Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ทารกท่าหน้า 

ทารกท่าหน้าหมายถึงอะไร?

ทารกในครรภ์ส่วนใหญ่ เมื่อครบกำหนดคลอด จะอยู่ในท่าศีรษะ หรือมีศีรษะเป็นส่วนนำ คือ ศีรษะทารกเป็นส่วนที่อยู่ต่ำที่สุดที่จะคลอดออกมาก่อน และทารกจะก้มหน้ามากที่สุด เพื่อปรับให้เส้นผ่าศูนย์กลางศีรษะเล็กที่สุด เพื่อผ่านช่องทางคลอดได้ง่ายที่สุด สำหรับ”ทารกท่าหน้า(Face presentation)”นั้น คอทารกจะเงยไปด้านหลัง (Hyperextension) ทำให้ทารกแหงนหน้าขึ้น หน้าของทารกจึงเป็นส่วนที่อยู่ต่ำที่สุด และเมื่อคลอดทางช่องคลอด ส่วนหน้าจะโผล่พ้นช่องคลอดออกมาก่อน ทารกท่าหน้า จัดเป็นท่าที่ผิดปกติของการคลอด อุบัติการณ์การเกิดทารกท่าหน้าพบได้น้อย พบได้ประมาณ 0.2% ของการคลอดทั้งหมด

ใครมีปัจจัยเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ทารกท่าหน้า?

ทารกท่าหน้า

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ทารกท่าหน้า ได้แก่

1. สตรีตั้งครรภ์ที่มีบุตรหลายคน จึงส่งผลให้มดลูกขยายตัวมาก ทารกในครรภ์จึงมีโอกาสเป็นท่าหน้าได้ เพราะทารกฯสามารถหมุนเปลี่ยนท่าได้ง่าย

2. สตรีตั้งครรภ์แฝด เพราะทารกในครรภ์จะมีขนาดเล็ก แต่มดลูกมีการขยายตัวมาก หรือทารกฯมีโอกาสเบียดกันไปมา ทำให้ทารกฯอยู่ในท่าที่ผิดปกติ เช่น ท่าหน้า

3. ทารกคลอดก่อนกำหนด เพราะทารกในครรภ์จะตัวเล็ก จึงมีโอกาสหมุนตัวเกิดท่าผิดปกติได้ง่าย

4. ทารกในครรภ์ตัวโตมาก หรือมารดามีช่องเชิงกรานแคบ ทารกฯจึงหมุนตัวไม่ได้ตามปกติ ก็ทำให้เกิดปัญหาทารกท่าหน้าได้เช่นกัน

5. ทารกในครรภ์ที่มีความวิกลรูป(มีความพิการแต่กำเนิด) เช่น ทารกไม่มีศีรษะ (Anencephaly) , ทารกหัวบาตร/หัวโตจากมีCSFคั่งในโพรงสมอง (Hydrocephaly) ทำให้ทารกฯมีโอกาสอยู่ผิดท่าได้มากขึ้น หรือทารกฯที่มีก้อนผิดปกติที่คอ ทำให้ก้มศีรษะไม่ได้

6. สตรีตั้งครรภ์ที่มีเนื้องอกมดลูก ซึ่งไปขัดขวางการหมุนเปลี่ยนท่าของทารกในครรภ์

สังเกตได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์ทารกท่าหน้า?

เป็นการยากที่สตรีตั้งครรภ์จะรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ทารกท่าหน้า เนื่องจากรูปร่างหน้าท้องภายนอกดูเหมือนการตั้งครรภ์ปกติทั่วไป เพราะศีรษะทารกในครรภ์จะอยู่ด้านล่างเหมือนการตั้งครรภ์ส่วนใหญ่/ทารกท่าหัว/ท่าศีรษะ การตรวจครรภ์ทางหน้าท้อง มักตรวจได้ว่าทารกฯอยู่ในท่าศีรษะเหมือนปกติทั่วไป การที่จะวินิจฉัยได้ว่า ทารกฯเป็นท่าหน้า ทำได้ค่อนข้างช้า แพทย์จึงมักจะตรวจพบตอนก่อนคลอดเมื่อปากมดลูกมารดาเปิดมากแล้ว

การตั้งครรภ์ทารกท่าหน้าอันตรายอย่างไร?

