Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ท่อปัสสาวะ  ระบบทางเดินปัสสาวะ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ไข้  ปัสสาวะไม่ออก  ปัสสาวะแสบ ขัด 

บทนำ

ท่อปัสสาวะอักเสบ (Urethritis) คือ ภาวะ/โรคที่เกิดจากการ บาดเจ็บ อักเสบ บวม ของเซลล์เยื่อเมือกบุท่อปัสสาวะ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อยที่สุด คือ จากการมีเพศสัมพันธ์/ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะจากเชื้อแบคทีเรีย

ท่อปัสสาวะอักเสบ พบทุกอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่เนื่องจากมักมีสาเหตุจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ดังนั้นจึงมักพบได้สูงในวัยที่มีเพศสัมพันธ์สูง คือ ช่วงอายุ 20-35 ปี เป็นโรคพบบ่อยโรคหนึ่งทั่วโลก มีรายงานพบเกิดจากการติดเชื้อโรค หนองใน ประมาณ 62 ล้านคนต่อปี และจากเชื้อที่ไม่ใช่เชื้อหนองใน ประมาณ 89 ล้านคนต่อปี และผู้หญิงพบบ่อยกว่าผู้ชาย

ท่อปัสสาวะ (Urethra) เป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก มีหน้าที่นำส่งปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย ผนังของท่อปัสสาวะประกอบด้วยเนื้อเยื่อหลัก คือเยื่อเมือกบุภายในท่อ และกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่บีบตัวเพื่อการนำส่งน้ำปัสสาวะ

ในผู้ชายท่อปัสสาวะจะมีขนาดยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 20 เซนติเมตร (ซม.) และมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4 มิลลิเมตร (มม.) โดยมีทั้งส่วนที่อยู่ภายใน และส่วนที่อยู่ภายนอกร่างกาย ส่วนสั้นๆจะอยู่ภายในร่างกาย เป็นส่วนที่ติดกับกระเพาะปัสสาวะ และหุ้มล้อมด้วยต่อมลูกหมาก ส่วนที่เหลือต่อจากนั้น เป็นส่วนที่มีขนาดยาวกว่า เป็นส่วนอยู่ภายในอวัยวะเพศชาย ท่อปัสสาวะเพศชายส่วนใหญ่จึงเป็นอิสสระอยู่ภายนอกร่างกาย และมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคโดยตรงได้น้อยกว่าในเพศหญิงมาก ดังนั้นโอกาสเกิดการติดเชื้อของท่อปัสสาวะในผู้ชายจึงพบน้อยกว่าในผู้หญิงมาก โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) ที่เรียกย่อว่า โรคเอสทีไอ หรือ โรคเอสทีดี (STI, Sexual transmitted infection หรือ STD, Sexual transmitted disease หรือ VD, Venereal disease ) เช่น โรคหนองใน บางคนเรียกว่า โรคหนองในแท้ และโรคหนองในเทียม

ในผู้หญิง ท่อปัสสาวะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4 มม. เช่นเดียวกับในผู้ชาย แต่มีขนาดสั้นกว่ามาก ยาวเพียงประมาณ 4 ซม. และอยู่ในร่างกายทั้งหมด โดยมีรูเปิดนำปัสสาวะออกนอกร่างกายในบริเวณใต้แคมเล็กของอวัยวะเพศภายนอก ซึ่งใกล้กับปากช่องคลอดและปากทวารหนัก ดังนั้น ท่อปัสสาวะในผู้หญิงจึงติดเชื้อได้ง่ายกว่าในผู้ชายมาก เพราะสัมผัสกับเชื้อโรคโดยตรงจากอวัยวะเพศภายนอก จากมดลูก ปากมดลูก จากช่องคลอด จากทวารหนัก/อุจจาระ และจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคท่อปัสสาวะอักเสบเกิดได้อย่างไร?

