Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ลำไส้ใหญ่  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

อุจจาระกลิ่นแรง 

บทนำ

ยาบิสมัทซับแกลเลต (Bismuth subgallate) เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ของการฝาดสมาน/สมานเนื้อเยื่อ/สมานแผล (Astringent) ส่งผลให้โปรตีนในเนื้อเยื่อหมดสภาพจึงสามารถต่อต้านแบคทีเรียได้ระดับหนึ่ง อีกทั้งทำให้หลอดเลือดกระชับหดตัว ในแถบอาฟริกาใต้ใช้บิสมัทซับแกลเลตเพื่อบรรเทาอาการปวด อาการคัน รวมถึงใช้รักษาริดสีดวงทวาร ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์นำมากำจัดกลิ่นของแก๊สในระบบทางเดินอาหารรวมถึงกลิ่นของอุจจาระ โดยมีรูปแบบของผลิตภัณฑ์เป็นยาเม็ดหรือแคปซูลสำหรับรับประทานและมีการดูดซึมจากทางเดินอาหารต่ำ นอกจากนี้ทางคลินิกยังนำไปสนับสนุนการรักษาอาการติดเชื้อจากเชื้อ Helicobactor pylori (โรคติดเชื้อเอชไพโลไร) รักษาแผลในระบบทางเดินอาหาร ใช้กับกรณีผ่าตัดลำไส้ใหญ่เช่น ผู้ป่วยด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และยังใช้บำบัดรักษาภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ รวมถึงโรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) อีกด้วย

ยาบิสมัทซับแกลเลตไม่สามารถรักษาอาการโรคดังกล่าวมาได้ทั้งหมดเพียงแต่ช่วยบำบัดอาการให้ดีขึ้น การได้รับยานี้ในปริมาณมากเกินไปอาจก่อให้เกิดพิษกับเส้นประสาท

อาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง) ที่โดดเด่นของยานี้คือ ทำให้ลิ้นมีสีดำรวมถึงอุจจาระก็มีสีดำคล้ำซึ่งไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด โดยปกติแพทย์มักใช้ยาประเภทนี้เพียงระยะสั้น หลังหยุดการใช้ยาอาการลิ้นมีสีดำ อุจจาระมีสีดำคล้ำ ก็จะหายไปเอง

บิสมัทซับแกลเลตมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

บิสมัทซับแกลเลต

ยาบิสมัทซับแกลเลตมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้คือ

บิสมัทซับแกลเลตมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ด้วยยาบิสมัทซับแกลเลตมีคุณสมบัติฝาดสมาน/สมานแผลและสามารถออกฤทธิ์ต้านกรดอีกทั้งทำให้หลอดเลือดกระชับขึ้น ด้วยกลไกการออกฤทธิ์เหล่านี้จึงสามารถต่อต้านแบคทีเรีย H. pylori ได้ระดับหนึ่งจึงช่วยทำให้แผลในกระเพาะอาหารหายเร็วขึ้น การออกฤทธิ์ยังครอบคลุมถึงการต่อต้านแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำให้เกิดกลิ่นกับอุจจาระส่งผลให้อุจจาระมีกลิ่นเบาบางลง และด้วยคุณสมบัติต่างๆเหล่านี้จึงช่วยให้ยานี้บรรเทาอาการโรค/ภาวะต่างๆได้ตามสรรพคุณ

บิสมัทซับแกลเลตมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาบิสมัทซับแกลเลตมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้เช่น

  • ยาเม็ดชนิดเคี้ยวก่อนกลืน ขนาด 200 มิลลิกรัม/เม็ด
  • ยาแคปซูล ขนาด 200 มิลลิกรัม/แคปซูล
  • ยาเหน็บทวารที่ผสมร่วมกับยาอื่น

บิสมัทซับแกลเลตมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาบิสมัทซับแกลเลตมีขนาดรับประทานสำหรับลดกลิ่นของอุจจาระเช่น

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป: รับประทานครั้งละ 200 - 400 มิลลิกรัมหลังอาหาร สามารถรับประทานได้ถึง 4 ครั้ง/วัน และควรรับประทานเพียง 1 - 2 วันเท่านั้น และควรรับประทานยานี้พร้อมอาหาร
  • เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี: ขนาดยาเป็นไปตามดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา

*อนึ่ง: ขนาดรับประทานที่ใช้รักษาอาการโรค/ภาวะอื่นๆเช่น บำบัดอาการหลังการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ รักษาอาการของโรคกระเพาะอาหารที่มีการติดเชื้อเอชไพโลไร (โรคติดเชื้อเอขไพโลไร) ร่วมด้วย บำบัดอาการท้องเสีย ซึ่งต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษา เพราะกรณีดังกล่าวอาจต้องใช้ร่วมกับยาอื่นที่ใช้เป็นหลักในการรักษา ยาบิสมัทซับแกลเลตมักจะใช้เพียงเสริมและสนับสนุนการรักษาเท่านั้น ดังนั้นการใช้ยานี้ในโรค/ภาวะต่างๆจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีไป

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาบิสมัทซับแกลเลต ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาบิสมัทซับแกลเลตสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษา ควรรับประทานยาต่างๆรวมถึงยาบิสมัทซับแกลเลตให้ตรงเวลา

บิสมัทซับแกลเลตมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาบิสมัทซับแกลเลตสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้เช่น มีภาวะลิ้นมีสีดำ อุจจาระมีสีคล้ำออกดำ ปกติจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคด้วยการใช้ยาเป็นไประยะสั้นเพียง 1 - 2 วันและสีที่ผิดปกตินี้จะหายไปเองหลังหยุดยานี้ใน 2 - 3 วันโดยไม่จำเป็นต้องมีการรักษา

มีข้อควรระวังการใช้บิสมัทซับแกลเลตอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้บิสมัทซับแกลเลตเช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมบิสมัทซับแกลเลตด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

บิสมัทซับแกลเลตมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาบิสมัทซับแกลเลตมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษาบิสมัทซับแกลเลตอย่างไร?

ควรเก็บยาบิสมัทซับแกลเลตในอุณหภูมิห้องที่เย็น ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

บิสมัทซับแกลเลตมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาบิสมัทซับแกลเลตที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Anusol (อะนูซอล) Pfizer
Devrom (เดฟรอม) Parthenon

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Bismuth_subgallate [2015,Oct10]
  2. http://www.health24.com/Medical/Meds-and-you/Medication/Bismuth-subgallate-20130927 [2015,Oct10]
  3. http://www.ema.europa.eu/docs/en_GB/document_library/Maximum_Residue_Limits_ _Report/2009/11/WC500010981.pdf [2015,Oct10]
  4. http://www.devrom.com/faqs/ [2015,Oct10]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom