น

ในต่างประเทศพบปัญหาเด็กนอนหลับยากจำนวนมาก เนื่องจากในบ้านมักติดโทรทัศน์วงจรปิดเพราะลูกนอนแยกห้องกับพ่อแม่ ทำให้พ่อแม่เห็นว่าเด็กหลับยากหรือมีปัญหาต่างๆในเวลากลางคืน

ในบ้านเราปัญหานี้อาจพบไม่มากเท่า เพราะลูกนอนห้องเดียวกับพ่อแม่ พ่อแม่หลับแล้ว ลูกยังไม่หลับ จึงไม่พบว่าเป็นปัญหาไม่ได้กังวลอะไร ในที่สุดลูกก็มักจะหลับ ยกเว้นเมื่อลูกมีปัญหาและแพทย์ให้คอยดูเรื่องการนอนจึงพบว่าเป็นปัญหา

อุบัติการณ์การนอนไม่หลับในเด็กพบได้ประมาณ 20 - 30%

ปัญหาการนอนหลับยากมีสาเหตุจากอะไร? ดุแลรักษาอย่างไร?

ปัญหาเด็กนอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ

สาเหตุของการนอนหลับยากหรือหลับได้ไม่นานในเด็ก อาจแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆเป็นสองส่วน ส่วนแรกจากปัจจัยของเด็กเอง ส่วนที่สองเป็นปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอก

ก. ปัจจัยจากตัวเด็กเอง: แบ่งเป็น 4 สาเหตุคือ

1. มีความเจ็บป่วยหรือโรคหรือความไม่สบายของร่างกายทำให้เด็กมีปัญหาการนอน

2. มีปัญหาด้านจิตใจ ปัญหาทางด้านโรคทางระบบประสาทหรือจิตเวชในเด็ก

3. นอนหลับยากจากยาที่เด็กบริโภคอยู่

4. เป็นนิสัยพื้นฐานของเด็กเองที่นอนหลับยาก (Behavior insomnia)

1. ความเจ็บป่วยหรือโรคที่พบเป็นสาเหตุที่ทำให้นอนหลับยาก เช่น

1.1. หูชั้นกลางอักเสบเป็นสาเหตุที่พบบ่อยมากที่ทำให้เด็กนอนไม่หลับ ซึ่งพบได้ทั้งหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันและหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังในหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีไข้ เจ็บหู อาเจียน ทำให้นอนไม่หลับ ซึ่งเกิดได้ทั้งในช่วงกลางวันและช่วงกลางคืน

ในพวกหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังมักจะมีอาการเห็นชัดตอนกลางคืน เนื่องจากเด็กรู้สึกมีปัญหาไม่สบายหู ปวดหู หรือมีไข้ไม่สบายตัวทำให้นอนไม่หลับ

การรักษาหูชั้นกลางอักเสบจะทำให้เด็กหายจากอาการเจ็บปวดไม่สบายตัวและกลับมา นอนเป็นปกติได้

1.2. การเป็นโรคหวัดจากการแพ้ (Allergic rhinitis) ซึ่งทำให้แน่นจมูก หายใจไม่ออก คันจมูก คัน ตา มีน้ำมูก จาม ในปัจจุบันพบเด็กเป็นหวัดจากโรคภูมิแพ้มากขึ้น ในสหรัฐอเมริกาพบสูงถึงประ มาณ 40% เพราะมีสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้มากขึ้น การรักษาในปัจจุบันมียาสำหรับพ่นจมูกให้หายใจโล่งขึ้น โดยมีอาการข้างเคียงน้อย มีให้ใช้หลายชนิด

ยาแอนติฮิสตามีน (Antihistamine) อาจช่วยเรื่องแพ้ เรื่องคัน หรือแก้หวัดได้ แต่เด็ก บางคนอาจนอนไม่หลับซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากยา

เช่นเดียวกับเด็กที่มีอาการไอจากภูมิแพ้หรือหลอดลมอักเสบ (หลอดลมอักเสบในเด็ก) หรือพวกที่เป็นโรคหืด (โรคหืดในเด็ก) การได้ยาขยายหลอดลมชนิดรับประทานอาจมีผลให้ใจสั่น มือสั่น นอนไม่หลับ

