Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

ปัจจุบันสังคมมีการเปลี่ยนแปลง มีความวุ่นวาย เร่งรีบ และมีปัญหาต่างๆมากมาย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน รวมทั้งความเครียด อาการปวดศีรษะก็เป็นผลกระทบหนึ่งจากความเครียดเช่นเดียวกัน เราเรียกว่า โรคปวดศีรษะจากความเครียด หรือโรคปวดศีรษะจากเครียด (Tension typed headache หรือ Tension headache) โรคดังกล่าวส่งผลต่อการดำรง ชีวิตอย่างมาก บางคนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ บางคนเกิดสภาวะติดยาแก้ปวด ซึ่งโรค/อาการนี้ต้องรักษาอย่างไร และสามารถป้องกันได้หรือไม่ ลองติดตามบทความนี้ดูครับ

อาการปวดศีรษะพบบ่อยหรือไม่?

ปวดศีรษะจากเครียด

ปวดศีรษะ เป็นอาการที่กล่าวได้ว่าเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด จากการศึกษาพบว่า 90-95% ตลอดชีวิตของเรานั้น ต้องเคยประสบอาการปวดศีรษะ โดยผู้หญิงมีการปวดศีรษะมาก กว่าผู้ชาย

ปวดศีรษะมีสาเหตุจากอะไรบ้าง?

อาการปวดศีรษะมีสาเหตุ 2 กลุ่มหลักๆ คือ

  • กลุ่มไม่ร้ายแรง (Functional headache) หรือกลุ่มที่ไม่พบมีความผิดปกติ/รอยโรคในสมอง
  • กลุ่มร้ายแรง (Organic headache) หรือกลุ่มที่พบความผิดปกติ/รอยโรคในสมอง

ทั้งนี้ 90-95% ของผู้มีอาการปวดศีรษะมีสาเหตุจากกกลุ่มไม่ร้ายแรง มีเพียงส่วนน้อยที่เกิดจากกลุ่มร้ายแรง

ปวดศีรษะกลุ่มไม่ร้ายแรงมีโรคอะไรบ้าง? มีลักษณะอย่างไร?

ปวดศีรษะกลุ่มไม่ร้ายแรง ได้แก่ ปวดศีรษะไมเกรน, ปวดศีรษะจากเครียด, และปวดศีรษะคลัสเตอร์ โดยโรคปวดศีรษะกลุ่มนี้ มีลักษณะสำคัญคือ

ปวดศีรษะกลุ่มร้ายแรงมีโรคอะไร? มีลักษณะสำคัญอย่างไร?

ปวดศีรษะกลุ่มร้ายแรง ได้แก่ โรคเนื้องอกสมอง โรคมะเร็งสมอง ฝีในสมอง เลือดออกในสมอง ติดเชื้อในสมอง (สมองอักเสบ) เป็นต้น โดยลักษณะสำคัญของการปวดศีรษะกลุ่มร้ายแรง คือ

ปวดศีรษะจากเครียดมีลักษณะ/อาการที่สำคัญอย่างไร?

ลักษณะ/อาการที่สำคัญของปวดศีรษะจากเครียด คือ

  • อาการปวดศีรษะเป็นแบบ บีบรัดบริเวณขมับ หน้าผาก ท้ายทอย
  • ปวดศีรษะเป็นๆหายๆ มานานเป็นหลายเดือน หรือเป็นปี
  • ความรุนแรงของการปวดศีรษะไม่มากถึงปานกลาง
  • ไม่มีความผิดปกติทางระบบประสาทร่วมด้วย
  • การทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำงาน ไม่ได้เพราะจะทำให้อาการปวดศีรษะมากขึ้น
  • มีอาการปวดศีรษะบ่อยมากกว่า 15 วันต่อเดือน และเป็นมากกว่า 6 เดือนใน 1 ปี

ปวดศีรษะจากเครียดเกิดจากอะไร?

กลไกการเกิดปวดศีรษะจากเครียด เกิดจากที่ร่างกายมีความเครียด จึงส่งผลให้ร่างกายมีการตอบสนอง โดยมีการหลั่งสารเคมีบางชนิด ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณขมับ ศีรษะ บ่า ไหล่ มีการหดรัดตัว จึงก่อให้เกิดเป็นอาการปวดศีรษะขึ้น

ใครมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดปวดศีรษะจากเครียด?

ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดปวดศีรษะจากเครียด คือ ผู้ประกอบอาชีพที่มีความเครียดสูง เช่น นักธุรกิจ, ผู้ที่นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ ทำงานเป็นเวร เพราะร่างกายจะเกิดความเครียดได้ง่าย, ผู้ที่มีบุคลิกเคร่งเครียด ไม่รู้จักผ่อนคลาย ไม่ยืดหยุ่น, และผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวลและซึมเศร้า

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

โดยทั่วไป การพักผ่อน ผ่อนคลาย ทานยาแก้ปวดครั้งคราว อาการปวดศีรษะจากเครียดก็ดีขึ้นได้ แต่ถ้าอาการปวดขมับ/ปวดศีรษะไม่ดีขึ้น ต้องใช้ยาแก้ปวดมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องกันหลายๆสัปดาห์ หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ก็ควรพบแพทย์เพื่อให้การตรวจประเมินหาสาเหตุ และได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

แพทย์วินิจฉัยได้อย่างไรว่าปวดศีรษะจากเครียด?

