Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคมะเร็ง 

บทนำ

ร่างกายของเรามีการเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอจากการนำส่งของสารอาหารและออกซิเจนที่เพียงพอต่อเซลล์ในร่างกาย การเพิ่มจำนวนของเซลล์จึงมีความสัมพันธ์อย่างเกี่ยวเนื่องกับการสร้างหลอดเลือดขึ้นใหม่ เพื่อให้สามารถนำส่งสารอาหารและออกซิเจนรวมถึงการกำจัดของเสียออกจากเซลล์ได้ เช่นเดียวกับเซลล์มะเร็งซึ่งต้องอาศัยกระบวนสร้างหลอดเลือด (Angiogenesis) เช่นเดียวกัน แต่การเติบโตเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงมีความจำเป็นในการสร้างหลอดเลือดขึ้นใหม่เพื่อให้ทันต่อการเติบโต ด้วยกระบวนการนี้นักวิทยาศาสตร์จึงพัฒนายาเพื่อยับยั้งการสร้างเซลล์หลอดเลือดใหม่แก่เซลล์มะเร็ง

ยาบีวาซิซูแมบ (Bevacizumab) เป็นหนึ่งในยาต้านมะเร็งที่อาศัยหลักการยับยั้งการสร้างหลอดเลือดขึ้นใหม่โดยเป็นยาฉีด ปัจจุบันมีข้อบ่งใช้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน 4 ข้อบ่งใช้ แพทย์อาจพิจารณาใช้ยานี้ในการรักษามะเร็งชนิดอื่นๆได้อีกด้วย (Off-label Use) ซึ่งต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ด้านโรคมะเร็งเท่านั้น

ยาบีวาซิซูแมบมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

บีวาซิซูแมบ

ยาบีวาซิซูแมบมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ที่ขึ้นทะเบียนแล้วดังต่อไปนี้

ก. มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal cancer) ระยะแพร่กระจาย

ข. มะเร็งสมองชนิดกลีโอบลาสโทมา (Glioblastoma หรือ Glioblastoma multiforme ย่อว่า GBM)

ค. มะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวโต (Non-small Cell Lung Cancer)

ง. มะเร็งไต (Renal Cell Carcinoma) ระยะแพร่กระจาย

ยาบีวาซิซูแมบมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

การเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารจากเลือดไปหล่อเลี้ยงเช่น เดียวกับเซลล์มะเร็ง แต่การเติบโตของเซลล์มะเร็งเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าเซลล์ธรรมดา มีความต้องการสารอาหารและออกซิเจนจากเลือดมาหล่อเลี้ยงเพื่อให้เกิดการเติบโต ร่างกายจึงต้องสร้างเส้นเลือด/หลอดเลือดใหม่ ซึ่งโดยปกติกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่จะมีการส่งสัญญาณจากร่างกาย ผ่านสารส่งสัญญาณเช่น Vascular Endothelial Growth Factor (VEGF) มากระตุ้นเพื่อการเกิดสร้างเส้นเลือดใหม่มาเลี้ยงเซลล์มะเร็ง

ยาบีวาซิซูแมบจะจับกับสัญญาณ Vascular Endothelial Growth Factor (VEGF) ทำให้สัญญาณดังกล่าวไม่สามารถส่งต่อไปถึงตัวรับ (Receptor) ที่ผิวของเซลล์เอ็นโดทิเลียล (Endothelial Cell) ซึ่งเป็นเซลล์บุผิว/ผนังชั้นในของเหลอดเลือด ทำให้ไม่สามารถกระตุ้นการทำงานเพื่อให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ได้ เมื่อการส่งสัญญาณล้มเหลวจากการใช้ยานี้ก็จะลดการเติบโตและ/หรือลดการแพร่กระจายเซลล์มะเร็ง

ยาบีวาซิซูแมบมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาบีวาซิซูแมบที่จัดจำหน่ายเป็นยาน้ำชนิดหยดเข้าหลอดเลือด (Solution for Infusion) ขนาดความแรง 100 มิลลิกรัมในภาชนะบรรจุขนาด 4 มิลลิลิตร และ 400 มิลลิกรัมในภาชนะบรรจุขนาด 16 มิลลิลิตร

ยาบีวาซิซูแมบมีวิธีใช้ยาอย่างไร?

