Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมไทรอยด์  ต่อมไร้ท่อ  ระบบต่อมไร้ท่อ  ระบบมะเร็งวิทยา  เวชศาสตร์นิวเคลียร์ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ก้อนในต่อมไทรอยด์  คอโต 

บทนำ

สารไอโอดีนกัมมันตรังสี-131 (Radioiodine หรือ Iodine-131 หรือ I-131) หรือ “น้ำแร่รังสีไอโอดีน” หรือที่มักเรียกกันทั่วไปว่า “น้ำแร่รังสี” เป็นสารไอโอดีนประเภทหนึ่งที่อยู่ในรูปของสารกัมมันตรังสี หมายความว่า เป็นสารที่สามารถปลดปล่อยพลังงานรังสีในรูปแบบต่างๆออกมาได้ ทั้งนี้ รังสีจากน้ำแร่รังสีไอโอดีนเป็นรังสีประเภทไอออนไนซ์ (Ionizing radiation) ซึ่งเป็นรังสีที่ใช้ตรวจและรักษาโรค

โดยธรรมชาติ ต่อมไทรอยด์ซึ่งเป็นต่อมไร้ท่อชนิดหนึ่งของร่างกายมีหน้าที่สำคัญในการจับเอาสารไอโอดีนจากอาหารที่กินเข้าไป ไปสร้างเป็นฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายให้เป็นปกติ เมื่อร่างกายได้รับน้ำแร่รังสีไอโอดีนเข้าไป ต่อมไทรอยด์ก็จะจับเอาน้ำแร่รังสี ซึ่งเป็นสารไอโอดีนรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน ไปสร้างเป็นฮอร์โมนไทรอยด์ได้เช่นกัน

น้ำแร่รังสีไอโอดีนใช้รักษาโรคของต่อมไทรอยด์ได้อย่างไร?

น้ำแร่รังสีไอโอดีน

เนื่องจากน้ำแร่รังสีไอโอดีนที่ถูกต่อมไทรอยด์จับเข้าไปอยู่ในเซลล์ของต่อมไทรอยด์ สามารถปล่อยรังสีออกมาได้ ต่อมไทรอยด์จึงได้รับรังสีที่ปล่อยออกมา ซึ่งพลังงานจากรังสีนี้มีผลทำให้เซลล์ของต่อมไทรอยด์ไม่สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้เหมือนเดิม ต่อมไทรอยด์จึงค่อยๆฝ่อเล็กลง ดังนั้นจึงสามารถใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนในการรักษาโรคของต่อมไทรอยด์บางชนิดได้เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษและโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด เป็นต้น

น้ำแร่รังสีไอโอดีนใช้รักษาโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษได้อย่างไร?

โรค/ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษที่เกิดจากต่อมไทรอยด์สร้างและหลั่งฮอร์โมนออกมามากเกินไปเช่น โรคเกรฟส์ (Graves’ disease) สามารถใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนในการรักษาได้ เนื่อง จากเซลล์ของต่อมไทรอยด์ในโรคนี้จะจับน้ำแร่รังสีไอโอดีนได้มากกว่าต่อมไทรอยด์ปกติ ต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยจึงได้รับรังสีจากน้ำแร่รังสีฯในปริมาณสูงมากพอที่จะทำลายเซลล์ของต่อมให้ฝ่อลงได้ ทำให้อาการจากภาวะไทรอยด์เป็นพิษดีขึ้นและหายขาดได้ในที่สุด

เมื่อไหร่จึงใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนรักษาโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ?

โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินเช่น โรคเกรฟส์ จะรักษาด้วยน้ำแร่รังสีเมื่อ

  • ผู้ป่วยรักษาด้วยยาต้านไทรอยด์ฮอร์โมนแล้วไม่ได้ผล
  • ไม่สามารถกินยาต้านไทรอยด์ฮอร์โมนได้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ
  • เกิดการแพ้ยาดังกล่าว
  • หรือรักษาจนสามารถหยุดยาได้แล้วแต่โรคย้อนกลับมาเป็นซ้ำใหม่อีกในภายหลัง

นอกจากนั้น ยังใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนในกรณีที่ผู้ป่วยเคยผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกแล้ว แต่ยังมีอาการไทรอยด์เป็นพิษอยู่ หรือเกิดอาการไทรอยด์เป็นพิษขึ้นมาใหม่ในภายหลัง (หลังการผ่าตัด)

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนรักษาโรคตั้งแต่แรกวินิจฉัยโรคได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มรักษาด้วยยาต้านไทรอยด์หรือผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกก่อน เนื่องจากการรักษาด้วยน้ำแร่แร่รังสีไอโอดีน สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคได้หายสูง

น้ำแร่รังสีไอโอดีนใช้รักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ได้อย่างไร?