การวินิจฉัยโรคปวดศีรษะจากเครียด แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะการปวดศีรษะ ประ วัติทางการแพทย์ต่างๆ อาชีพการงาน ภาระในครอบครัว ร่วมกับการตรวจร่างกายที่ไม่พบความผิดปกติใดๆ ทั้งนี้ การตรวจสืบค้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือเอมอาร์ไอสมอง ไม่มีความจำเป็นใดๆทั้งสิ้น

ปวดศีรษะจากเครียดต่างจากปวดศีรษะไมเกรนอย่างไร?

ทั้ง 2 โรค เป็นโรคที่พบบ่อยและมีอาการเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ คล้ายกัน จึงทำให้มีความสับสนระหว่าง 2 โรคนี้ ความแตกต่าง 2 โรคนี้ ดังตาราง

ปวดศีรษะความเครียด ปวดศีรษะไมเกรน
ลักษณะการปวด ปวดบีบๆ รัดๆ ตึงๆ ปวดตุ้บๆ
ตำแหน่งปวด บริเวณขมับ หน้าผาก ท้ายทอย 2 ข้างรวมทั้งไหล่ และบ่า ขมับข้างใดข้างหนึ่ง เบ้าตา
ความรุนแรง พอรำคาญถึงปานกลาง ปานกลางถึงรุนแรง
เพศที่พบบ่อย ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายไม่มาก ผู้หญิงต่อผู้ชาย 4:1
กลุ่มอายุ ทุกกลุ่มอายุ อายุไม่มาก เด็ก วัยรุ่น กลาง คน
อาการเตือนก่อนปวด(Aura) ไม่มี เห็นภาพ แสงผิดปกติ
ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการ ความเครียด พักผ่อนไม่พอ อากาศร้อน แสงแดด อาหารบางชนิด (กล้วย,Chocolate, วนิลา), รอบประจำเดือน
ความถี่ ปวดบ่อยๆ เป็นๆ หายๆ มาก กว่า 15 วัน/เดือน มากกว่า 6 เดือน/ปี ขึ้นกับความรุนแรงและความ ถี่แต่ละบุคคล
อาเจียน ไม่พบ พบ
ความผิดปกติทางระบบประสาท ไม่พบ พบได้น้อยมาก กรณีมีภาวะ แทรกซ้อน
 

ปวดขมับร่วมกับความดันโลหิตสูง เป็นอาการโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่?

กรณีปวดขมับร่วมกับมีความดันโลหิตสูง พบได้บ่อยมาก คือ ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะร่วมกับตรวจพบความดันโลหิตสูง แล้วเข้าใจว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง ทานยาลดความดันโลหิตและยาแก้ปวดศีรษะ หลังจากนั้นอาการปวดศีรษะก็หายไป ตรวจวัดความดันโล หิตใหม่ ความดันก็ปกติ จึงเข้าใจว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูงซึ่งหายดีแล้ว จึงไม่ได้พบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอีก พอมีอาการปวดศีรษะก็ซื้อยาลดความดันโลหิตสูงและยาแก้ปวดศีรษะมาทานเอง ทำอย่างนี้เป็นประจำทุกครั้งที่มีอาการปวดศีรษะ โดยไม่ได้ตรวจวัดความดันโลหิตสม่ำเสมอ

จริงๆแล้วกรณีดังกล่าว ผู้ป่วยอาจจะเป็นโรคความดันโลหิตสูงจริงหรือไม่จริงก็ได้ เพราะอาการปวดศีรษะก็อาจส่งผลให้ความดันโลหิตขึ้นสูงได้ ในขณะที่มีอาการปวดศีรษะ เมื่อพบปวดศีรษะ ความดันโลหิตจึงผิดปกติ (ไม่ได้เป็นโรคความดันโลหิตสูงแต่เป็นปฏิกิริยาของร่าง กายเท่านั้น) หรือเป็นความดันโลหิตสูงจริง ส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะ ซึ่งกรณีนี้ความดันโล หิตต้องสูงมาก เช่น ความดันซีสโตลิก/Systolic/ความดันตัวบนมากกว่า 200 มม.ปรอท ความดันไดแอสโตลิก/Diastolic/ความดันตัวล่าง มากกว่า 110 มม.ปรอท เป็นต้น หรือผู้ป่วยเป็นทั้งโรคความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคปวดศีรษะเรื้อรัง พอทานยาก็ดีขึ้น หยุดยาทานไประยะหนึ่งก็มีอาการอีก เป็นๆ หายๆ อย่างนี้สลับกันไป

ดังนั้น แนะนำว่าถ้ามีอาการปวดศีรษะร่วมกับความดันโลหิตสูงที่ไม่สูงมาก และไม่เคยตรวจพบความดันโลหิตสูงมาก่อน รวมทั้งไม่มีหลักฐานว่า มีอวัยวะที่ได้รับผลกระทบจากความดันโลหิตสูง เช่น หัวใจโต ไตเสื่อม ก็ยังไม่ควรทานยาลดความดันโลหิต ควรรักษาอาการปวดศีรษะให้ดี และตรวจวัดความดันโลหิตใหม่สม่ำเสมอ ถ้าความดันโลหิตยังสูง จึงรักษา

ปวดศีรษะจากเครียดรักษาอย่างไร?

