Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อวัยวะในระบบทางเดินอาหาร  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

พริก (Chili หรือ Chile หรือ Chilli หรือ Pepper) เป็นพืชถิ่นในทวีปอเมริกา มีหลักฐานว่า มนุษย์ที่อาศัยในทวีปอเมริการู้จักกินพริกอย่างน้อยตั้งแต่ 7,500 ปีก่อนคริสตกาล และในสมัยที่โคลัมบัส (Christopher Columbus) นักสำรวจชาวยุโรปค้นพบทวีปอเมริกา ได้เรียกชื่อพืชชนิดนี้ ว่า Pepper (พริกไทย) เพราะมีรสเผ็ดเหมือนกับพริกไทย ซึ่งหลังจากการค้นพบ ชาวยุโรปกลุ่มของโคลัมบัสได้เป็นผู้นำพริกกลับมาปลูกในพื้นที่ต่างๆในยุโรป ส่วนพริกที่แพร่หลายในเอเชียเชื่อว่าเกิดจากพ่อค้าชาวสเปนที่ยึดครองประเทศเม็กซิโก และทำการยึดครองหรือค้าขายกับประเทศในเอเชียเป็นผู้นำมาเผยแพร่ กระจายเข้าสู่ ฟิลิปปินส์ อินเดีย จีน อินโดนีเซีย เกาหลี และญี่ปุ่น แต่ไม่มีหลักฐานที่แน่นอนว่าพริกเข้ามาสู่ประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไร

คุณค่าทางอาหารของพริกแดงสด 100 กรัมคือ

อนึ่ง คำว่า Chili, Chilli, และ Chile ที่แปลว่า พริกนี้ เป็นชื่อเรียกพืชชนิดนี้ในภาษาพื้น เมืองของประเทศเม็กซิโก ไม่ได้มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวเนื่องกับประเทศชิลีแต่อย่างไร โดย Chile ที่เป็นประเทศมาจากภาษาพื้นเมืองของคนในทวีปอเมริกา ซึ่งสันนิฐานว่าอาจมาได้จากหลายทางเช่น ชื่อหุบเขาหนึ่งในประเทศชิลี หรือแปลว่า ดินแดนที่ลึกที่สุดของโลกหรือปลายโลก ซึ่งคือที่ตั้งของประเทศชิลี

พริกออกฤทธิ์ได้อย่างไร?

ปวดท้องจากพริก

พริกเป็นเครื่องชูรสที่สำคัญของคนไทย แต่เมื่อมีอาการปวดท้อง แสบท้อง/ระคายเคืองกระ เพาะอาหารและลำไส้ ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน หรือเป็นโรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหารอัก เสบ โรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือแผลเปบติค และ/หรือโรคลำไส้อักเสบ รวมทั้งเมื่อเป็นโรคริด สีดวงทวาร แพทย์มักแนะนำให้กินอาหารจืด (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com เกร็ดสุขภาพเรื่อง ประเภทอาหารทางการแพทย์) และให้พยายามหลีกเลี่ยง/งดการกินพริก

ทั้งนี้เพราะในพริกมีสารประกอบที่เรียกว่า แคปไซชิน (Capsaicin) และสารประกอบในกลุ่ม นี้อีกหลายชนิดที่รวมเรียกว่า แคปไซซินอยด์ (Capsaicinoid) ซึ่งสารเหล่านี้เมื่อเรากิน สูดดม สัม ผัสเยื่อเมือกต่างๆเช่น เยื่อตาหรือสัมผัสผิวหนัง จะกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกเผ็ด แสบร้อน ปวดแสบของเนื้อเยื่อเหล่านั้น จากเส้นประสาทจะนำความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นนี้เข้าสู่สมองส่วนรับความรู้สึกในสมองใหญ่ (Cerebrum) ซึ่งจะแปลให้เรารับรู้ถึงความรู้สึกเผ็ด แสบร้อน ปวดแสบ

พริกมีผลอย่างไรต่อร่างกาย?

พริกมีคุณค่าอาหารดังที่ได้กล่าวแล้วในบทนำ เป็นพืชให้พลังงานต่ำแต่มีวิตามิน-ซีสูง และพริกที่มีสีแดง ส้ม หรือเหลือง มีสารบีตาแคโรทีน (สารในกลุ่มวิตามินเอและสารต้านอนุมูลอิสสระ) สูง

นอกจากนั้นสารที่มีสูงในพริกคือ สารแคปไซชิน และสารในกลุ่มนี้ซึ่งมีปริมาณมากน้อยขึ้น กับแต่ละสายพันธุ์ของพริก เป็นสารที่ก่ออาการเผ็ด แสบร้อน ปวดท้อง เนื่องจากจะก่อการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกต่างๆที่สัมผัสสารนี้ทั้งตา จมูก ทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร ทั้งนี้การก่อการระคายเคืองจะมากหรือน้อย นอกจากขึ้นกับชนิดของพริก ปริมาณของพริกที่ได้รับ ยังขึ้นกับธรรมชาติของแต่ละคนที่ทนได้หรือไวต่อสารแคปซาชินนี้ รวมทั้งโรคต่างๆที่มีอยู่แล้วของแต่ละเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่สัมผัสสารนี้เช่น ถ้าเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ โรคกรดไหลย้อน หรือโรคริดสีดวงทวาร สารแคปไซชินก็จะก่ออาการระคายเคืองได้มากขึ้น