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิดซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยประมาณ 90 - 95% ของมะเร็งต่อมไทรอยด์ทั้งหมด สามารถใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนในการรักษาเพิ่มเติมหลังจากที่ได้รับการรัก ษาด้วยการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกแล้ว เนื่องจากเซลล์มะเร็งชนิดดังกล่าวมีคุณสมบัติในการจับน้ำแร่รังสีไอโอดีนได้ ทำให้เซลล์มะเร็งได้รับรังสีที่ปล่อยออกมาจากน้ำแร่ฯซึ่งส่งผลให้เซลล์มะเร็งตายไปในที่สุด การรักษานี้ใช้ได้กับทั้งเซลล์มะเร็งต่อมไทรอยด์ที่อาจหลงเหลือในต่อมไทรอยด์หลังการผ่าตัด และกับมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆเช่น ต่อมน้ำเหลือง ตับ ปอด กระดูก เป็นต้น

เมื่อไหร่จึงใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์?

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่จะใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนรักษาได้จะต้องเป็นมะเร็งชนิดที่จับน้ำแร่รังสีไอโอดีนได้ดีเช่น ชนิดพาพิลลารี คาร์ซิโนมา (Papillary carcinoma) และชนิดฟอลลิคูลาร์ คาร์ซิโนมา (Follicular carcinoma) โดยผู้ป่วยจะต้องได้รับการผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์ออกหมดหรือเกือบหมดเสียก่อน หลังจากนั้นประมาณ 4 - 6 สัปดาห์จึงจะรักษาต่อด้วยการกินน้ำแร่รังสีไอโอดีน ซึ่งการรักษาด้วยน้ำแร่รังสีฯนี้มีประโยชน์ นอกจากจะช่วยให้สามารถติดตามผล การรักษาโรคในระยะยาวได้แม่นยำขึ้นแล้ว ยังจะช่วยลดโอกาสการกลับเป็นโรคซ้ำ และช่วยยืดอายุผู้ป่วยให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

น้ำแร่รังสีไอโอดีนใช้รักษาผู้ป่วยเด็กได้ไหม?

ในผู้ป่วยเด็กโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษควรจะได้รับการรักษาด้วยการกินยาต้านไทรอยด์ฮอร์โมนก่อน เพราะแม้ว่าการรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนจะมีโอกาสหายขาดได้มาก แต่ก็มีโอ กาสที่ผู้ป่วยเด็กจะเกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ ขาดฮอร์โมนไทรอยด์ และต้องกินยาฮอร์ โมนไทรอยด์เสริมทุกวันไปตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม ถ้ารักษาด้วยยาไม่ได้ผล ก็สามารถให้น้ำ แร่รังสีไอโอดีนรักษาได้ แม้ว่าอายุยังไม่มากหรือยังเป็นเด็กอยู่ (อายุต่ำกว่า 15 ปี)

ในผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดที่เซลล์มะเร็งจับน้ำแร่รังสีไอโอดีนได้ เมื่อได้รับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกแล้วสามารถใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนรักษาต่อได้เช่นเดียวกับในผู้ใหญ่ เนื่องจากต้องรีบรักษาให้หายขาดตั้งแต่เนิ่นๆ และผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการรักษาต่อด้วยการกินยาฮอร์โมนไทรอยด์ตลอดชีวิตอยู่แล้วจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์

มีข้อห้ามการรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนไหม?

น้ำแร่รังสีไอโอดีนมีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยที่กำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร เนื่องจากรังสีที่สตรีตั้งครรภ์ได้รับจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ทั้งจากการแผ่รังสีโดยตรงจากตัวมารดา (จากน้ำแร่รังสีฯที่อยู่ในตัวมารดา) และจากน้ำแร่รังสีไอโอดีนที่ผ่านรกเข้าไปในตัวทารก นอกจากนั้น เนื่องจากน้ำแร่รังสีไอโอดีนสามารถขับออกมากับน้ำนมได้ ถ้าทารกดูดนมมารดาก็จะได้รับน้ำแร่รังสีไอโอดีนไปด้วย ซึ่งจะทำให้เซลล์ต่อมไทรอยด์ของทารกถูกรังสีทำลายได้

ในผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษที่มีอาการรุนแรงมาก ถือเป็นข้อห้ามในการรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนด้วยเช่นกัน เนื่องจากในระยะแรกประมาณ 1 - 2 สัปดาห์หลังรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีน อาจเกิดอาการไทรอยด์เป็นพิษรุนแรงมากขึ้นจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ในกรณีนี้ ควรรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมนไทรอยด์ไปชั่วคราวเพื่อให้อาการดีขึ้นเสียก่อน จึงจะให้น้ำแร่รังสีไอโอดีนตามหลังจากนั้น

เตรียมตัวก่อนกินน้ำแร่รังสีไอโอดีนอย่างไรบ้าง?

ผู้ป่วยโรคของต่อมไทรอยด์ที่จะรักษาด้วยการกินน้ำแร่รังสีไอโอดีน จะต้องเตรียมตัวมาก่อน ทั้งนี้เพื่อให้การรักษาได้ผลดีและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด การเตรียมตัวที่สำคัญๆได้แก่

  1. งดอาหารที่มีเกลือไอโอดีนมากๆเช่น อาหารทะเล อาหารรสเค็ม และวิตามินรวม ก่อนมากินน้ำแร่รังสีไอโอดีนเพื่อให้เซลล์ของต่อมไทรอยด์หิวไอโอดีนมากๆจึงจะจับน้ำแร่รังสีฯได้ดี ผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษควรงดกินอาหารที่มีโอโอดีนมากๆเป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนมากินน้ำแร่รังสีไอโอดีน ส่วนผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ควรงดอาหารที่มีไอ โอดีนมากๆเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนกินน้ำแร่รังสีฯ
  2. หลีกเลี่ยงยาหรือสารที่ทำให้เซลล์ต่อมไทรอยด์จับน้ำแร่รังสีไอโอดีนได้น้อย หรือที่ทำให้น้ำแร่รังสีไอโอดีนอยู่ในเซลล์ได้เป็นเวลาสั้นลงเช่น ในผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ควรงดยาต้านไทรอยด์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือในผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ควรงดยาฮอร์โมนไทรอยด์ประมาณ 4 - 6 สัปดาห์ก่อนกินน้ำแร่รังสีฯ
  3. ต้องคุมกำเนิดอย่างเคร่งครัด สตรีที่เป็นโรคของต่อมไทรอยด์ที่จะรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอ โอดีนจะต้องมั่นใจว่าไม่ได้กำลังตั้งครรภ์อยู่ ในกรณีที่ไม่ได้คุมกำเนิดหรือไม่มั่นใจว่ากำ ลังตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ แพทย์อาจจำเป็นต้องตรวจทดสอบการตั้งครรภ์ดูก่อนหรืออาจต้องรอให้ประจำเดือนครั้งต่อไปมาก่อนถึงจะรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนได้
  4. ต้องไม่ได้กำลังให้นมบุตรอยู่ ดังนั้นมารดาที่กำลังให้นมบุตรอยู่ถ้าจำเป็นจะต้องรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนจะต้องให้บุตรหย่านมเสียก่อน
  5. โดยทั่วไป การรักษาโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษจะใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนในปริมาณที่ไม่สูงมาก ผู้ป่วยสามารถมากินน้ำแร่รังสีไอโอดีนที่โรงพยาบาลและกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน แต่ในการรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์มักจะต้องใช้น้ำแร่รังสีไอโอดีนในปริมาณสูง ผู้ ป่วยจึงจำเป็นต้องพักรักษาตัวอยู่ในห้องแยกของโรงพยาบาลเพื่อป้องกันการแผ่รังสีจากตัวผู้ป่วยไปถูกคนใกล้ชิดรอบข้าง ผู้ป่วยจึงต้องอยู่โรงพยาบาลประมาณ 2 - 3 วันหรือ 1 สัปดาห์จนกว่าปริมาณรังสีในตัวลดลงสู่ระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่นจึงจะกลับบ้านได้

มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้างจากรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีน?

สำหรับผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ในช่วง 1 - 2 สัปดาห์แรกหลังกินน้ำแร่รังสีไอโอ ดีนใหม่ๆ ฮอร์โมนที่เก็บสะสมอยู่ในต่อมไทรอยด์จะหลั่งออกมาในกระแสเลือด (โลหิต) ปริมาณมาก ผู้ป่วยบางรายเช่น ผู้ป่วยที่มีต่อมไทรอยด์โตมากจึงอาจจะรู้สึกว่ามีอาการไทรอยด์เป็นพิษมากขึ้นในช่วงนี้ ดังนั้นจึงควรพักผ่อนมากๆและกินยาต่างๆตามแพทย์แนะนำให้ครบถ้วน ถูกต้องเช่น ยาลดอาการใจสั่น

สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ เนื่องจากต้องรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนขนาดสูง ในช่วงแรกอาจเกิดอาการข้างเคียงได้บ้างเช่น คลื่นไส้ อาเจียน คอบวมจากต่อมไทรอยด์ (ที่เหลืออยู่หลังผ่าตัด) อักเสบ ปวดบวมบริเวณหน้าหู หรือใต้กรามสองข้างจากต่อมน้ำลายบริเวณนั้นอักเสบ ซึ่งถ้าเป็นรุนแรงอาจส่งผลให้มีอาการน้ำลายน้อย ปากคอแห้งได้ สำหรับในระยะยาว มีรายงานว่าผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่ได้รับน้ำแร่รังสีไอโอดีนขนาดสูงมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นกว่าที่พบได้ในประชากรทั่วไปเล็กน้อย (ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ) นอกจาก นั้นพบว่าสตรีบางรายอาจเกิดภาวะหมดประจำเดือนเร็วกว่าปกติได้

กินน้ำแร่รังสีไอโอดีนแล้วยังมีประจำเดือนไหม? มีบุตรได้ไหม?

ผู้ป่วยสตรีที่ได้รับการรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนแล้ว ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 7 วันแรกเนื่องจากไม่ควรอยู่ใกล้ผู้อื่น แต่หลังจากนั้นสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ ผู้ป่วยจะยังคงมีประจำเดือนและสามารถมีบุตรได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกควรจะคุมกำเนิดไว้ก่อน เนื่องจากถ้าจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนซ้ำจะได้ไม่มีข้อห้าม นอกจาก นั้นแม้ว่าโรคจะหายแล้วไม่จำเป็นต้องกินน้ำแร่รังสีไอโอดีนอีก ก็ควรคุมกำเนิดต่อหลังจากกินน้ำแร่รังสีไอโอดีนไปอีกอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อให้มารดาได้กลับมามีสุขภาพสมบูรณ์เต็มที่ก่อนการตั้งครรภ์

สำหรับผู้ป่วยชายที่กินน้ำแร่รังสีไอโอดีนภายหลัง 7 วันไปแล้วสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติเช่นกัน แต่ไม่จำเป็นต้องคุมกำเนิดถ้าต้องการมีบุตร เพราะการได้รับน้ำแร่รังสีไอโอดีนไม่ส่งผลกระทบถึงสุขภาพของภรรยาหรือถึงการตั้งครรภ์ของภรรยา

ดูแลตนเองหลังกินน้ำแร่รังสีไอโอดีนอย่างไร?

เมื่อได้รับการรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนแล้ว ควรจะดูแลตัวเองดังนี้