1.3. ผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้/โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก (Atopic dermatitis) เป็นสาเหตุที่ทำ ให้เด็กนอนไม่หลับที่พบบ่อยมาก พบว่าเด็ก 5 - 20% เป็นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้และทำให้เกิดปัญหาในการนอนถึง 60%

การนอนไม่หลับเกิดเนื่องจากอาการคันมากหรือเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาเช่น การให้ยาแอนติฮีสตามีนเพื่อลดอาการคัน ซึ่งการรักษาผิวหนังอักเสบทำให้เด็กลดอาการคันแล้วนอนหลับได้

1.4. ความเจ็บป่วยเรื้อรังหลายอย่างทำให้เด็กนอนหลับยากได้แก่ โรคที่ทำให้ปวดข้อหรือกระดูก ไมเกรนทำให้ปวดศีรษะ โรคหืด โรคเบาหวานในเด็ก โรคกรดไหลย้อน การนอนไม่หลับอาจเกิดจากตัวโรคเองที่ทำให้มีอาการเจ็บปวดหรือความไม่สุขสบาย หรือจากยาที่ใช้รักษา และผลข้างเคียงของยาทำให้เด็กนอนไม่หลับ หรือเกิดจากความวิตกกังวลของเด็ก

2. ปัญหาด้านจิตใจทางระบบประสาทและจิตเวช ได้แก่

2.1. เด็กที่มีปัญหาชักหรือเด็กที่มีความผิดปกติในระบบประสาท อาจมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ จนมีปัญหาการนอนไม่หลับ เมื่อรักษาอาการทางระบบประสาทได้อาการนอนหลับจะดีขึ้น

การรักษาอาการนอนไม่หลับในเด็กที่มีความผิดปกติทางระบบประสาทจะซับซ้อนมากกว่า การรักษาในเด็กที่ไม่มีอาการผิดปกติทางระบบประสาท เพราะการนอนไม่หลับอาจเกิดจากโรคหรือเกิดจากยาที่ใช้รักษา จึงต้องมีการหาสาเหตุให้แน่ชัดและจัดการรักษาตามสาเหตุ

2.2. เด็กสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) เด็กกลุ่มนี้จะมีปัญหาในการนอนมากกว่าเด็กปกติ ส่วนใหญ่จะนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท หรือบางครั้งมีอาการหยุดหายใจเป็นระยะจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ (Obstructive sleep apnea) ซึ่งพบในเด็กกลุ่มนี้ได้มากกว่าเด็กปกติ

แต่ผู้เขียนพบเด็กอายุ 8 ขวบ คุณแม่มาปรึกษาว่าลูกนอนไม่หลับ พอซักได้ความว่าลูกไม่ยอมนอนเพราะอ่านหนังสือแฮรี่ พ็อตเตอร์ ลูกชอบอ่านมาก ไปวัดไอคิวเด็กได้ 130 และเด็กฉลาด อยากเรียนรู้ ชอบอ่านหนังสือจนไม่อยากนอน ซึ่งคงไม่ต่างจากผู้ใหญ่ หากอ่านหนังสือสนุกก็วางไม่ลง คงต้องมีการตกลงกันให้อ่านเมื่อไรและต้องนอนเมื่อไร หากวันที่โรงเรียนเปิด ควรกำหนดเวลานอน กลางวันไปโรงเรียนจะได้ไม่ง่วง และหากอยากอ่านหนังสือดึก อนุญาตแต่ช่วงวันหยุด

3. นอนหลับยากจากยาที่เด็กบริโภคอยู่ ยาส่วนใหญ่ในกลุ่มที่จะทำให้เด็กหลับทั้งที่ใช้รักษาอาการความเจ็บป่วยทางร่างกาย หรือรักษาภาวะชัก หรือรักษาปัญหาด้านจิตใจ เมื่อใช้ไปนานๆยานั้นกลับทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับเสียเองเช่น คลอรอลไฮเดรต (Chloral hydrate), ฟีโนบาร์บิทาล (Phenobarbital) ยากลุ่มยาขยายหลอดลมชนิดรับประทานเช่น ธีโอฟิลลีน (Theo phylline) ซึ่งทำให้นอนไม่หลับเพราะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง การพ่นยาขยายหลอดลมไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการนอนเพราะการออกฤทธิ์อยู่ในระยะเวลาสั้นกว่าชนิดรับประทาน