ยาบีวาซิซูแมบมีขนาดยาแนะนำตามข้อบ่งใช้ดังต่อไปนี้เช่น

ก. มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal cancer) ระยะแพร่กระจาย โดยใช้ร่วมกับยาต้านมะเร็งอื่น เช่น ยาฟลูออโรยูราซิล (Fluorouracil) โดยใช้ขนาดยา 5 - 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโล กรัมทุกๆ 2 สัปดาห์ (อาจมีการให้ขนาดยาและความถี่ในการให้ยาที่ต่างจากนี้โดยพิจารณาจากยาที่ใช้ร่วมการรักษา)

ข. มะเร็งสมองชนิดกลีโอบลาสโทมา (Glioblastoma) โดยใชขนาดยา 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมทุกๆ 2 สัปดาห์

ค. มะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวโต (Non-small Cell Lung Cancer) โดยใช้ขนาดยา 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมทุกๆ 3 สัปดาห์ร่วมกับยาต้านมะเร็งชนิดอื่นเช่น ยาคาร์โบพลาทิน (Carboplatin) และพาลิแทกเซล (Paclitaxel) โดยให้จำนวน 4 - 6 รอบ (Course) หลังจากนั้นให้ใช้ยาบีวาซิซูแมบเป็นยาเดี่ยวในการรักษาในขนาดยาเท่าเดิมทุกๆ 3 สัปดาห์จนกว่าภาวะโรคมะเร็งจะดีขึ้น หรือพิจารณาหยุดยาหากผู้ป่วยทนผลข้างเคียงจากยาหรือพิษจากยาไม่ได้

ง. มะเร็งไต (Renal Cell Carcinoma) ระยะแพร่กระจาย โดยใช้ขนาดยา 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมทุกๆ 2 สัปดาห์โดยใช้ร่วมกับยาอินเตอเฟอรอนแอลฟา (Interferon alfa)

อนึ่งขนาดยานี้ข้างต้นเป็นขนาดยาแนะนำทั่วไป การให้ยานี้ยังขึ้นอยู่กับภาวะของความรุนแรงของโรคและอาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง) จากยานี้ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย ซึ่งขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์ผู้รักษาที่จะวินิจฉัยและกำหนดขนาดยานี้ให้แก่ผู้ป่วยเฉพาะรายไป

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาบีวาซิซูแมบ ควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรเช่น

หากลืมเข้ารับการบริหารยาควรทำอย่างไร?

หากลืมเข้ารับการบริหารยาบีวาซิวูแมบตามแพทย์นัดหมาย ให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ทำการรักษาอยู่โดยเร็วที่สุด

ยาบีวาซิซูแมบมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาบีวาซิซูแมบอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์) เช่น ความอยาอาหารลดลง การรับรสอาหารเปลี่ยนไป แสบร้อนกลางอก น้ำหนักลด ท้องเสีย ปากแห้ง เจ็บบริเวณปาก เสียงเปลี่ยนไป หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่ทุเลาลงผู้ป่วยควรรีบแจ้งให้แพทย์ผู้รักษาทราบ/รีบไปโรงพยาบาลก่อนนัด

นอกจากนี้ยาบีวาซิซูแมบยังอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงเช่น ไอหรือสำลัก ขณะรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ เจ็บบริเวณต้นคอ มึนงง วิงเวียน เป็นลม เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง เจ็บหน้าอก เจ็บ/ปวดท้องอย่างรุนแรง หายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก อาจก่อให้เกิดอาการสับสน หรือกระตุ้นโรคลมชัก การมองเห็นเปลี่ยนไป เจ็บคอ มีไข้เหมือนติดเชื้อ มีอาการบวมบริเวณใบหน้า รอบตา มือ เท้า ข้อเท้า และน่องขา เจ็บขา (โดยอาจเจ็บเพียงข้างเดียว) ปัสสาวะเป็นฟอง หรือเกิดอาการแพ้ยาเช่น มีผื่นคันแดงขึ้นตามตัว หายใจไม่สะดวก มีอาการบวมของริมฝีปากและเปลือกตา/หนังตา หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นต้องรีบแจ้งแพทย์/พยาบาล (เมื่ออยู่ในโรงพยาบาล) ทันทีหรือรีบมาโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน (เมื่ออยู่บ้าน)

อย่างไรก็ดีผู้ป่วยควรตระหนักว่า การที่แพทย์สั่งใช้ยานี้เนื่องจากแพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่า ยานี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่าโทษหรือมากกว่าการได้รับผลข้างเคียงจากยา ผู้ป่วยที่ได้รับยานี้ส่วนมากมีพบว่าเกิดอาการไม่พีงประสงค์ชนิดรุนแรง ผู้ป่วยจึงควรเฝ้าระวังผลข้างเคียงดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น และรีบแจ้งให้แพทย์พยาบาลผู้ทำการรักษาหรือมาโรงพยาบาลหากเกิดอาการรุนแรงดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นโดยทันทีฉุกเฉิน

