Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ทารกท่าขวาง 

ทารกท่าขวางหมายถึงอะไร?

ในการตั้งครรภ์ เมื่ออายุครรภ์ครบกำหนดคลอด ทารกส่วนใหญ่ (95%) จะเอาศีรษะอยู่ต่ำสุด ในมดลูกเมื่อเทียบกับช่องเชิงกรานของแม่ ส่วนก้นจะอยู่ด้านบนของมดลูกเรียกว่า ทารกอยู่ในท่าศีรษะหรือมีศีรษะเป็นส่วนนำ เตรียมพร้อมสำหรับการคลอดทางช่องคลอด หากทารกนอนขวางในมดลูกโดยที่แนวลำตัวของทารกตั้งฉากกับลำตัวของมารดา โดยมีหัวไหล่เป็นส่วนนำหรือส่วนอยู่ต่ำสุดในมดลูกเรียกภาวะนี้ว่า “ทารกท่าขวาง หรือเด็กท่าขวาง (Transverse lie baby)”

ทารกท่าขวางมีอันตรายอย่างไร?

ทารกท่าขวาง

อันตรายที่พบได้จากทารกท่าขวางได้แก่

1. ต้องผ่าตัดคลอด (ผ่าท้องคลอดบุตร) เพราะไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้

2. มีความเสี่ยงต่อการแตกของมดลูก (มดลูกแตกในสตรีตั้งครรภ์)

3. มีภยันตรายต่ออวัยวะต่างๆของทารกในการทำคลอดเช่น ทารกถูกดึงแขนจากการหมุนเปลี่ยน ท่าทารกในครรภ์เพื่อทำคลอด (Internal podalic version)

4. มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสายสะดือโผล่แลบในทารกหากมีการแตกของถุงน้ำคร่ำที่อาจเป็นสาเหตุให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตได้

ทารกท่าขวางพบได้บ่อยเพียงใด?

ทารกท่าขวางพบมากช่วงในอายุครรภ์น้อยๆเนื่องจากมีที่ว่างในโพรงมดลูกมาก จึงส่งเสริมให้ทารกอยู่ในท่าขวางได้ง่าย สำหรับทารกท่าขวางในอายุครรภ์ที่ครบกำหนดคลอดพบได้น้อยคือ ประมาณ 0.3% ของอายุครรภ์ที่ครบกำหนดคลอดทั้งหมด

ทำไมทารกจึงอยู่ในท่าขวางมีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่?

สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ทารกอยู่ในท่าขวางได้แก่

1. ทารกที่อายุครรภ์น้อยๆเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบมากที่สุดเนื่องจากทารกในครรภ์จะมีขนาดเล็ก จึงสามารถหมุนเปลี่ยนท่าได้ง่าย

2. สตรีที่ตั้งครรภ์หลายครั้งทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องหย่อน กล้ามเนื้อมดลูกยืดขยายมากไป ทำให้ทารกในครรภ์สามารถเปลี่ยนท่าไปมาได้ง่าย

3. การมีสิ่งขัดขวางการหมุนตัวของทารกในครรภ์เช่น การมีเนื้องอกมดลูกขวางอยู่ การมีรกเกาะ ต่ำขวางอยู่

4. ภาวะน้ำคร่ำมากกว่าปกติทำให้ทารกหมุนไปมา

5. การตั้งครรภ์แฝด

6. ความผิดรูปของมดลูกทำให้ทารกไม่สามารถหมุนตัวได้ตามปกติเช่น มดลูกที่มีโพรงมดลูก 2 โพรง (Uterus didelphys; ปกติจะมีโพรงเดียว) หรือมีผนังกั้นในโพรงมดลูก (Septate uterus; ปกติจะไม่มีผนังกั้นในโพรงมดลูก)

7. ทารกที่มีความพิกลรูป (พิการ) เช่น ทารกหัวบาตร (ทารกหัวโตมากจากภาวะโพรงน้ำในสมองตีบตัน), ทารกที่มีเนื้องอกขนาดใหญ่ที่บริเวณก้นกบหรือบริเวณคอทำให้การหมุนตัวตามธรรมชาติของทารกเป็นไปไม่ได้

สตรีตั้งครรภ์จะสังเกตว่าทารกอยู่ท่าขวางได้อย่างไร?

