Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

การตั้งครรภ์ 

บทนำ

เมื่อผู้หญิงเรามีการตั้งครรภ์ (Pregnancy) ความรู้สึกของความเป็นแม่ย่อมอยากให้ลูกในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรง และนอกจากนี้เราเองก็อยากจะรู้ด้วยว่าในแต่ละไตรมาสของการตั้งครรภ์นั้นลูกที่อยู่ในครรภ์ของเรานั้นเป็นอย่างไรบ้าง

การตั้งครรภ์ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 9 เดือนหรือ 40 สัปดาห์หรือ 280 วัน แต่อาจยาวนานถึง 42 สัปดาห์หรือ 294 วัน ซึ่งเราสามารถแบ่งช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ออกเป็น 3 ไตรมาส โดย

  • ไตรมาส 1 หรือไตรมาสแรก: เริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์จนอายุครรภ์ประมาณ 14 สัปดาห์ (ในบางตำราใช้ 12 สัปดาห์ และเริ่มไตรมาส 2 เมื่ออายุครรภ์ 13 สัปดาห์)
  • ไตรมาส 2: นับตั้งแต่ 15 สัปดาห์จนถึงอายุครรภ์ 28 สัปดาห์
  • ส่วนไตรมาสสุดท้ายคือไตรมาส 3: อายุครรภ์ 29 สัปดาห์จนถึง 42 สัปดาห์หรือจนคลอดบุตร

ลองอ่านบทความนี้ดูเราก็จะรู้ว่าในระยะเวลา 3 ไตรมาสของการตั้งครรภ์ ลูกน้อยในครรภ์จะเป็นอย่างไรตลอดจนอาการต่างๆที่เราต้องเผชิญตลอดจนการปฏิบัติตัว

มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 1?

ปฏิทินการตั้งครรภ์

สิ่งที่เกิดขึ้นในไตรมาสแรกหรือในไตรมาสที่ 1 ของการตั้งครรภ์ หากเป็นการตั้งครรภ์ที่เฝ้ารอ ผู้ที่ตั้งครรภ์ก็จะมีความสุขใจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายที่เกิดขึ้นอย่างมาก จะชักนำให้ผู้ที่ตั้งครรภ์ต้องเผชิญกับอาการต่างๆอันได้แก่

ผู้ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักจะมีอาการดีขึ้นเมื่อการตั้งครรภ์ผ่านพ้นไตรมาสแรกไปแล้ว แต่บางรายซึ่งพบได้น้อยมากอาจจะยังคงมีอาการอยู่จนกระทั่งคลอดก็เป็นได้

ทั้งนี้น้ำหนักตัวในช่วงไตรมาสแรกอาจจะไม่เพิ่มขึ้นหรืออาจเพิ่มขึ้นอย่างมากไม่เกิน 1 กิโลกรัม

จริงๆแล้วในไตรมาสแรกนั้นเป็นช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์ที่สำคัญมากสำหรับผู้หญิงและลูกน้อยในครรภ์ ทารกในครรภ์จะมีการเจริญเติบโตและมีการสร้างอวัยวะต่างๆขึ้นตลอดจนมีพัฒนาการต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ผู้ตั้งครรภ์บางรายอาจเกิดการแท้งบุตรได้ช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นจากการตั้งครรภ์ที่ไม่มีตัวทารกหรือที่เรียกว่า ท้องลม

ผู้หญิงจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรในไตรมาสที่ 1?

การปฏิบัติตัวในไตรมาสแรกที่สำคัญคือ ลดกาแฟและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ควรรับประทานโฟเลท (Folate) และวิตามินบี 6 (Vitamin B6) ซึ่งวิตามินบี 6 นี้จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้บ้าง นอกจากนี้ควรดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ บางท่านอาจรู้สึกว่าน้ำเปล่ามันมีรสขม อาจเลือกดื่มน้ำขิงหรือน้ำหวานก็ได้ ควรรับประทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบทุกหมู่ เน้นอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินสูงเช่น นม ไข่ และปลาทะเล ตลอดจนผักผลไม้

ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7 - 8 ชั่วโมง สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่คับจนเกินไป เปลี่ยนขนาดยกทรงตามขนาดของเต้านมที่โตขึ้น ใส่รองเท้าที่ไม่มีส้น หากเจ็บป่วยจำเป็นต้องใช้ยา ต้องแจ้งแพทย์/พยาบาล/เภสัชกรเสมอว่ากำลังตั้งครรภ์เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงยาที่อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์และต่อทารกในครรภ์ได้