มีบางการศึกษาพบว่า สารแคปไซชินอาจกระตุ้นให้กระเพาะอาหารสร้างกรดเพิ่มขึ้นได้ ดัง นั้นการกินพริกจึงส่งผลถึงอาการของโรคทางกระเพาะอาหารและโรคกรดไหลย้อนให้มากขึ้นจากทั้งการก่อการระคายเคืองเยื่อเมือกโดยตรงและจากการเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร

อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษายืนยันว่า พริกป้องกันหรือเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร หรือโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เพียงแต่อาจกระตุ้นให้อาการจากโรคเหล่านี้รุนแรงขึ้น

ผู้ป่วยบางคนอาจแพ้พริกได้ (โรคภูมิแพ้) โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่แพ้ผักผลไม้เช่น กล้วย กีวี ผลนัท (Nuts) และรวมไปถึงการแพ้กาวหรือสารที่มีส่วนผสมของกาวลาเทก (Latex)

ความเผ็ดและแสบร้อนของพริกจะกระตุ้นให้มีน้ำมูกและสารคัดหลั่งจากหลอดลมเพิ่มขึ้น หรือหายใจเร็วขึ้น ผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจหรือโรคปอดเช่น โรคหืด เมื่อกินพริกจึงอาจมีอาการเพิ่มมากขึ้นได้

ความเผ็ดและแสบร้อนจากพริกอาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นหรือความดันโลหิตสูงขึ้นได้ ดังนั้นผู้เป็นโรคเหล่านี้จึงควรระมัดระวังในการกินพริกเช่นกัน

ในด้านอารมณ์/จิตใจ แพทย์ทางจิตเวชบางท่านอธิบายว่า การกินพริกสำหรับคนบางคนจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นสมใจเช่นเดียวกับในการเล่นเครื่องเล่นผาดโผนในสวนสนุก

ในหญิงตั้งครรภ์ ยังไม่มีการศึกษาที่ยืนยันชัดเจนถึงผลกระทบของพริกต่อการตั้งครรภ์หรือต่อทารกในครรภ์ แต่แพทย์ไม่แนะนำให้กินเมื่อตั้งครรภ์รวมถึงเมื่อให้นมบุตร เพราะสารแคปซาชินและสารในกลุ่มนี้จะผ่านออกมาในน้ำนม และก่ออาการระคายเคืองต่อทางเดินอาหารของทารก

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้นำสารแคปชาชินมาผลิตเป็นยาแก้ปวด (จากคุณสมบัติที่กระตุ้นให้เกิดการแสบร้อนอาจช่วยบรรเทาอาการปวดจากโรคบางโรคได้เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง) ทั้งชนิดกินและชนิดแปะ รวมทั้งใช้เป็นอาวุธเช่น สเปรย์พริก เป็นต้น แต่ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วม กับแผ่นแปะที่เพิ่มความร้อนหรือกระเป๋าไฟฟ้า เพราะจะเพิ่มการระคายเคืองต่อผิวหนังมากขึ้น

พริกมีปฏิกิริยากับยาอื่นไหม?

พริกหรือสารแคปซาชินและสารในกลุ่มนี้อาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิดได้เช่น

ก. เพิ่มผลข้างเคียงจากยา: เช่น ยาลดความดันโลหิตบางชนิด โดยจะทำให้ไอมากขึ้นจากการระคายเคืองทางเดินหายใจ, อาจเพิ่มการดูดซึมยาขยายหลอดลม Theophylline ส่งผลให้เพิ่มผลข้างเคียงจากยาเช่น หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรืออาการแพ้ยา (เช่น ริมฝีปาก ตา บวม ผิวหนังขึ้นผื่นคัน)

ข. ลดหรือเพิ่มประสิทธิภาพของยาบางชนิด: เช่น ลดประสิทธิภาพของยาลดกรดหรือยาเคลือบกระเพาะอาหาร, ลดประสิทธิภาพของยาแอสไพรินในด้านลดอาการปวด, เพิ่มฤทธิ์ของยาลดการแข็งตัวของเลือด เลือดจะออกได้ง่ายขึ้นเช่น ยา Warfarin (Coumadin) รวมทั้งของ สมุนไพรที่ลดการแข็งตัวของเลือดเช่น กระเทียมและแปะก้วย, และพริกอาจส่งผลให้น้ำตาลในเลือดต่ำ ดังนั้นจึงอาจเพิ่มฤทธิ์ของยาเบาหวาน ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อกินหรือโดนสเปรย์พริก?

การดูแลตนเองเมื่อกินพริกคือ

บรรณานุกรม

1. Capsaicin http://en.wikipedia.org/wiki/Capsaicin [2014,Nov22]
http://www.drugguide.com/ddo/ub/view/Davis-Drug-Guide/51126/all/capsaicin [2014,Nov22]
3. Capsicum http://en.wikinvf [2014,Nov22]
4. pedia.org/wiki/Capsicum [2014,Nov22]
5. Cayenne http://www.umm.edu/altmed/articles/cayenne--000230.htm [2014,Nov22]
6. Chile http://en.wikipedia.org/wiki/Chile [2014,Nov22]
7. Chili pepper http://en.wikipedia.org/wiki/Chili_pepper [2014,Nov22]
http://www.livestrong.com/article/450424-capsaicin-and-cancer/ [2014,Nov22]
2. Capsaicin 8. Haas, R. (2011). Capsaicin and cancer 9. Satyanarayana, M. (2006). Capsaicin and gastric ulcers. Crit Rev Food Sci Nutr. 46, 275-328. [PubMed]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน fqqq montreeza66666
Frame Bottom