Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เต้านม  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ยาต้านฮอร์โมนเพศ 

บทนำ

โรคมะเร็งเต้านมเกิดจากเนื้อเยื่อของเต้านมมีการแบ่งตัวเพิ่มปริมาณของเซลล์ที่ผิดปกติ/เซลล์มะเร็งเต้านม โดยการแบ่งตัวของเซลล์ผิดปกติเหล่านั้นจะทำลายเซลล์ปกติของเต้านมและของร่างกาย และสามารถอาศัยการหมุนเวียนของเลือดนำพาเอาเซลล์มะเร็งเต้านมแพร่กระจายไปเจริญเติบโตเป็นก้อนมะเร็งก้อนใหม่ที่อวัยวะอื่นๆนอกเหนือจากเต้านมได้เช่น ปอด กระดูก ตับ สมอง

โดยปกติแล้ว การเจริญเติบโตและการทำงานของเต้านมขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเพศภายในร่างกาย ดังนั้นการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านมจึงมีส่วนขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเพศเช่นกัน โดยมะเร็งเต้านมจะเติบโตขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศหญิง การลดปริมาณฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายลงหรือการขัดขวางการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายที่จะไปกระตุ้นเซลล์มะเร็งเต้านมจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตามผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่สามารถรับการรักษาทางด้านฮอร์โมนได้ต้องเป็นผู้ที่ผลตรวจชิ้นเนื้อมะเร็งพบเซลล์ที่มีตัวรับฮอร์ โมน (Hormone receptor) ของฮอร์โมนเพศหญิงนี้อยู่ได้แก่ ตัวรับเอสโตรเจน (Estrogen receptor ย่อว่า ER) และตัวรับโปรเจสเตอนโรน (Progesterone receptor ย่อว่า PR)

ยาทาม็อกซิเฟน (Tamoxifen) เป็นยาที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงคือเอสโตรเจน (Estrogenic) แต่ในขณะเดียวกันก็มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเอสโตรเจน (Antiestrogenic) โดยขึ้นอยู่กับอวัยวะหรือเซลล์เป้าหมายที่ยาไปออกฤทธิ์ได้แก่ บริเวณกระดูกและมดลูก ยาทาม็อกซิเฟนมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่สำหรับเต้านม ยาทาม็อกซิเฟนมีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเอสโตรเจน ยานี้จึงถูกใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันเพื่อรักษามะเร็งเต้านม ทั้งนี้สามารถใช้ยานี้ได้ทั้งในสตรีวัยเจริญพันธุ์และสตรีวัยหมดประจำเดือน โดยสามารถใช้ได้ในการลดการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งเต้านมภายหลังการรักษาด้วยวิธีอื่นเช่น การผ่าตัด ยาเคมีบำบัด รังสีรักษา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการใช้ยานี้ก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดของก้อนมะเร็งเต้านมลง จนเหลือขนาดที่แพทย์สามารถผ่าตัดก้อนเนื้อออกได้ (มักใช้ในผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่สามารถรับยาเคมีบำบัดได้) หรือใช้ป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านม ในสตรีที่มีความเสี่ยง/ปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บท ความเรื่อง มะเร็งเต้านม)

ยาทาม็อกซิเฟนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ทาม็อกซิเฟน

ยาทาม็อกซิเฟนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ดังต่อไปนี้คือ

นอกจากนี้ยังมีการใช้ยานี้นอกเหนือจากข้อบ่งชี้ที่ระบุไว้ในฉลากยา (Unlabeled/ investigational use) โดยเป็นข้อมูลการรักษาที่ได้จากการศึกษาทางการแพทย์เช่น

ยาทาม็อกซิเฟนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาทาม็อกซิเฟนมีกลไกการออกฤทธิ์โดยการแย่งจับกับตัวรับของฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen receptor) ของเซลล์มะเร็งเต้านมอย่างเฉพาะเจาะจงที่เรียกว่า Selective Estrogen Receptor Modulators; SERMs ส่งผลให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีอยู่ในร่างกายไม่มีโอกาสกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งที่มีตัวรับนั้นเติบโตได้ หรือหากจะเติบโตได้ก็จะมีการเติบโตที่ช้ากว่าปกติ

ยาทาม็อกซิเฟนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

รูปแบบทางเภสัชภัณฑ์/รูปแบบการจัดจำหน่ายของยาทาม็อกซิเฟนที่มีจำหน่ายในประเทศไทยได้แก่