อนึ่ง การมีเพศสัมพันธ์สามารถกระทำได้ตลอดช่วงระยะเวลาที่ตั้งครรภ์ รวมทั้งความบ่อยของการมีเพศสัมพันธ์ขึ้นกับสุขภาพความแข็งแรงของร่างกาย โดยมีเพศสัมพันธ์ในท่าปกติที่สามารถช่วยกันปรับให้สอดคล้องไม่อึดอัดจากครรภ์ทั้งสามีและภรรยา ทั้งนี้คู่สมรสส่วนใหญ่เข้าใจว่าการมีเพศสัมพันธ์จะทำให้เกิดการแท้งบุตร ซึ่งจริงๆแล้วการแท้งบุตรมักเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมของทารกมากกว่า หรือจากความผิดปกติอื่นๆ (เช่น มารดามีโรคเรื้อรังประจำตัวหรือติดเชื้อ เป็นต้น) อย่างไรก็ตามหากมีเลือดออกจากช่องคลอด หรือแพทย์วินิจฉัยว่ามีภาวะรกเกาะต่ำ หรือมีอาการมดลูกหดรัดตัวบ่อยๆ หรือเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด หรือเคยมีประวัติการคลอดก่อนกำหนด ก็ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์

พัฒนาการของทารกในครรภ์ไตรมาสที่ 1 เป็นอย่างไร?

ทารกในครรภ์จะมีการพัฒนาตนเองจากเซลล์เดียวจะมีการแบ่งและเพิ่มจำนวนเซลล์ขึ้นเรื่อยๆ ขนาดของทารกจากเล็กเท่าหัวเข็มหมุดจะเติบโตขึ้นจนมีตัวยาววัดจากส่วนบนสุดของศีรษะจนถึงก้นประมาณ 8 - 9 เซนติเมตร

นอกจากนี้ทารกในครรภ์จะเริ่มมีการพัฒนาของตา หู หน่อหรือตุ่มฟัน นิ้วมือ นิ้วเท้า อวัยวะ ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตเช่น หัวใจ สมอง ตับ ไต แพทย์จะสามารถฟังเสียงหัวใจทารกในครรภ์ได้เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 11 - 12 สัปดาห์ หากฟังแล้วไม่ได้ยินมีความจำเป็นต้องตรวจด้วย เครื่องคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์) หากไม่พบการเคลื่อนไหวของหัวใจจริงนั่นเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าทารกอาจเสียชีวิต (ตาย) ในครรภ์ ในช่วงเวลานี้ทารกจะเริ่มมีการพัฒนาของอวัยวะเพศซึ่งจะปรากฏให้เห็นลักษณะของเพศในช่วงท้ายของไตรมาสแรก การตรวจด้วยเครื่องคลื่นเสียงความถี่สูงในไตรมาสแรกจะช่วยยืนยันอายุครรภ์ที่แท้จริงได้

อาการหรือความผิดปกติที่อาจพบได้ในไตรมาสที่ 1 มีอะไรบ้าง?

อาการหรือความผิดปกติที่อาจพบได้ในไตรมาสแรกคือ

  • เลือดออกจากช่องคลอด: สิ่งสำคัญคือ หากมีเลือดออกต้องรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอเพื่อตรวจหาสาเหตุก่อน หากไม่พบสาเหตุหรือสิ่งที่เป็นอันตรายกับการตั้งครรภ์ก็ไม่ต้องกังวลใจ ความเชื่อที่ผิดคือผู้ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่เข้าใจว่าเลือดที่ออกอาจเป็นชิ้นส่วนของทารกที่หลุดออกมาและอาจทำให้ทารกพิการได้ จริงๆแล้วสิ่งนี้เป็นความเชื่อที่ผิด
  • อาการปวดท้องน้อย: ถ้ามีอาการปวดท้องน้อยควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการตรวจหาสาเหตุ หากไม่พบสาเหตุหรือสิ่งที่เป็นอันตรายกับการตั้งครรภ์ อาการดังกล่าวอาจเกิดจากการขยายขนาดของมดลูกหรือการดึงรั้งเอ็นที่ยึดมดลูกเนื่องจากขนาดของมดลูกที่โตขึ้น
  • อาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดขึ้นอย่างมากจนไม่สามารถรับประทานอะไรได้เลย: ซึ่งถ้ามีอาการนี้ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา ในบางกรณีอาจต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อแก้ไขภาวะความไม่สมดุลของสารเกลือแร่ในร่างกายและภาวะขาดน้ำที่เกิดจากการอาเจียนที่รุนแรง

มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 2?

