Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  รังไข่  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ประจำเดือนผิดปกติ 

ภาวะประจำเดือนผิดปกติหมายถึงอะไร?

ลักษณะประจำเดือนที่ปกติจะเกิดขึ้นในช่วง 21 -35 วัน อย่างสม่ำเสมอ ปริมาณเลือดที่ออกจะประมาณ 30-50 มิลลิลิตรต่อรอบเดือน มีเลือดประจำเดือนไหลอยู่ประมาณ 3-5 วัน และลักษณะเลือดที่ออกมักไม่เป็นลิ่มเลือด ดังนั้น “ภาวะประจำเดือนผิดปกติ หรือประจำเดือนผิดปกติ หรือภาวะประจำเดือนไม่ปกติ หรือ ประจำเดือนไม่ปกติ(Menstrual disorder หรือ Menstrual problem หรือ Menstrual irregularity หรือ Abnormal menstruation)” จึงมีความผิดปกติได้หลายแบบ ได้แก่

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนผิดปกติ?

อินดาพาไมด์

สาเหตุประจำเดือนผิดปกติ เมื่อจัดกลุ่มตามอายุผู้ป่วย สามารถแบ่งสาเหตุออกได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ คือ

ก. ประจำเดือนผิดปกติในช่วงวัยรุ่น

ข. ประจำเดือนผิดปกติในช่วงวัยเจริญพันธุ์

ค. ประจำเดือนผิดปกติในช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน และในวัยหมดประจำเดือน

ก. ประจำเดือนผิดปกติในช่วงวัยรุ่น(อายุ11-19 ปี): สาเหตุที่พบได้ คือ

1. สาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์: ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของประจำเดือนผิดปกติในวัยนี้ ได้แก่

1.1 ภาวะระดับฮอร์โมนเพศไม่ปกติ: พบได้บ่อยมากในวัยรุ่น เนื่องจากระบบฮอร์โมนเพศยังพัฒนาไม่เต็มที่ และสาเหตุอื่นที่พบ ได้แก่

1.2 การได้รับฮอร์โมนเพศจากภายนอก: เช่น การรับประทาน ยาเม็ดคุมกำเนิด, ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน, การใช้ ยาฉีดคุมกำเนิด, ยาฝังคุมกำเนิด, ซึ่งฮอร์โมนที่ได้รับนี้ จะมีผลต่อเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้บางครั้งมีเลือดประจำเดือนผิดปกติได้่

1.3 มีการอักเสบหรือติดเชื้อของอวัยวะสืบพันธุ์: เช่น การอักเสบที่ปากมดลูก/ปากมดลูกอักเสบ, เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ สามารถทำเกิดให้เลือดออกทางช่องคลอด/เลือดประจำเดือนที่ผิดปกติได้ แต่ลักษณะของเลือดที่ออกมักเป็นแบบกะปริบกะปรอย ่

1.4 โรคเลือด: เช่น โรคเกล็ดเลือดต่ำ(Thrombocytopenia), โรค/ภาวะซีดจากไขกระดูกไม่ทำงาน(Aplastic anemia), โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) โรค von Willebrand’s (โรคทางพันธุกรรมที่พบได้น้อย ที่ผู้ป่วยขาดปัจจัยการแข็งตัวของเลือด ส่งผลให้เกิดเลือดออกได้ง่ายกับทุกอวัยวะ) ซึ่งเลือดประจำเดือนที่ออกในสตรีเหล่านี้มักจะมีปริมาณมาก เพราะมีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติก่

2. สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์: ได้แก่

2.1 การแท้งบุตร: ผู้ป่วยจะมีการขาดหายไปของประจำเดือน อาจมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน และต่อมามีเลือดออกทางช่องคลอด หากเป็นภาวะแท้งคุกคาม เลือดที่ออกจะมีปริมาณไม่มาก แต่หากเป็นการแท้งไม่ครบ/การแท้งไม่สมบูรณ์ ปริมาณเลือดที่ออกทางช่องคลอดจะออกค่อนข้างมาก