หากพบว่าเป็นปัญหาจากยา การหยุดยาจะทำให้นอนหลับดีขึ้น แต่หากหยุดไม่ได้ควรปรับ เวลาการให้ยา ไม่ให้ใกล้กับเวลานอน หรือให้ยาที่มีฤทธิ์รักษาคล้ายกันแต่ไม่ทำให้เกิดปัญหาการ นอนไม่หลับ

อนึ่งในเด็กโต การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และดื่มกาแฟ หรือการพยายามจะหยุดหรือลดสิ่งเหล่า นี้เมื่อเคยบริโภคต่อเนื่องอาจทำให้เกิดปัญหาในการนอนได้เช่นกัน

4. นิสัยพื้นฐานของเด็กเองที่นอนหลับยาก (Behavior insomnia) พบบ่อยที่สุดใน เด็กอายุตั้งแต่ขวบปีแรกจนถึง 5 ปี แต่อาจจะติดเป็นนิสัยไปจนโต เด็กกลุ่มนี้บางครั้งหลับยากจนกว่าจะมีสิ่งที่ตนเองชอบทำให้ก่อนหลับเช่น ต้องให้พ่อแม่อุ้มแล้วเขย่าตัวจนหลับ หรือต้องดูดนมก่อนจึงจะหลับได้ เมื่อหลับไปแล้วตื่นใหม่ก็ต้องให้พ่อแม่ทำอย่างเดิมอีกจึงจะหลับได้ และเด็กก็จะต้องมีสิ่งที่ต้องการเหล่านี้ก่อนหลับ หากไม่มีใครทำให้จะนอนไม่หลับ เด็กโตหน่อยอาจจะมีการกรีดร้องหรือต่อต้านการนอนโดยเฉพาะหากพ่อแม่ไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้

แก้นิสัยนอนหลับยากของเด็กได้อย่างไร?

ในเด็กที่มีนิสัยนอนหลับยากที่ต้องอุ้ม ต้องเขย่า หรือต้องกินนมก่อนนอน มีวิธีแก้ได้เหมือน กับการแก้นิสัยที่ไม่ต้องการคือ

4.1. นอนให้เป็นเวลา ก่อนนอนอาบน้ำให้สบายตัว ใส่เสื้อผ้าที่สบาย อ่านหนังสือให้ฟังก่อนนอน

4.2. เลิกทำสิ่งต่างๆที่เด็กติดเช่น ไม่อุ้ม ไม่เขย่า หรือให้กินนม ซึ่งอาจจะยากอยู่บ้าง บางครั้งเด็กจะร้องตะโกนก็ต้องทำใจแข็ง การเพิกเฉยนี้เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่าจะต้องมีการปรับนิสัยการให้อยู่ตามลำพังสักพัก (ส่วนใหญ่ใช้เวลาเป็น 2 - 3 นาทีถึง 5 นาทีตามอายุเช่น 2 ปีใช้ 2 นาที 3 ปี 3 นาทีประมาณนั้น) เด็กก็จะค่อยๆปรับตัวได้ดีขึ้น วิธีนี้ได้ผลดีในการปรับนิสัยที่ไม่พึงต้องการในเด็ก แต่พ่อแม่ส่วนใหญ่ใจไม่แข็งพอ

4.3. พยายามถอยห่าง ให้เด็กได้มีโอกาสเป็นตัวของตัวเองบ้าง ไม่ติดกับพ่อแม่มากเกินไปจนแกะจากกันไม่ออก โดยค่อยๆถอยห่างทีละน้อยเช่น แม่อาจนั่งอยู่ด้วยกันในห้อง ต่อไปแม่อาจนั่งที่หน้าห้องยังได้ยินเสียงกันอยู่ ต่อไปก็ห่างออกไป เด็กก็จะหัดอยู่คนเดียวได้ แต่อย่าทิ้งไปเลย พึงระวังสิ่งที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กหรืออุบัติเหตุจากสิ่งแวดล้อมต่างๆเช่นปลั๊กไฟ สิ่งแปลกปลอมที่เด็กอาจเก็บใส่ปากหรือจมูกแล้วสำลัก