ทารกท่าหน้า ไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้ทุกราย ในรายที่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้ มักเป็นกรณีที่ทารกฯตัวเล็กมากและคางของทารกฯต้องอยู่ด้านหน้ามารดา หากคางทารกฯอยู่ด้านหลังมารดา มักไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้ เพราะเส้นผ่าศูนย์กลางศีรษะทารกฯจะยาว ต้องผ่าท้องคลอด

นอกจากนี้ ทารกท่าหน้า อาจได้รับอันตรายจากการตรวจภายในระหว่างรอคลอด เช่น นิ้วแพทย์ไปตรวจถูก บริเวณตา บริเวณปาก เป็นต้น และใบหน้าของทารกฯจะถูกกดอยู่ในช่องทางคลอดนาน หรือ กดกับปากมดลูกของมารดาในการดันให้ปากมดลูกขยายตัว จึงทำให้บริเวณใบหน้าทารกบวมมากเมื่อคลอดทางช่องคลอด แต่อาการบวมเหล่านี้ จะสามารถค่อยๆยุบลงได้เองในเวลาไม่นาน ประมาณ 2-3 วันหลังคลอด

แพทย์วินิจฉัยการตั้งครรภ์ท่าหน้าอย่างไร?

การวินิจฉัยทารกท่าหน้าทำได้ค่อนข้างช้า แพทย์มักวินิจฉัยได้ตอนใกล้คลอดขณะที่ปากมดลูกมารดาเปิดมากแล้ว หรือเมื่อมีถุงน้ำคร่ำแตกแล้ว อย่างไรก็ตามแนวทางวินิจฉัยท่ารกท่าหน้า คือ

1. ประวัติทางการแพทย์ของมารดา: หากมารดามีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ตามที่กล่าว ในหัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยงฯ” จะทำให้แพทย์คิดถึงภาวะทารกท่าหน้านี้มากขึ้น

2. การตรวจทางหน้าท้องมารดาพบว่า ทารกอยู่ในท่าศีรษะ คือมีศีรษะเป็นส่วนนำที่อยู่ต่ำที่สุดในช่องทางคลอด แต่เมื่อตรวจภายใน หากปากมดลูกมารดาเปิดกว้าง แพทย์จะคลำทารกฯได้เป็นส่วนนุ่มๆ ไม่เรียบ ไม่แข็งเป็นก้อนกลมที่เป็นศีรษะตามที่ตรวจได้ทางหน้าท้อง และคลำพบปากของทารกฯ ซึ่งเมื่อคลำได้ส่วนนิ่มๆ ที่ไม่ใช่ศีรษะ แพทย์ต้องแยกว่า เป็นทารกท่าหน้า หรือเป็นทารกท่าก้น ซึ่งในทารกท่าก้นจะคลำได้กระดูกก้น/Ischial tuberosity อยู่ในระดับแนวเดียวกับรูก้นทารก และอาจตรวจพบขี้เทา(Meconium) ติดนิ้วผู้ตรวจออกมา ส่วนในทารกท่าหน้า แพทย์จะคลำได้กระดูกขากรรไกรบน(Malar bone) 2 ข้างที่จะอยู่คนละระดับกับปากของทารกและจะเรียงตัวกันเป็นรูปสามเหลี่ยม

3. การตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวด์: จะช่วยบอกท่าทารกในครรภ์ได้แม่นยำขึ้น โดยจะตรวจพบทารกฯอยู่ในท่าเงยคอ

ดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์ทารกท่าหน้าอย่างไร?

การดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์ท่ารกท่าหน้า จะดูแลเหมือนกับการตั้งครรภ์ปกติทั่วไป หากแพทย์ตรวจไม่พบความผิดปกติของทารกฯ หรือความผิดปกติอื่นๆของมารดา ให้มารดาไปฝากครรภ์ตามแพทย์นัด รับประทานยาบำรุงครรภ์ตามคำแนะนำของแพทย์ และในช่วงใกล้คลอด ควรต้องเตรียมพร้อมที่อาจคลอดทางช่องคลอด หรืออาจต้องผ่าตัดคลอด/ผ่าท้องคลอดบุตร

อาการอะไรที่ต้องรีบพบแพทย์ก่อนนัด?

อาการที่มารดาตั้งครรภ์ทารกท่าหน้าต้องรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนนัด คือ มีอาการเจ็บครรภ์ถี่ขึ้น มีเลือดออกทางช่องคลอด มีน้ำเดิน(ถุงน้ำคร่ำแตก) และ/หรือการดิ้นของทารกในครรภ์ลดลง

รักษาทารกท่าหน้าอย่างไร?