ไตรมาสที่ 2 คืออายุครรภ์ประมาณ 14 - 28 สัปดาห์ สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้คือ ผู้ตั้งครรภ์จะรู้สึกถึงการดิ้นของทารกได้ ประกอบกับในไตรมาสที่ 2 นี้อาการแพ้ท้องหรือความไม่สุขสบายที่เกิดขึ้นในไตรมาสแรกจะเริ่มหายไป ผู้ตั้งครรภ์จึงจะมีความสุขมากในไตรมาสนี้ รูปร่างของผู้หญิงก็จะมีลักษณะเหมือนคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ท้องจะโตกลมขึ้นเพราะมีการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ น้ำหนักตัวมักจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ประมาณ 5 - 7 กิโลกรัม หลังของผู้ตั้งครรภ์มักจะแอ่นไปด้านหน้าและอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังตามมา ผู้ตั้งครรภ์บางรายอาจเริ่มมีฝ้าเกิดขึ้น ผิวหนังเริ่มมีสีคล้ำในบางจุด บางรายอาจมีเส้นสีแดงหรือน้ำตาลคล้ำเกิดขึ้นที่บริเวณท้อง ต้นขา และเต้านม เต้านมจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และอาจพบอาการมือและขาบวม

ผู้หญิงจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรในไตรมาสที่ 2?

การออกกำลังกายสามารถทำได้ในทุกไตรมาส หากเคยออกกำลังกายมาแล้วก็สามารถออกกำลังกายต่อเนื่องได้เลย แม้จะเริ่มมีการตั้งครรภ์ในผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน อาจเริ่มต้นออกกำลังกายในไตรมาสที่สองนี้

อย่างไรก็ตามในผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือควรออกกำลังกาย ด้วยความระมัดระวัง หรือตามคำแนะนำของแพทย์ ได้แก่การที่แพทย์วินิจฉัยว่า

สามารถออกกำลังกายที่มีความแรงระดับปานกลางได้คือ สังเกตได้จากการที่สามารถพูดคุยได้ขณะกำลังออกกำลังกาย ตัวอย่างของการออกกำลังกายเช่น ว่ายน้ำ การเดิน การปั่นเครื่อง ปั่นจักรยาน การยกน้ำหนักที่ไม่หนักจนเกินไป การออกกำลังกายอื่นๆที่เน้นส่วนบนของร่างกาย ควรทำวันละอย่างน้อย 30 นาที อย่างไรก็ตามในผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกายควรเริ่ม 5 นาทีก่อน แล้วค่อยๆยืดระยะเวลาออกกำลังกายออกไปเพื่อให้ไม่เหนื่อยมาก

ในด้านอาหาร ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เน้นการบริโภคโปรตีนและอาหารที่มีกากใย/ใยอาหารสูงเพื่อช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีแป้งหรือหวานมากนักโดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ดื่มน้ำสะอาดให้มากเมื่อไม่ได้มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่มเช่น โรคหัวใจ ทั้งนี้ปริมาณวิตามินที่ควรได้รับต่อวันในช่วงนี้ได้แก่

และเมื่อเจ็บป่วยจะต้องใช้ยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาล/เภสัชกรว่าตั้งครรภ์เสมอ

นอกจากนั้นการนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 7 - 8 ชั่วโมงยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญตลอดการตั้งครรภ์ และในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพฟันด้วยเพราะอาจมีปัญหาในเรื่องของเหงือกและฟันได้ง่ายกว่าภาวะที่ไม่ตั้งครรภ์ จากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนต่างๆและความต้องการใช้แคลเซียมของร่างกายที่เพิ่มมากขึ้นจนอาจกระทบถึงฟันได้

พัฒนาการของทารกในครรภ์ไตรมาสที่ 2 เป็นอย่างไร?