4.4. ให้กำลังใจ ให้คำชม หรือให้รางวัล เมื่อเด็กสามารถทำได้ตามที่ตั้งความสำเร็จไว้และสามารถปฏิบัติได้ต่อไป การให้รางวัลก็ให้สมควรแก่อายุและสมควรแก่เหตุเช่น ให้ดาว การให้รางวัลเล็กๆ แต่บ่อยๆจะได้ผลดีกว่าการให้รางวัลใหญ่แต่น้อยครั้ง

4.5. บิดามารดาควรมีความรู้พื้นฐานในเรื่องการนอนของเด็กเพื่อให้เข้าใจว่าการนอนปกติเป็นอย่างไร เช่น ให้เด็กเข้านอนและตื่นเป็นเวลารวมทั้งในวันหยุดต่างๆ การจัดสภาพแวดล้อมในห้องนอน/การเตรียมบริเวณที่นอนให้ถูกสุขลักษณะ การไม่ให้เด็กมีกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดหรือยุ่งยากเมื่อใกล้เวลานอน และการสร้างนิสัยที่ควรแก่เด็ก

ทั้งนี้การแก้ปัญหาด้วยยามักจะทำเมื่อการปรับนิสัยการนอนแล้วไม่ได้ผล และต้องคำนึง ถึงผลข้างเคียงจากยาดังได้กล่าวไว้แล้วในหัวข้อ 3 ด้วย

ข. ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอกที่อาจมีผลให้เด็กหลับยาก

สภาพแวดล้อมจากห้องนอนซึ่งมีคนหลายคนนอนรวมกัน และ/หรือมีเรื่องที่ทำให้ห้องมีเสียงดังอึกทึกหรือไม่สงบสุขสำหรับการนอน หรือพ่อแม่เองก็นอนดึก ทำให้เด็กมีปัญหานอนหลับยาก

วิธีแก้ไขไม่ยากคือจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เหมาะสมทำให้เด็กนอนหลับได้และ ให้มีเวลาการนอนที่แน่นอนเป็นนิสัย

การจัดเวลานอนให้เป็นเวลา ต่อไปเมื่อถึงเวลาเด็กก็จะง่วงนอนได้เองตามปกติ

เมื่อไรคืออาการนอนหลับยากที่ต้องไปพบแพทย์?

เมื่อเด็กนอนหลับยาก ควรนำเด็กพบแพทย์เมื่ออาการนอนไม่หลับที่ไม่ยอมหายเป็นเวลานาน แม้ความเจ็บป่วยต่างๆจะดีขึ้นแล้ว และ/หรือการนอนไม่หลับหรือหลับยากมีปัญหาต่อกิจวัตรประจำวันของเด็กเช่น ต่อการเรียน ต่อการทำกิจกรรมต่างๆ

แพทย์มีขั้นตอนอย่างไรหากพบเด็กมีปัญหานอนหลับยาก?

ขั้นตอนการตรวจของแพทย์คือ

  • แพทย์จะซักประวัติที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุต่างๆที่เป็นเหตุให้นอนหลับยาก
  • แพทย์จะตรวจร่างกายดูว่ามีความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องทางร่างกายหรือไม่

หากซักประวัติหรือตรวจดูว่าอาจมีอาการเจ็บป่วย อาการชัก หรืออาการที่เกี่ยวข้องกับทางจิตเวช หรือจากนิสัยหลับยาก หรือเกี่ยวข้องกับยา แพทย์จะดำเนินการเพื่อการวินิจฉัยและรักษาตามเหตุที่เกี่ยวข้องต่อไป

บรรณานุกรม

  1. 1. http://www.uptodate.com/contents/assessment-of-sleep-disorders-in-children [2016,March12]
  2. http://www.uptodate.com/contents/sleep-physiology-in-children [2016,March12]
  3. http://www.uptodate.com/contents/behavioral-sleep-problems-in-children [2016,March12]
Updated 2016, March 12


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน phusauam222 konsongsai2017 zakg
Frame Bottom