สตรีตั้งครรภ์จะสังเกตได้ว่าทารกในครรภ์อาจอยู่ในท่าขวางโดยท้อง/ครรภ์จะมีลักษณะอ้วนออกด้านข้างๆ หรือสังเกตว่าทารกจะดิ้นอยู่ด้านส่วนบนของมดลูกหรือด้านส่วนล่างของมดลูกเหนือ หัวหน่าว

แพทย์วินิจฉัยทารกท่าขวางอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยทารกท่าขวางได้โดย

ก. ประวัติทางการแพทย์: ได้แก่ การมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆในการที่จะทำให้ทารกอยู่ในท่าขวางตามที่กล่าวมาแล้วในหัวข้อ “สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง” หรือมีประวัติทารกดิ้นมากบริเวณเหนือหัว หน่าวหรือบริเวณท้องส่วนด้านบน หรือคลำได้ก้อนแข็งๆ (ศีรษะทารก) บริเวณด้านข้างลำตัวมารดา

ข. การตรวจร่างกาย: การตรวจคลำมดลูกจะพบยอดมดลูกอยู่ในระดับสูงไม่เท่าเกณฑ์ปกติ แลดูหน้าท้องอ้วนออกด้านข้าง และเมื่อตรวจครรภ์เพื่อคลำหาตำแหน่งของทารกที่เรียกว่า Leopold maneuver จะตรวจพบว่าทารกนอนอยู่ในแนวขวาง คลำพบศีรษะทารกที่ด้านข้างของท้องด้านใดด้านหนึ่ง

ค. การตรวจครรภ์ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์): เป็นเครื่องมือที่ช่วยวินิจฉัยที่แม่นยำในกรณีที่ตรวจร่างกายไม่ชัดเจนหรือไม่สามารถบอกท่าทารกได้

ดูแลรักษาทารกท่าขวางอย่างไร?

ทารกที่อายุครรภ์ครบกำหนดและอยู่ในท่าขวางจะไม่สามารถคลอดเองทางช่องคลอดได้ เพราะทารกไม่สามารถเข้าสู่อุ้งเชิงกรานได้ และมีความเสี่ยงในการทำให้เกิดมดลูกแตกได้ จึงมีแนวทางการดูแลรักษาดังนี้

1. ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดและปลอดภัยที่สุด

2. ทำการหมุนเปลี่ยนท่าทารกทางหน้าท้อง (External cephalic version) จากทารก ท่าขวางให้เป็นทารกท่าศีรษะ โดยแพทย์จะคลำทารกทางหน้าท้องมารดาและค่อยๆหมุนให้ศีรษะ ทารกเปลี่ยนจากอยู่ด้านข้างของมดลูก หมุนลงให้ศีรษะอยู่ต่ำสุดในโพรงมดลูก การหมุนนี้จะทำในช่วงอายุครรภ์ที่ครบกำหนดแต่ยังไม่มีการเจ็บครรภ์คลอด หากหมุนสำเร็จจะกระตุ้นให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอดเลยและคลอดทารกในท่าศีรษะ หากหมุนเป็นท่าศีรษะไม่ได้อาจหมุนเป็นทารกท่าก้นแล้วทำคลอดทารกที่อยู่ในท่าก้น หากหมุนไม่สำเร็จต้องผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง

การดูแลตนเองของสตรีตั้งครรภ์ที่มีทารกอยู่ในท่าขวาง

การดูแลตนเองของสตรีตั้งครรภ์ที่มีทารกอยู่ในท่าขวางได้แก่

ก. ในช่วงการฝากครรภ์: หากแพทย์ตรวจพบว่าทารกอยู่ในท่าขวางตั้งแต่ในอายุครรภ์ น้อยๆ ไม่ต้องตกใจเนื่องจากทารกสามารถหมุนเปลี่ยนท่าเองได้ แพทย์จะนัดตรวจติดตามเป็นระยะๆ และเมื่ออายุครรภ์ 34 - 36 สัปดาห์จะมีการตรวจครรภ์ยืนยันด้วยอัลตราซาวด์อีกครั้ง เพราะหลังจากนี้โอกาสที่ทารกจะหมุนตัวเองไปเป็นท่าศีรษะ (ท่าปกติ) หรือทารกท่าก้นมีน้อยมาก ต่อจากนั้น แพทย์จะวางแผนผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องหรือทำการหมุนเปลี่ยนท่าทารกเมื่ออายุครรภ์ครบกำหนด ทั้งนี้จะเลือกใช้วิธีใดจะขึ้นกับดุลพินิจของสูติพทย์โดยประเมินจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆในการคลอดของมารดาเช่น เคยผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องมาแล้วหรือไม่ โรคประจำตัวของมารดา ขนาดช่องอุ้งเชิงกรานของมารดา ขนาดของทารก และความต้องการของมารดา/ครอบครัว เป็นต้น