  1. ในช่วง 1 สัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีมีครรภ์และเด็กทารกเป็นเวลานานๆเพื่อไม่ให้รังสีแผ่ไปสู่ผู้อื่น
  2. ในช่วง 1 สัปดาห์แรกควรดื่มน้ำบ่อยๆและปัสสาวะบ่อยๆ ไม่กลั้นปัสสาวะ เพื่อเร่งการขับน้ำแร่รังสีไอโอดีนส่วนที่ไม่ได้จับที่ต่อมไทรอยด์ออกไปจากร่างกายให้เร็วที่สุด เพื่อให้อวัยวะอื่นๆไม่ได้รับรังสีโดยไม่จำเป็น
  3. ในช่วง 1 สัปดาห์แรกเวลาปัสสาวะหรืออุจจาระ ควรราดน้ำลงส้วมให้มากกว่าปกติ เพื่อไม่ให้มีน้ำแร่รังสีไอโอดีนค้างอยู่บริเวณส้วม ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ใช้ห้องน้ำต่อได้รับรัง สีไปด้วย ทั้งนี้เพราะน้ำแร่รังสีไอโอดีนบางส่วนจะถูกขับออกทางปัสสาวะและทางอุจจาระ
  4. ควรแยกภาชนะสำหรับกินอาหารไม่ปะปนกับผู้อื่นประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากน้ำแร่รังสีไอโอดีนบางส่วนจะขับออกมากับน้ำลายได้
  5. ควรแยกเสื้อผ้าใช้แล้วและแยกซักเสื้อผ้าจากเสื้อผ้าของผู้อื่นประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากน้ำแร่รังสีไอโอดีนบางส่วนจะขับออกมาทางเหงื่อ
  6. ควรคุมกำเนิดต่อไปก่อนอย่างน้อย 6 เดือนหรือตามแพทย์แนะนำ เนื่องจากถ้าตั้ง ครรภ์ในช่วงนี้จะไม่สามารถรักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีนซ้ำได้ในกรณีที่จำเป็นต้องรักษาซ้ำอีก

หลังกินน้ำแร่รังสีไอโอดีนควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

ผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษหลังกินน้ำแร่รังสีไอโอดีน ถ้ามีอาการเหนื่อยมาก ใจสั่นมากผิดปกติ ไม่มีแรง หรือมีไข้สูง ควรจะไปพบแพทย์ก่อนนัด เนื่องจากอาจจะจำเป็นต้องได้รับยาต้านไทรอยด์ฮอร์โมนหรือปรับขนาดยาต้านไทรอยด์ฮอร์โมนเพิ่ม

ส่วนผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์หลังกินน้ำแร่รังสีไอโอดีน ถ้ามีอาการคอบวมมาก หาย ใจไม่สะดวก ก็ควรรีบพบแพทย์ก่อนนัด ควรเป็นภายใน 24 ชั่วโมงหรือฉุกเฉินขึ้นกับความรุน แรงของอาการ เนื่องจากอาจต้องได้รับยาลดอาการบวมหรือตรวจประเมินทางเดินหายใจ เพื่อป้องกันและรักษาการกดเบียดทางเดินหายใจจากต่อมไทรอยด์ (ที่เหลืออยู่หลังผ่าตัด) อักเสบ และบวมมากผิดปกติ

นอกจากนั้น ผู้ป่วยที่กินน้ำแร่รังสีไอโอดีนเมื่อได้รับยารักษาโรคของต่อมไทรอยด์ต่อ เนื่องจากแพทย์โดยเฉพาะยาไทรอยด์ฮอร์โมน ผู้ป่วยไม่ควรขาดยาเพราะจะส่งผลให้เกิดภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน (บวม อ้วนฉุ เฉื่อยช้า หัวใจเต้นผิดปกติ ง่วงซึม) ดังนั้นควรตรวจนับยาเสมอ เมื่อยาอาจหมดก่อนนัดควรรีบพบแพทย์ก่อนนัด ก่อนยาหมด ไม่ควรขาดยา

บรรณานุกรม

1. Bahn RS, Burch HB, Cooper DS, Garber JR, Greenlee MC, Klein I, et al. Hyperthyroidism and other causes of thyrotoxicosis: management guidelines of the American Thyroid Association and American Association of Clinical Endocrinologists. Thyroid 2011; 21: 593 – 646.
2. Cooper DS, Doherty GM, Haugen BR, Kloos RT, Lee SL, Mandel SJ, et al. Revised American Thyroid Association management guidelines for patients with thyroid nodules and differentiated thyroid cancer. Thyroid 2009; 19: 1167 – 1214.
3. Van Nostrand D. The benefits and risks of I-131 therapy in patients with well-differentiated thyroid cancer. Thyroid 2009; 19: 1381-1391.

Updated 2014, Dec 27


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน Nongbeer nanzaaa Lankly
Frame Bottom