มีข้อควรระวังการใช้ยาบีวาซิซูแมบอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาบีวาซิซูแมบเช่น

  • ไม่ใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่แพ้ยานี้หรือส่วนประกอบของยานี้
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในสตรีตั้งครรภ์หรือผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร
  • ยานี้อาจทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทะลุ (Gastrointestinal Perforations) ซึ่งเป็นอาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง) ที่รุนแรง ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอ หากพบว่ามีอาการปวดท้อง ท้องผูก คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ หลังใช้ยานี้ ต้องรายงานแพทย์พยาบาล /มาโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน
  • ยานี้ทำให้การประสานแผลของร่างกายช้าลงรวมไปถึงแผลจากการผ่าตัดใดๆซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตได้ ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดไม่ควรได้รับยาบีวาซิซูแมบเว้นแต่ภายหลังการผ่าตัดไปแล้วอย่างน้อยประมาณ 4 สัปดาห์และบริเวณที่เป็นแผลผ่าตัดหายสนิทแล้ว
  • ยาบีวาซิซูแมบอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น การใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจึงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้รักษาอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยควรหมั่นตรวจความดันโลหิตตัวเองอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์เภสัชกรแนะนำ
  • ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจโปรตีนในปัสสาวะและการทำงานของไตขณะใช้ยานี้
  • ผู้ป่วยที่ได้รับยานี้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดดำตีบตัน (Venous thrombo embolism) มากขึ้น การใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่เป็นหรือมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดดำตีบตัน ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้รักษาอย่างใกล้ชิด
  • ยาในกลุ่มนี้อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ผู้ป่วยอาจมีความเสี่ยงการเกิดเลือดออก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ก่อนแล้วหรือกำลังได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรได้รับการตรวจจากแพทย์ผู้รักษาอย่างสม่ำเสมอ
  • การใช้ยาบีวาซิซูแมบร่วมกับยาในกลุ่มบิสฟอตโฟเนส (Bisphosphonate, ยารักษาโรคกระดูกพรุน) จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกขากรรไกรตาย (Osteonecrosis of the jaw) โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณกรามอย่างมาก แพทย์จึงอาจแนะนำให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจจากทันตแพทย์ถึงปัญหาสุขภาพฟันต่างๆก่อนเริ่มใช้ยานี้
  • ผู้ป่วยหญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ต้องได้รับการคุมกำเนิดตลอดการใช้ยานี้และภายหลังการใช้ยานี้ไปแล้วอีกอย่างน้อย 6 เดือน
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง: ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาบีวาซิซูแมบด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาบีวาซิซูแมบมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาบีวาซิซูแมบมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาชนิดอื่นๆเช่น

ควรเก็บรักษายาบีวาซิซูแมบอย่างไร?

ยาบีวาซิซูแมบควรเก็บรักษาในตู้เย็นอุณหภูมิ 2 - 8 องศาเซลเซียส (Celsius) ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง ควรเก็บขวดยาในกล่องบรรจุเพื่อกันแสงแดด

ควรสอบถามแผนกเภสัชกรรมของโรงพยาบาลถึงนโยบายการเก็บรักษายานี้เพิ่มเติมรวมถึงนโยบายการเก็บรักษายาและความคงตัวของยาเมื่อยาได้รับการผสมแล้ว

ยาบีวาซิซูแมบมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาบีวาซิซูแมบที่จัดจำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิต/จัดจำหน่าย ได้แก่

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
อวาสติน (Avastin) บริษัท โรชไทยแลนด์ จำกัด

บรรณานุกรม

  1. American Pharmacists Association. Bevacizumab, , Drug Information Handbook with International Trade Names. 2014:23;253-6.
  2. Summaries of Product Characteristics http://www.medicines.org.uk/emc/medicine/15748# [2016,March5]
  3. Barron H, Genentech, Inc "Important Drug Warning. Subject: microangiopathic hemolytic anemia (MAHA) in patients treated with Avastin (bevacizumab) and sunitinib malate http://www.fda.gov/medwatch/safety/2008/MAHA_DHCP.pdf. [2016,March5]
  4. Drug Bank. Bevacizumab http://www.drugbank.ca/drugs/DB00112 [2016,March5]
  5. Shih, T; Lindley, C. "Bevacizumab: an angiogenesis inhibitor for the treatment of solid malignancies.". Clinical therapeutics 2006;28(11):1779–802.
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ข้อมูลทั่วไปของผลิตภัณฑ์ https://en.wikipedia.org/wiki/Bevacizumab [2016,March5]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน France Rainwill
Frame Bottom