2.2 การตั้งครรภ์นอกมดลูก/ท้องนอกมดลูก: ผู้ป่วยจะมีการขาดหายไปของประจำเดือน และต่อมามีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริบกะปรอย ร่วมกับอาการปวดท้องที่ปีกมดลูกข้างใดข้างหนึ่ง หากอาการรุนแรง จะปวดทั่วๆท้องได้

ข. ประจำเดือนผิดปกติในช่วงวัยเจริญพันธุ์(อายุ 20-45 ปี): สาเหตุได้แก่

1. สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์: เช่น การแท้งบุตร การตั้งครรภ์นอกมดลูก จะพบในวัยนี้ได้บ่อยกว่าในกลุ่มวัยรุ่น

2. สาเหตุจากภาวะระดับฮอร์โมนเพศไม่ปกติ: จะพบได้น้อยลงในช่วงวัยนี้ เนื่องจากระบบฮอร์โมนเพศต่างๆจะพัฒนาเต็มที่แล้วเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมของร่างกายเพื่อการเจริญพันธุ์

3. สาเหตุจากการได้รับฮอร์โมนเพศจากภายนอก: เช่น ยาคุมกำเนิดชนิดต่างๆ ซึ่งในวัยนี้จะพบจากสาเหตุนี้ได้บ่อยกว่าในกลุ่มวัยรุ่น หรือจากการใช้สมุนไพรต่างๆ เช่น ยาขับประจำเดือนชนิดต่างๆ

4. มีพยาธิสภาพที่ระบบอวัยวะสืบพันธุ์: เช่น

5. โรคเลือดต่างๆตามที่กล่าวมาแล้วในตอนต้นของหัวข้อนี้

ค. ประจำเดือนผิดปกติในช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือนหรือในวัยหมดประจำเดือน(อายุ46 ขึ้นไป): สาเหตุได้แก่

1. สาเหตุจากภาวะระดับฮอร์โมนเพศไม่ปกติ: ที่จะกลับมาพบได้มากขึ้นในช่วงวัยนี้ ได้แก่ ภาวะไม่ตกไข่ เนื่องจากระบบฮอร์โมนเพศต่างๆจะกลับมาเปลี่ยนแปลง จากมีความเสื่อมเกิดขึ้นตามวัย รังไข่จะทำงานได้น้อยลง การหลั่งฮอร์โมนเพศที่มีผลต่อประจำเดือนจะผิดปกติไป และเมื่อรังไข่ทำงานน้อยลง/ไม่ทำงาน ประจำเดือนก็จะค่อยๆหมดไป

2. สาเหตุจากการได้รับฮอร์โมนเพศจากภายนอก: เช่น การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดต่างๆ, การใช้ฮอร์โมนเพศเพื่อรักษาอาการผิดปกติจากการทำงานของรังไข่ที่ลดลง, หรือการใช้สมุนไพรต่างๆ

3. มะเร็งในระบบอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งจะพบมากขึ้นในช่วงวัยนี้

ใครมีปัจจัยเสี่ยงต่อการมีประจำเดือนผิดปกติ?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะประจำเดือนผิดปกติ (โดยจะกล่าวถึงเฉพาะสาเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการตั้งครรภ์) ได้แก่

1. วัยรุ่นที่อ้วนหรือผอมเกินไป

2. วัยรุ่นที่มีความเครียดสูง

3. สตรีที่มีการใช้ฮอร์โมนเพศต่างๆ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีประจำเดือนผิดปกติ?

การดูแลตนเองเมื่อมีประจำเดือนผิดปกติ ได้แก่

1. กำจัดปัจจัยที่ทำให้ประจำเดือนไม่ปกติ เช่น ลดความเครียด ปรับเปลี่ยนชนิดยาเม็ดคุมกำเนิด

2. ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนหรือผอมมากเกินไป

3. ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ไม่หักโหม

4. รับประทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนในทุกวัน

5. รักษาสุขอนามัยและความสะอาดของร่างกาย(สุขอนามัยพื้นฐาน/สุขบัญญัติแห่งชาติ)

6. ไม่ควรซื้อยาต่างๆมารับประทานเอง แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนเสมอ

ควรไปพบแพทย์เมื่อใด?