กระดูกของทารกในไตรมาสที่ 2 นี้จะเริ่มมีความแข็งเพิ่มขึ้น หูก็จะพัฒนาจนมีลักษณะเป็นหูที่ชัดเจน เริ่มมีขนเล็กละเอียดเกิดขึ้นตามลำตัว ทารกจะมีความยาวจากศีรษะจนถึงก้นประมาณ 9 เซนติเมตรเมื่ออายุครรภ์ 14 สัปดาห์ และเมื่ออายุครรภ์ 22 สัปดาห์ทารกจะมีความยาวจากศีรษะ จนถึงส้นเท้าประมาณ 28 เซนติเมตร ทารกจะเริ่มได้ยินบทสนทนาเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 22 สัปดาห์ อายุครรภ์ประมาณ 24 สัปดาห์ทารกจะเริ่มฝึกหายใจ และเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 26 สัปดาห์สมองของทารกจะเริ่มตอบสนองต่อการสัมผัสท้องจากภายนอก ทารกจะเริ่มมีการนอนหลับและตื่นสลับกันเป็นเวลา แพทย์จะสามารถฟังเสียงการเต้นของหัวใจทารกได้ชัดเจนขึ้นและเป็นสิ่งบ่งบอกภาวะสุขภาพของทารกในครรภ์ ณ เวลาที่ตรวจ หากไม่พบการเต้นของหัวใจทารกไม่ว่าจะโดยการฟังหรือจากการตรวจด้วยเครื่องคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์) สิ่งนี้บ่งชี้ว่าทารกน่าจะเสียชีวิต การตรวจด้วยเครื่องคลื่นเสียงความถี่สูงในไตรมาสที่ 2 ในช่วงอายุครรภ์ 18 - 22 สัปดาห์จะช่วยตรวจหาความผิดปกติทางร่างกายของทารกได้ แต่อย่างไรก็ตามการตรวจนั้นมีข้อจำกัด แพทย์ไม่สามารถที่จะยืนยันว่าทารกในครรภ์ที่จะเกิดมาปกติได้ 100 เปอร์เซ็นต์เช่น ภาวะหูหนวก ตาบอด ปัญญาอ่อน หรือความผิดปกติอื่นๆที่ยากที่จะทำการวินิจฉัยได้ก่อนคลอด

อาการหรือความผิดปกติที่อาจพบได้ในไตรมาสที่ 2 มีอะไรบ้าง?

อาการหรือความผิดปกติที่อาจพบได้ในไตรมาสที่ 2 คือ

มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 3?

ไตรมาสที่ 3 เป็น 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความรู้สึกของผู้ตั้งครรภ์อาจจะมีความกลัวและวิตกกังวลต่อการคลอดและต่อการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต อย่างไรก็ตามการหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือหรือขอคำปรึกษาจากแพทย์/พยาบาลก็จะช่วยให้ความวิตกกังวลดังกล่าว ลดลงได้

น้ำหนักของผู้ตั้งครรภ์จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงนี้คือประมาณ 5 - 15 กิโลกรัม อย่างไรก็ตามการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักที่เหมาะสมคือสัปดาห์ละประมาณ ½ กิโลกรัมหรือ 2 กิโลกรัมต่อเดือน และควรขึ้นไม่เกิน 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์

อาการบวมตามร่างกายอาจปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด บางรายอาจมีผื่นขึ้นตามท้องได้

ในไตรมาสนี้ผู้ตั้งครรภ์บางรายอาจมีการสร้างและหลั่งน้ำนมออกมา และครรภ์ที่ขยายขนาดขึ้นมากอาจกระทบต่อการทรงตัวทั้งขณะที่นั่งยืนหรือเดิน ดังนั้นควรเคลื่อนไหวตัวเองให้ช้าลง ทั้งนี้อาจมีอาการปวดหลังเกิดขึ้นและอาจนอนหลับยากขึ้นเนื่องจากหายใจลำบากจากครรภ์ที่ใหญ่ขึ้นมากขณะที่นอน

ผู้หญิงจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรในไตรมาสที่ 3?

ในช่วงเวลานี้อาจต้องพบแพทย์บ่อยขึ้นกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับอาการและความผิดปกติที่เกิดขึ้น อาจพบแพทย์ทุก 1 - 2 สัปดาห์

ในช่วงไตรมาสนี้ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก พยายามหาเวลาพักผ่อนให้มากขึ้น จัดเตรียมของใช้ที่จำเป็นเพื่อเตรียมพร้อมในการไปโรงพยาบาลได้ในทุกเวลา การเดินทางไกลอาจกระทำได้หากเป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน อย่างไรก็ดีปัญหาที่ต้องคิดขณะเดินทางคือ หากมีภาวะแทรกซ้อนใดๆเกิดขึ้นขณะเดินทาง เราจะสามารถเข้าถึงแพทย์หรือสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทันทีหรือไม่ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลโดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์

พัฒนาการของทารกในครรภ์ไตรมาสที่ 3 เป็นอย่างไร?

