Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ไต  ท่อไต  ระบบทางเดินปัสสาวะ  ระบบศัลยศาตร์ทางเดินปัสสาวะ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปัสสาวะเป็นเลือด  ปวดเอวมาก 

บทนำ

นิ่วในไต (Kidney stone หรือ Kidney calculi หรือ Renal stone หรือ Renal calculi หรือ Nephrolithiasis) เป็นโรคพบได้ทั่วโลกรวมทั้งในบ้านเรา ในประเทศที่เจริญแล้วพบโรคนี้ได้ประมาณ 0.2% ของประชากรในเอเซียพบได้ประมาณ 2 - 5% ประมาณ 20% ของประชากรในซาอุดิอาราเบีย และประมาณ 50% ของคนเป็นนิ่วในไตภายใน 10 ปีมีโอกาสเกิดนิ่วในไตซ้ำได้อีกหลังรักษาหายแล้วและจะสูงเป็น 75% ภายใน 20 ปี

นิ่วในไตพบได้ทุกอายุตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้สูงกว่าในช่วงอายุ 30 - 40 ปี โดยพบในผู้ชายสูงกว่าผู้หญิงประมาณ 2 - 3 เท่า

นิ่วในไตอาจเกิดกับไตเพียงข้างเดียวโดยโอกาสเกิดใกล้เคียงกันทั้งไตซ้ายและขวาหรือเกิดนิ่วพร้อมกันทั้งสองไต แต่ความรุนแรงของนิ่วในทั้งสองไตมักไม่เท่ากันขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของนิ่ว

นิ่วในไตมีได้หลายชนิดที่พบบ่อยมี 4 ชนิดคือ

  • ชนิดเกิดจากแคลเซียม
  • ชนิดเกิดจากการติดเชื้อในไต
  • ชนิดเกิดจากกรดยูริค (Uric acid) และ
  • ชนิดเกิดจากสารซีสตีน (Cystine/กรดอะมิโนชนิดหนึ่งมีมากในอาหารโปรตีนเช่น เนื้อสัตว์ นม เป็ด ไก่) ซึ่งในคนคนเดียวกันอาจมีนิ่วได้หลายชนิดปะปนกันอยู่

นิ่วชนิดเกิดจากแคลเซียม พบได้บ่อยที่สุดประมาณ 75 - 85% ของนิ่วในไตทั้งหมด ซึ่งชนิดพบบ่อยคือ แคลเซียมออกซาเลต (Calcium oxalate, สาร oxalate เป็นสารพบในพืช โดยเฉพาะผัก ยอดผักต่างๆ และถั่ว) เป็นนิ่วชนิดพบบ่อยในผู้ชาย เป็นนิ่วตรวจพบได้จากการเอกซเรย์ภาพไต

นิ่วชนิดเกิดจากการติดเชื้อในไต เรียกว่าชนิด Struvive stone ซึ่งเป็นสารประกอบของแอมโมเนียม แมกนีเซียม และฟอสเฟต (Ammonium, magnesium, phosphate) พบนิ่วชนิดนี้ได้ประมาณ 10 - 15% ของนิ่วในไตทั้งหมด เป็นนิ่วพบบ่อยในผู้หญิงและในคนที่มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อยเช่น ใส่สายสวนปัสสาวะเป็นประจำ (เป็นอัมพาต) จัดเป็นนิ่วที่อันตรายเพราะโตได้เร็ว มีก้อนขนาดใหญ่ เป็นรูปเขากวางซอกซอนไปตามรูปร่างของกรวยไต และมักก่อให้เกิดการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ นิ่วชนิดนี้ตรวจพบได้โดยการเอกซเรย์ไตเช่นกัน

นิ่วชนิดเกิดจากกรดยูริค (Uric acid)พบได้ประมาณ 5 - 10% ของนิ่วในไตทั้งหมด พบเกิดในผู้ชายบ่อยกว่าในผู้หญิง มักเกิดร่วมกับโรคเกาต์ (โรคที่มีกรดยูริคในร่างกายสูง) เป็นนิ่วที่ตรวจไม่พบโดยการเอกซเรย์ไต ต้องใช้การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ภาพไต

นิ่วชนิดเกิดจากสารซีสตีน (Cystine)พบได้ประมาณ 1% ของนิ่วในไตทั้งหมด มักเกิดจากมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายขับสารซีสตีนออกในปัสสาวะสูงขึ้น พบได้เท่ากันทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย และเป็นชนิดตรวจไม่พบจากการเอกซเรย์ไต ตรวจพบจากอัลตราซาวด์ภาพไตเช่นกัน

นิ่วในไตเกิดได้อย่างไร?

นิ่วในไต

นิ่วในไตเกิดได้จากมีการตกตะกอนของสารต่างๆในไตมากกว่าปกติ เมื่อนานเข้าจึงรวมตัวกันเป็นก้อนซึ่งคือนิ่วนั่นเอง ดังนั้นก้อนนิ่วจึงสามารถโตขึ้นได้เรื่อยๆเมื่อยังไม่มีการรักษา หรือเกิดได้ซ้ำอีกหลังการรักษา ถ้าดูแลรักษาควบคุมปัจจัยเสี่ยง/สาเหตุได้ไม่ดีพอ ซึ่งโดยทั่วไปการตกตะกอนมักเกิดในกรวยไตเพราะเป็นตำแหน่งเก็บกักปัสสาวะจากไตก่อนปล่อยลงสู่ท่อไต แต่บางครั้งอาจเกิดในตัวเนื้อเยื่อไตได้ ซึ่งการตกตะกอนมากเกินปกติของสารดังกล่าวในปัสสาวะมีสาเหตุได้จาก

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตคือ

นิ่วในไตมีอาการอย่างไร?