เมื่อมีประจำเดือนผิดปกติ ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เมื่อ

1. มีเลือดประจำเดือนออกนานผิดปกติจนร่างกาย อ่อนเพลีบ เปลือกตา/หนังตา ซีด

2. มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง มีไข้ น้ำหนักตัวลด คลำได้ก้อนในท้อง ท้องอืด ท้องโตขึ้น/ท้องมาน

แพทย์วินิจฉัยสาเหตุภาวะประจำเดือนผิดปกติอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยสาเหตุภาวะประจำเดือนผิดปกติ ได้โดย

1. จากการการสอบถามประวัติทางการแพทย์ต่างๆของผู้ป่วย เช่น ประวัติเกี่ยวกับระบบประจำเดือนที่ผ่านมา ประวัติการใช้ยาต่างๆ อาหารเสริม สมุนไพร/ยาแผนโบราณ ประวัติโรคประจำตัว

2. การตรวจร่างกายทั่วไป เช่น ตรวจดูเปลือกตา/หนังตาว่าซีดหรือไม่ ตรวจคลำ ร่างกายว่า มีต่อมน้ำเหลืองโตหรือไม่ มีก้อนที่ท้องน้อยหรือไม่ มีภาวะท้องมานหรือน้ำในช่องท้องหรือไม่

3. การตรวจภายใน/การตรวจทางช่องคลอด เป็นการตรวจที่สำคัญและจำเป็นเพื่อหาสาเหตุของการมีเลือดประจำเดือนออกผิดปกติ แพทย์จะทำการตรวจในสตรีที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว (แพทย์จะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ตรวจภายในในสตรีที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ยกเว้นเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นในการตรวจ) ทั้งนี้เพื่อตรวจดูว่ามีแผลที่ปากมดลูกหรือไม่ มีติ่งเนื้อ หรือเนื้องอกที่อวัยวะเพศหรือไม่ มีอาการเจ็บปวดผิดปกติในอวัยวะต่างๆในช่องท้องน้อยหรือไม่

4. การตรวจสืบค้นเพิ่มเติมอื่นๆ ซึ่งแพทย์จะดูความจำเป็นในผู้ป่วยแต่คน เช่น การตรวจเลือด การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องน้อย การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุเกิน 40 ปี แต่หากไม่มีพยาธิสภาพที่ปากมดลูก แพทย์จะมีการดูดชิ้นเนื้อ/หรือมีการขูดมดลูก เพิ่มเติมเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

รักษาภาวะประจำเดือนผิดปกติอย่างไร?

แนวทางรักษาภาวะประจำเดือนผิดปกติ ได้แก่

1. การให้ยาฮอร์โมนเพศ หากสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนเพศ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยากลุ่ม Progestin เป็นต้น

2. รักษาโดยการผ่าตัด เช่น ในกรณีเป็น เนื้องอกมดลูก ติ่งเนื้อปากมดลูก ติ่งเนื้อโพรงมดลูก

3. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ถ้าสาเหตุเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรักษาสุขภาพจิตเพื่อลดความเครียด การปรับพฤติกรรมการออกกำลังกายให้เหมาะสม

ภาวะประจำเดือนผิดปกติมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคเมื่อมีภาวะประจำเดือนผิดปกติจะขึ้นกับแต่ละสาเหตุที่แตกต่างกันไป เช่น ถ้าสาเหตุเกิดจากภาวะการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในร่างกาย การพยากรณ์โรคจะดี มักรักษาควบคุมอาการได้เสมอ แต่ถ้าสาเหตุเกิดจากโรคมะเร็ง การพยากรณ์โรคจะขึ้นกับชนิดและระยะของโรคมะเร็งแต่ละชนิดนั้นๆ (แนะนำอ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com ในมะเร็งแต่ละชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก)



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 6 คน sirikul Sertthaphong padungchob19 a1v4d PPaapp Panupol
Frame Bottom