ในช่วงปลายเดือนที่ 7 ของการตั้งครรภ์ทารกจะเริ่มมีการสะสมไขมันและมีขนาดความยาว ประมาณ 36 เซนติเมตรและมีน้ำหนักประมาณ 900 - 1,800 กรัม การได้ยินของทารกจะมีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ ทารกจะมีการเปลี่ยนท่าทางค่อนข้างบ่อย และมีการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆอันได้แก่ เสียง แสง ได้ดี

ในเดือนที่ 8 ของการตั้งครรภ์ทารกจะมีความยาวประมาณ 46 เซนติเมตรและมีน้ำหนักตัวประมาณ 2.27 กิโลกรัม ผู้ตั้งครรภ์จะรู้สึกว่าทารกดิ้นได้บ่อยขึ้น สมองของทารกจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทารกสามารถได้ยินเสียงและเห็นแสงได้ดี อวัยวะภายในจะมีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์แต่ปอดยังไม่แข็งแรง

ในช่วงท้ายของไตรมาสที่ 3 ปอดของทารกจะพัฒนาและทำงานได้เกือบสมบูรณ์และจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึง 3 สัปดาห์สุดท้ายปอดของทารกส่วนใหญ่จะสมบูรณ์เต็มที่ ทารกใน ช่วงนี้สามารถกระพริบตา ปิดตา หันศีรษะได้ กำและแบมือได้ดี ตอบสนองต่อเสียงแสงและสัมผัสได้ดี ทารกจะมีการหมุนและอยู่ในท่าที่เตรียมพร้อมที่จะคลอดโดยศีรษะทารกจะเคลื่อนเข้าสู่อุ้งเชิงกรานและมักจะอยู่ในท่าคว่ำหน้า

ในปลายเดือนสุดท้ายทารกจะมีความยาวประมาณ 46 - 51 เซนติเมตรและมีน้ำหนักเฉลี่ย ประมาณ 3.2 กิโลกรัม ซึ่งการตรวจด้วยเครื่องคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์) ในไตรมาสที่ 3 นี้จะช่วยคะเนน้ำหนักของทารกในครรภ์และช่วยวินิจฉัยภาวะทารกเติบโตช้าในครรภ์ได้

อาการหรือความผิดปกติที่อาจพบได้ในไตรมาสที่ 3 มีอะไรบ้าง?

อาการหรือความผิดปกติที่อาจพบได้ในไตรมาสที่ 3 คือ

สรุป

ในทุกไตรมาสของการตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของทั้งมารดาและของทารกในครรภ์ดังได้กล่าวแล้ว ดังนั้นมารดาจึงต้องคอยสังเกตตนเองและสังเกตอาการของทารกในครรภ์เสมอ ซึ่งหากสังเกตเห็นความผิดปกติต่างๆทั้งของตนเองและ/หรือของทารกควรต้องรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด

บรรณานุกรม

  1. Fetal Development: Second Trimester http://www.baby2see.com /development /second_trimester.html [2016,Jan16]
  2. How your baby grows during pregnancy. The American Congress of Obstetricians and Gynecologists http://www.acog.org/Patients/FAQs/Prenatal-Development-How-Your-Baby-Grows-During-Pregnancy [2016,Jan16]
  3. Cunningham FG, et al. Williams Obstetrics. 23rd ed. New York, N.Y.: The McGraw-Hill Companies; 2010:1.
  4. Moore KL, et al. The Developing Human: Clinically Oriented Embryology. 8th ed. Philadelphia, Pa.: Saunders Elsevier; 2003:4.
  5. Third trimester pregnancy http://www.mayoclinic.com/health/pregnancy/PR00009 [2016,Jan16]
  6. American College of Obstetricians and Gynecologists. Your Pregnancy and Childbirth: Month to Month. 5th ed. Washington, D.C.: American College of Obstetricians and Gynecologists; 2010:117.
Updated 2016, Jan 16


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน sirikul padungchob19 a1v4d PPaapp Panupol
Frame Bottom