อาการที่พบได้บ่อยของนิ่วในไตคือ ไม่มีอาการแต่จะมีอาการเมื่อมีการติดเชื้อซ้ำซ้อน และ/หรือก้อนนิ่วอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเมื่อมีอาการ อาการที่พบได้คือ

แพทย์วินิจฉัยนิ่วในไตได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยนิ่วในไตได้จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจปัสสาวะ การตรวจภาพไตด้วยเอกซเรย์ และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติมขึ้นกับอาการผู้ป่วยและดุลพินิจของแพทย์ เช่น ตรวจอัลตราซวาด์ภาพไต/ช่องท้อง

รักษานิ่วในไตอย่างไร?

แนวทางการรักษานิ่วในไตคือ การกำจัดนิ่วออกจากไต รักษาสาเหตุและรักษาประคับประคองตามอาการ

การเอานิ่วออกจากไต ขึ้นกับขนาดก้อนนิ่วเช่น

การรักษาสาเหตุ เมื่อทราบสาเหตุของโรคนิ่วเช่น รักษาโรคเกาต์เมื่อมีสาเหตุจากโรคเกาต์ การดื่มน้ำมากๆมากกว่าปกติอย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้วหรือตามแพทย์แนะนำ

การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ยาบรรเทาปวดเมื่อมีอาการปวดท้อง/ปวดหลัง เป็นต้น

นิ่วในไตมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากนิ่วในไตคือ โรคนิ่วในท่อไตหรือโรคไตอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียเรื้อรังซึ่งอาจรุนแรงเป็นการติดเชื้อในกระแสโลหิต เป็นเหตุให้เสียชีวิต (ตาย) ได้ หรือเป็นสาเหตุให้ไตเสียการทำงานจึงเกิดโรคไตเรื้อรังและภาวะไตวาย เป็นสาเหตุเสียชีวิตได้เช่นกัน

นิ่วในไตรุนแรงไหม?

นิ่วในไตเมื่อขนาดก้อนนิ่วยังเล็ก เป็นโรคไม่รุนแรงรักษาได้ แต่เมื่อก้อนนิ่วใหญ่จนก่อการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ อักเสบติดเชื้อและ/หรือเกิดโรคไตเรื้อรัง จัดเป็นโรครุนแรง เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต (ตาย) ได้

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีนิ่วในไต? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นนิ่วในไตและเพื่อป้องกันนิ่วย้อนกลับเป็นซ้ำหลังรักษานิ่วหายแล้วและการพบแพทย์ได้แก่

  • ปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลแนะนำ
  • กินยาต่างๆให้ถูกต้องครบถ้วน ไม่ขาดยา ไม่หยุดยาเอง
  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรหรือตามแพทย์/พยาบาลแนะนำ
  • ไม่กลั้นปัสสาวะนาน พยายามเคลื่อนไหวร่างกายเสมอ
  • จำกัดอาหารที่มีสารออกซาเลต กรดยูริค และสารซีสตีนสูง
  • กินวิตามิน ซี ดี และแคลเซียมเฉพาะตามคำแนะนำของแพทย์
  • สังเกตสีและลักษณะของปัสสาวะเสมอเพื่อรีบพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อมีความผิดปกติเกิด ขึ้นเช่น ขุ่นมากหรือเป็นเลือด และเมื่อมีนิ่วหลุดออกมา ควรเก็บไว้แล้วนำไปพบแพทย์ เพื่อศึกษาทางห้องปฏิบัติการว่าเป็นนิ่วชนิดใด เพื่อการรักษาและการดูแลตนเองได้ถูกต้อง ซึ่งเมื่อแพทย์แนะนำให้เก็บนิ่วมาให้แพทย์ดู ควรปัสสาวะในกระโถนหรือปัสสาวะผ่านผ้ากรองเพื่อการเก็บนิ่วได้ง่ายขึ้น
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ และรีบพบก่อนนัดเมื่ออาการต่างๆเลวลงหรือมีอาการผิดปกติไปจากเดิม หรือเมื่อกลับมามีอาการเดิมๆอีกดังกล่าวแล้วในหัวข้อ อาการของนิ่วในไต

ป้องกันนิ่วในไตได้อย่างไร?

วิธีป้องกันนิ่วในไตเช่นเดียวกับการป้องกันนิ่วย้อนกลับเป็นซ้ำได้แก่ ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ไม่กลั้นปัสสาวะ จำกัดการกินอาหารที่มีสารต่างๆที่ตกตะกอนได้ง่ายในไตดังกล่าวแล้ว และรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเมื่อมีอาการทางปัสสาวะเพื่อวินิจฉัยรักษาโรคตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง

บรรณานุกรม

  1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  2. Kidney stone http://en.wikipedia.org/wiki/kidney_stone [2015,Aug15].
  3. Pietrow, P.’ and Karellas, M. (2006). Medical management of common urinary calculi. Am Fam Physician. 74, 86-94.
  4. Portis, A., and Sundaram, C. (2001). Diagnosis and initial management of kidney stones. Am Fam Physician. 63, 1329-1338.
  5. Wolf,S. et al. http://emedicine.medscape.com/article/437096-overview#showall [2015,Aug15]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน kedwadee_2014 pairpare
Frame Bottom