การรักษาโรคปวดศีรษะจากเครียดที่ดีคือ แก้ไขที่ต้นเหตุ ต้องแก้ไขความเครียดให้ได้ พักผ่อนให้พอ นอนหลับให้สนิท ออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวันตามควรกับสุขภาพ ทานยาแก้ปวดเฉพาะเท่าที่จำเป็น ส่วนยาคลายเครียดหรือยานอนหลับ ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ และกินแล้วสามารถแก้ไขสาเหตุความเครียดได้หรือไม่ ทั้งนี้เรื่องการใช้ยาคลายเครียดและ/หรือยานอนหลับ ควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะยากลุ่มนี้หลายชนิดมีผลข้างเคียงสูงและอาจติดยาได้

ปวดศีรษะจากเครียดต้องรักษาต่อเนื่องหรือไม่?

กรณีปวดศีรษะเป็นไม่บ่อย เป็นเฉพาะเวลาที่มีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุน แรงเท่านั้น และสามารถแก้ไขหรือปรับสภาพจิตใจได้ ไม่มีอาการปวดศีรษะต่อเนื่อง ก็ไม่จำเป็น ต้องรักษาต่อเนื่อง แต่ถ้ามีอาการเรื้อรัง ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ นอนไม่หลับ เครียดต่อเนื่อง ก็มีความจำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง

ข้อควรระวังในการรักษาปวดศีรษะจากเครียดคืออะไร?

ข้อควรระวังในการรักษาปวดศีรษะจากเครียด คือ

การรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือกได้ผลหรือไม่?

การรักษาโรคปวดศีรษะจากเครียดด้วยการแพทย์ทางเลือก เช่น การนวดแผนไทย การฝังเข็ม พบว่าได้ประโยชน์ ดังนั้น ถ้ามีอาการปวดศีรษะก็สามารถนวดผ่อนคลายได้

ป้องกันไม่ให้เกิดปวดศีรษะจากเครียดได้หรือไม่?

ปวดศีรษะจากเครียด เป็นโรคที่ป้องกันได้ โดยการพยายามให้มีความเครียดน้อยที่สุด ความเครียดนั้นอาจเกิดจากสุขภาพจิตที่มีความวิตกกังวล หรือเกิดจากร่างกายพักผ่อนไม่พอ ทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จนร่างกายเกิดความเครียดขึ้นได้ ดังนั้น ต้องพยายามผ่อนคลาย และมีการหยุดทำงานเป็นระยะๆ หลับตาและนวดคลึงเบาๆบริเวณขมับ เบ้าตาทั้งสองข้าง ไหล่ทั้งสองข้าง ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์บ่อยๆ ก็จะสามารถป้องกันการเกิดอาการปวดศีรษะจากเครียดได้

ปวดศีรษะจากเครียดมีโอกาสเป็นมะเร็งสมองหรืออัมพาตหรือไม่?

ผู้ป่วยปวดศีรษะจากความเครียดเรื้อรัง ไม่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งสมองสูงกว่าคนทั่วไป และไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคอัมพาตด้วย

เมื่อใดควรพบแพทย์ก่อนนัด?

ควรพบแพทย์ก่อนนัด เมื่อมีอาการปวดศีรษะลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รุนแรงมากขึ้น ใช้ยาแก้ปวดมากขึ้น หรือมีความผิดปกติทางระบบประสาทร่วมด้วย

ปวดศีรษะจากเครียดรักษาหายหรือไม่? ดูแลตนเองอย่างไร?

ปวดศีรษะจากเครียด เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ร้ายแรง สามารถรักษาหายได้ และ การดูแลตน เองเมื่อเป็นโรคนี้ เช่นเดียวกับที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ การป้องกัน ซึ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรู้จักบริหารจัดการกับความเครียดของตนเอง การรู้จักการผ่อนคลาย และการพักผ่อน นอนหลับที่เพียงพอ

สรุป

ปวดศีรษะจากเครียดเป็นโรคที่พบบ่อย ไม่ร้ายแรง สามารถป้องกันและรักษาหายได้ เพียงแค่ท่านเดินทางสายกลางตามหลักพุทธศาสนา ท่านก็ห่างไกลจากโรคนี้



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน Nongbeer nanzaaa Lankly
Frame Bottom