ทั้งนี้ขณะตั้งครรภ์ทารกท่าขวาง มารดาควรรีบมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆเช่น มดลูกหดรัดตัวเพิ่มถี่กว่าปกติ มีอาการเจ็บครรภ์ มีถุงน้ำคร่ำรั่ว (มีน้ำเดิน) มีเลือดออกทางช่องคลอด

ข. ในระยะหลังคลอด: ในการตั้งครรภ์ครบกำหนดที่ทารกอยู่ท่าขวาง ต้องได้รับการผ่าตัดคลอด การดูแลในระยะหลังคลอดจะเหมือนสตรีที่ได้รับการผ่าตัดคลอดทั่วไป มักได้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 3 - 4 วันหลังผ่าตัด จากนั้นแพทย์จะอนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านและ นัดตรวจหลังคลอดประมาณอีก 4 - 6 สัปดาห์

ทั้งนี้ในระยะหลังคลอดเมื่อดูแลตนเองที่บ่าน หากมีอาการผิดปกติต่างๆเช่น มีไข้ น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น น้ำคาวปลาออกมากต่อเนื่องโดยไม่ค่อยๆลดปริมาณลง ก็ต้องรีบมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนกำหนดนัด

ป้องกันเกิดทารกอยู่ในท่าขวางได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดทารกท่าขวางได้ 100% แต่การกำจัดหรือลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่ขัดขวางไม่ให้ทารกอยู่ในท่าปกติตามที่กล่าวมาข้างต้นในหัวข้อ “สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง” จะช่วยลดโอกาสเกิดทารกท่าขวางลงได้

หากเคยตั้งครรภ์ที่มีทารกท่าขวางแล้วการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจะเกิดทารกท่าขวางอีกหรือ ไม่?

หากเคยตั้งครรภ์ที่มีทารกท่าขวางแล้วมีโอกาสที่จะเกิดทารกอยู่ในท่าขวางได้อีก หากไม่มีการกำจัด/รักษาปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ ”ปัจจัยเสี่ยง”

ควรรอนานเท่าไรก่อนตั้งครรภ์ครั้งต่อไป?

เนื่องด้วยการดูแลรักษาทารกในท่าขวางมักต้องทำการผ่าตัดคลอด เทคนิคการผ่าตัดที่บริเวณมดลูกอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับท่าของทารกเช่น

ในกรณีที่ทารกนอนขวาง ส่วนหลังอยู่บริเวณด้านบนของมดลูกและแขนขาห้อยลงมาด้านล่าง (Dorso superior) รอยแผลผ่าตัดที่มดลูกจะเหมือนการผ่าตัดคลอดบุตรทั่วๆไป (Low transverse incision cesarean section)

แต่หากทารกนอนขวางและส่วนหลังอยู่บริเวณส่วนด้านล่างของมดลูก (Dorso inferior) บางครั้งต้องลงแผลผ่าที่ตัวมดลูกในแนวตรง (Classical incision cesarean section) เพื่อให้สะดวกในการทำคลอดทารก แผลในแนวตรงที่ตัวมดลูกมีโอกาสแตกในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปมากกว่าการลงแผลแบบขวาง ซึ่งปกติแพทย์ผู้ดูแลจะมีการบอกสตรีผู้คลอดก่อนออกจากโรงพยาบาล และให้คำแนะนำในการดูแลตนเองในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

โดยทั่วไปการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปต้องเว้นระยะไปอย่างน้อย 1 - 2 ปีเพื่อให้มีเวลาเลี้ยงลูกคนแรกเต็มที่และเพื่อให้แผลผ่าตัดหายดีที่สุด อย่างไรก็ตามการสอบถามโดยตรงจากสูติแพทย์จะได้ระยะเวลาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยที่สุด

ทารกที่อยู่ในท่าขวางหลังคลอดจะมีปัญหาหรือไม่?

ทารกที่อยู่ในท่าขวางหลังคลอดจะไม่มีปัญหา จะเจริญเติบโตได้ปกติเช่นเดียวกับทารกท่าปกติ หากระหว่างคลอดไม่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้สมองทารกขาดออกซิเจน, หรือเป็นทารกคลอดก่อนกำหนด, หรือทารกมีภาวะติดเชื้อระหว่างคลอด, หรือมีภยันตรายต่ออวัยวะต่างๆของทารกระ หว่างทำคลอดเช่น ข้อไหล่ทารกเคลื่อนกรณีทำคลอดโดยการหมุนเปลี่ยนท่าทารก เป็นต้น

บรรณานุกรม

  1. https://www.uptodate.com/contents/transverse-fetal-lie?source=search_result&search=transverse+lie&selectedTitle=1%7E37 [2016,June11]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 6 คน sirikul Sertthaphong padungchob19 a1v4d PPaapp Panupol
Frame Bottom