ท่อปัสสาวะอักเสบ

สาเหตุที่ทำให้เกิดท่อปัสสาวะอักเสบที่พบบ่อย คือ จากการติดเชื้อ (ประมาณ 80-95% ของการอักเสบทั้งหมด), และสาเหตุที่ไม่ใช่จากการติดเชื้อ (ประมาณ 5-20%)

ก. สาเหตุจากการติดเชื้อ: ที่พบบ่อย คือ จากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และส่วนน้อยเกิดจากเชื้ออื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์

ข. สาเหตุที่ไม่ใช่จากการติดเชื้อ: แต่อาจมีการติดเชื้อตามมาได้ในภายหลัง ที่พบบ่อยคือ

ใครมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคท่อปัสสาวะอักเสบ?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดท่อปัสสาวะอักเสบ คือ

โรคท่อปัสสาวะอักเสบมีอาการอย่างไร?

อาการของท่อปัสสาวะอักเสบทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย มีทั้งที่เหมือนกัน และที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เพราะจากลักษณะทางกายวิภาคบางอย่างที่แตกต่างกันในทั้ง 2 เพศ

ก. อาการท่อปัสสาวะอักเสบในผู้หญิง: ที่พบได้บ่อย คือ

ข. อาการท่อปัสสาวะอักเสบในผู้ชาย: ที่พบบ่อย คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคท่อปัสสาวะอักเสบได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคท่อปัสสาวะอักเสบได้จาก

รักษาโรคท่อปัสสาวะอักเสบได้อย่างไร?

แนวทางการรักษา โรคท่อปัสสาวะอักเสบ คือ การรักษาสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่ คือ การกินยาปฏิชีวนะเพราะมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวแล้ว ซึ่งยาปฏิชีวนะมีหลากหลายชนิดยา ตามชนิดของเชื้อที่เป็นสาเหตุ เช่นยา Doxycycline, Norfloxacin, Erythromycin, Ofloxacin, Levofloxacin, Azithromycin ดังนั้นจึงควรพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยากินเอง

นอกจากนั้นคือ การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น

และ *ที่สำคัญที่สุดอีกประการ คือ ต้องให้การรักษาคู่นอนด้วยเมื่อโรคเกิดจากการติดเชื้อโดยเฉพาะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถึงแม้บางคนไม่มีอาการก็ตาม เพราะทั่วไปโรคท่อปัสสาวะอักเสบมักติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคท่อปัสสาวะอักเสบรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงอย่างไร?

ความรุนแรง/การพยากรณ์โรคของโรคท่อปัสสาวะอักเสบ ขึ้นกับสาเหตุ แต่โดยทั่วไปเป็นโรคไม่รุนแรง รักษาได้หายเสมอ ยกเว้นในโรคติดเชื้อเอชไอวี หรือโรคเอดส์ หรือ เมื่อเกิดจากการต้องใส่สายสวนปัสสาวะตลอดไปจากโรคอัมพาต

ผลข้างเคียง:

ในส่วน ผลข้างเคียงจากโรคท่อปัสสาวะอักเสบ มักเกิดจากได้รับการรักษาไม่ถูกต้อง เช่น

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?พบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

การดูแลตนเอง การพบแพทย์/การมาโรงพยาบาล เมื่อมีอาการโรคท่อปัสสาวะอักเสบ หรือคู่นอนมีอาการ(ดังกล่าวในหัวข้อ’อาการฯ’) คือ

  • การพบแพทย์/การมาโรงพยาบาล ไม่ควรรักษาตัวเอง ทั้งนี้เพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุและการรักษาที่เหมาะสม

ส่วนหลังจากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่า เป็นท่อปัสสาวะอักเสบ การดูแลตนเอง การพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนนัด ได้แก่

ป้องกันโรคท่อปัสสาวะอักเสบได้อย่างไร?

การป้องกันโรคท่อปัสสาวะอักเสบ คือการป้องกันสาเหตุ ซึ่งต่างกันในแต่ละสาเหตุ แต่สาเหตุพบบ่อยที่สุด คือ การติดเชื้อ หรือจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งการป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ที่สำคัญ คือ

บรรณานุกรม

  1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  2. Brill. J. (2010). Diagnosis and treatment of urethritis in men. Am Fam Physician 81, 873-878.
  3. Kodner, C., and Gupton, E. (2010). Recurrent urinary tract infections in women: Diagnosis and management. Am Fam Physician. 82, 638-643.
  4. https://en.wikipedia.org/wiki/Urethra [2019,March9]
  5. https://emedicine.medscape.com/article/438091-overview#showall [2019,March9]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน Paratchaya
Frame Bottom