ทารกท่าหน้าไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้ทุกราย ทารกฯที่อายุครรภ์ครบกำหนดและหันคางไปทางด้านหน้าของมารดา(Mento-anterior) สามารถคลอดทางช่องคลอดได้หากทารกตัวไม่โตเกินไป แต่หากทารกฯหันคางไปทางด้านหลังของมารดา(Mento-posterior) จะไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้ (ยกเว้นทารกมีขนาดตัวเล็กมากๆ หรือทารกฯสามารถหมุนเป็นท่า Mento-anterior ได้) เพราะท่านี้จะทำให้เส้นผ่าศูนย์กลางของศีรษะทารกฯกว้างกว่าช่องทางคลอด จึงต้องทำการผ่าตัดคลอด/ผ่าท้องคลอดบุตร

การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจะเกิดเป็นทารกท่าหน้าอีกหรือไม่?

หากยังมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวในหัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยง” มารดาอาจเกิดการตั้งครรภ์ทารกท่าหน้าได้อีกในครรภ์ต่อไป

ป้องกันการตั้งครรภ์ทารกท่าหน้าได้หรือไม่?

โดยทั่วไป ไม่สามารถป้องกันการเกิดทารกท่าหน้าได้ แต่ในรายที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวในหัวข้อ”ปัจจัยเสี่ยง” หรือเคยตั้งครรภ์ทารกท่าหน้ามาก่อน ควรมีการตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวด์เมื่ออายุครรภ์ใกล้กำหนดคลอด เพื่อดูว่า ทารกในครรภ์อยู่ในท่าที่ผิดปกติหรือไม่

ทารกท่าหน้าที่คลอดออกมาจะมีปัญหาหรือไม่?

การดำเนินการคลอดในทารกท่าหน้าจะช้ากว่าทารกที่ก้มศีรษะหรือทารกท่าปกติ เพราะเส้นผ่าศูนย์กลางศีรษะทารกที่จะคลอดออกมา กว้างกว่าช่องทางคลอด ใบหน้าทารกฯจะบวมช้ำอยู่ประมาณ 2-3 วัน เนื่องจากใบหน้าถูกกดทับนานอยู่ในช่องทางการคลอด และอาจเกิดอันตรายที่อาจพบได้ระหว่างคลอด เช่นจากการตรวจภายใน ใช้นิ้วไปตรวจถูกตาเด็ก

หลังคลอดควรดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองของมารดาหลังคลอดทารกท่าหน้า จะเหมือนการดูแลตนเองในกรณีหลังคลอดทารกปกติทั่วไป โดยขึ้นกับว่าเป็นการคลอดทางช่องคลอด หรือเป็นการผ่าท้องคลอดบุตร ทั้งนี้แนะนำอ่านเพิ่มเติมใน เว็บ haamor.com 3 เรื่อง คือ เรื่อง การคลอด การคลอดบุตร, เรื่อง ระยะหลังคลอด, และเรื่อง การผ่าท้องคลอดบุตร

หลังคลอด เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

หลังคลอด มารดาทารกท่าหน้าควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้สูง หนาวสั่น น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น ปวดแผลที่ฝีเย็บหรือที่แผลผ่าตัดคลอด มากผิดปกติ

ควรตั้งครรภ์ครั้งต่อไปเมื่อไหร่?

การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปของมารดาคลอดทารกท่าหน้า ขึ้นอยู่กับว่าเป็นการคลอดทางช่องคลอด หรือเป็นการผ่าท้องคลอด อย่างไรก็ตาม ควรเว้นระยะการตั้งครรภ์ไปประมาณ 2 ปี เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูบุตรที่เพิ่งคลอดได้อย่างเต็มที่ และเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์ของมารดา

ทั้งนี้แนะนำอ่านเพิ่มเติมใน เว็บ haamor.com 3 เรื่อง คือ เรื่อง การคลอด การคลอดบุตร, เรื่อง ระยะหลังคลอด, และเรื่อง การผ่าท้องคลอดบุตร

บรรณานุกรม

  1. http://emedicine.medscape.com/article/262341-overview [2016,Sept10]
  2. https://www.uptodate.com/contents/ [2016,Sept10]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 6 คน sirikul saksinichatnantaporn Sertthaphong a1v4d PPaapp Panupol
Frame Bottom