Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก  ระบบประสาทวิทยา  ระบบกระดูกและข้อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกทั้งตัว 

บทนำ

ทุกคนคงเคยรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกในส่วนต่างๆของร่างกายทั่วตัว ที่พบบ่อย เช่น ปวดหลัง ปวดเอว ปวดไหล่ ปวดต้นคอ เป็นต้น พบแพทย์ก็ตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ อาการปวดก็เป็นๆ หายๆ อยู่คู่กับเราไปตลอด โดยไม่รู้ว่าเป็นอะไร ลองติดตามบทความนี้ “ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal Pain)” ดูครับ ท่านจะเข้าใจอาการปวดเมื่อยส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีขึ้น

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกมีสาเหตุจากอะไรบ้าง?

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูก

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกตามส่วนต่างๆของร่างกายทั่วตัว มีสาเหตุได้หลาก หลาย ที่พบบ่อยและควรทราบ คือ

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกแต่ละสาเหตุมีลักษณะอย่างไร?

อาการปวดเมื่อยฯในแต่ละสาเหตุนั้น มีลักษณะดังนี้

เมื่อมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกเมื่อใดควรพบแพทย์?

ผู้ที่มีอาการผิดปกติควรพบแพทย์เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • เคลื่อนไหวลำบาก จนส่งผลต่อการทำงานหรือกิจวัตรประจำวัน
  • มีไข้ เบื่ออาหาร
  • มีข้อยึดติด
  • น้ำหนักลดลงมากกว่า 10% จากน้ำหนักตัวปกติ ใน 3 เดือนนับจากเริ่มมีอาการ
  • อาการเป็นรุนแรงมากขึ้นๆ

การดูแลตนเองควรทำอย่างไร?

กรณีมีอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆของร่างกายทั่วตัวที่ไม่รุนแรง สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ มีอาการเฉพาะภายหลังการทำงาน ไม่มีน้ำหนักลด ไม่มีไข้ ไม่เบื่ออาหาร กรณีนี้ก็สามารถใช้การออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ปรับท่าทางในการทำงานให้เหมาะสม ไม่ควรใช้ยาแก้ปวดทุกครั้งที่มีอาการปวด เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน/ผลข้าง เคียงจากยาแก้ปวด เช่น แผลในกระเพาะอาหาร และโรคไต

แต่ถ้ามีอาการรุนแรงจนส่งผลต่อการเคลื่อนไหวหรือต่อการนอน มีอาการรุนแรงมากขึ้น ผอมลง เบื่ออาหาร มีไข้ ควรพบแพทย์เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง

อนึ่ง ผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยดังกล่าว ไม่ได้มีอาหารแสลง ไม่มีอาหารหรือเครื่องดื่มต้อง ห้ามใดๆเหมือนในผู้ป่วยที่เป็นโรคเกาต์ รวมทั้งไม่มีการศึกษาใดๆที่มีข้อมูลมากเพียงพอที่สรุปได้ว่า มีอาหาร เครื่องดื่ม หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆที่เป็นประโยชน์

แพทย์วินิจฉัยสาเหตุอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุของอาการปวดเมื่อยเหล่านี้ โดยจะพิจารณาจากลักษณะอาการปวดเมื่อยดังที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น (หัวข้ออาการ) เป็นหลัก ดังนี้

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกมีสาเหตุอื่นอีกหรือไม่?

สาเหตุอื่นๆที่ทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกทั่วตัว มีอีกหลายสาเหตุ

กรณีปวดแบบเฉียบพลัน เช่น ภาวะติดเชื้อ หลังฉีดวัคซีน เกลือแร่ในเลือดผิดปกติ หรือ ออกกำลังกายอย่างหนัก

กรณีปวดเรื้อรัง เช่น ภาวะติดเชื้อเรื้อรัง โรคมะเร็ง ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ หรือ กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง

แพทย์รักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างไร?

การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดเมื่อยฯ ในภาพรวมนั้นเราจะพบปัจจัยร่วมกันคือ การพัก ผ่อนไม่พอ มีปัญหาการนอนหลับ กังวล ความเครียด พฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อในการทำงานหรือออกกำลังที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเราต้องแก้ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ร่วมด้วยเสมอ รวมทั้งการทำกาย ภาพบำบัด โดยการนวด การทำอัลตราซาวด์ การยืดกล้ามเนื้อ การใช้ความร้อนประคบ และการใช้คลื่นความร้อนนวด

นอกจากนี้คือการรักษาเฉพาะในแต่ละโรค เช่น การให้ยาต้านเศร้า ยากันชักในผู้ป่วยไฟโบรมัยอัลเจีย หรือ การให้ยาสเตียรอยด์ในผู้ป่วย Polymyalgia rheumatica เป็นต้น

ควรใช้ยาแก้ปวดหรือไม่?

การใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาเมื่อมีอาการปวดนั้น เป็นเพียงแค่การรักษาตามอาการเท่า นั้น ไม่ได้รักษาสาเหตุของโรค และถ้าใช้ยาแก้ปวดไม่เหมาะสม ก็ก่อให้เกิดผลข้างเคียงของยาได้ เช่น แผลในกระเพาะอาการ โรคไต หรือการแพ้ยา

กรณีมีอาการปวดเมื่อยที่พอทนได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว หรือต่อการทำงาน แนะนำให้ใช้การบีบนวด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การปรับท่าทางในการทำงานให้เหมาะสม และพักผ่อนให้เพียงพอ มากกว่าใช้ยาแก้ปวด

แต่ถ้าอาการปวดนั้นรุนแรงมาก และเป็นขึ้นอย่างเฉียบพลัน ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว และ/หรือต่อการทำงาน อาจทานยาแก้ปวด ได้แก่ ยาพาราเซตามอล หรือ กลุ่มยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDS เอ็นเสดส์) ได้ เพื่อบรรเทาอาการปวด และถ้าจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ ควรพบแพทย์เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยโรค ทั้งนี้ การซื้อยากินเอง ควรปรึกษาเภ สัชกรประจำร้านขายยาก่อนเสมอ

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

กลุ่มอาการต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้น ส่งผลต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะการทำกิจกรรม การเคลื่อนไหว การนอน ซึ่งทั้งหมดทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี และอาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้าได้ อย่างไรก็ตากลุ่มอาการดังกล่าวไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรง แต่ต้องใช้การรักษาโดยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต อารมณ์ ความเครียด และการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกมีการพยากรณ์โรคเป็นอย่างไร?

กลุ่มอาการเหล่านี้ มีการพยากรณ์โรคหรือผลการรักษาส่วนใหญ่ที่ให้ผลดี เพียงแต่ต้องให้การรักษาระยะยาว อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการรักษาสุขภาพจิต การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และถ้ามีปัญหาการนอนหลับก็ต้องรักษาอาการดังกล่าวด้วย

ป้องกันอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกได้อย่างไร?

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกทั้งตัวนี้ สามารถป้องกันได้ ถ้าเรามีการพักผ่อนที่เพียงพอ ไม่กังวลหรือมีความเครียดเกินเหตุ มีการออกกำลังกายที่เหมาะสมและเพียงพอ และการทำงานในท่าทางที่ถูกต้อง ก็สามารถป้องกันอาการปวดเมื่อยต่างๆเหล่านี้ได้เป็นส่วนใหญ่

สรุป

อาการปวดเมื่อยทั่วร่างกาย เป็นอาการที่พบได้บ่อยและมีสาเหตุแตกต่างกันไป ดังนั้น ท่านควรศึกษาอาการปวดเมื่อยทั่วร่างกายให้เข้าใจอย่างดีก่อนว่า น่าจะมีสาเหตุจากอะไร เพื่อ ให้การดูแลตัวเองเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง และถ้าอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรพบแพทย์เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ เพื่อการรักษาที่เหมาะสมต่อไป



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน nanzaaa
Frame Bottom