ทั้งนี้ เนื่องจากยานี้มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน จึงควรหลีกเลี่ยงการหัก แบ่ง บด เคี้ยว หรือทำให้เม็ดยาแตก หากมีความจำเป็นต้องให้ยาผ่านทางสายให้อาหาร (Enteral tube feeding) สามารถบดยาได้แต่ต้องให้ยาทันทีหลังบดยา เนื่องจากยาทั้งสองรูปแบบอยู่ในรูปแบบที่ปลดปล่อยตัวยาทันที (Immediate release) แต่ผู้ที่เตรียมหรือป้อนยาให้แก่ผู้ป่วยจะต้องสวมถุงมือรวมทั้งผูกผ้าปิดจมูกและปาก (หน้ากากอนามัย) และควรต้องบดเม็ดยาในภาชนะที่ปิดสนิท

ยาทาม็อกซิเฟนมีขนาดรับประทานหรือวิธีใช้ยาอย่างไร?

ยาทาม็อกซิเฟนมีขนาดรับประทานหรือวิธีใช้ยาดังนี้เช่น

ก. การรักษาโรคมะเร็งเต้านม (ในผู้ที่ได้รับการรักษาทั้งการรับประทานยาทาม็อกซิเฟนและการรับยาเคมีบำบัด ควรได้รับยาทาม็อกซิเฟนหลังจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดเสร็จสิ้นแล้ว)

  • การรักษาร่วมกับวิธีรักษาอื่น (Adjuvant treatment): รับประทานครั้งละ 20 มิลลิกรัม(มก.) วันละครั้งต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี
  • การรักษามะเร็งเต้านมชนิดแพร่กระจาย (Metastatic breast cancer) ในเพศหญิงและชาย: รับประทาน 20 - 40 มิลลิกรัมต่อวัน กรณีขนาดยามากกว่าวันละ 20 มก. ให้แบ่งการรับประทานยาเป็น 2 ครั้งคือ เช้าและเย็น
  • การรักษามะเร็งเต้านมก่อนการผ่าตัดหรือรังสีรักษาในผู้ป่วยหญิงวัยหมดประจำเดือน: รับประทานครั้งละ 20 มิลลิกรัมวันละครั้งต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 - 6 เดือน (หรือตามดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา) ก่อนการผ่าตัด

ข. การป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมในมะเร็งเต้านมระยะศูนย์: รับประทานครั้งละ 20 มิลลิกรัมวันละครั้งต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี

ค. การป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมในสตรีที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง: รับประทานครั้งละ 20 มิลลิกรัมวันละครั้งต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี

ง. การเหนี่ยวนำการตกไข่ในหญิงที่มีภาวะมีบุตรยาก (เป็นการใช้ยานอกเหนือจากข้อบ่งชี้ที่ระบุไว้ในฉลากยา): รับประทานครั้งละ 20 มิลลิกรัมวันละครั้ง (หรือแพทย์อาจปรับขนาดได้ระหว่าง 20 - 80 มิลลิกรัม) ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 วัน

จ. ขนาดยาในผู้ป่วยไตหรือตับบกพร่อง: ไม่มีข้อมูลการปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่การทำงานของไตหรือตับบกพร่อง

ฉ. ขนาดยาสำหรับหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร: ไม่ควรใช้ยาทาม็อกซิเฟนในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากการศึกษาในสัตว์ทดลองและในหญิงตั้งครรภ์พบว่า ยานี้อาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อน หากมีความจำเป็นต้องใช้ยานี้แพทย์จะพิจารณาถึงประโยชน์ที่จะได้รับ นอกจากนี้ควรต้องหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในขณะรับประทานยาทาม็อกซิเฟนและหลังจากหยุดรับประทานยาอย่างน้อยเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน

ช. ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในหญิงให้นมบุตร เนื่องจากข้อมูลการศึกษายังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันการผ่านของยาไปยังน้ำนมว่า เกิดขึ้นได้หรือไม่และมากน้อยอย่างไร

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
  • สามารถรับประทานยานี้ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ แต่เนื่องจากเป็นยาฮอร์โมน ประสิทธิภาพของยาจะสูงขึ้นถ้ากินยาในช่วงระยะเวลาเดียวกันในแต่ละวันเช่น ช่วงเช้าของทุกๆวัน เป็นต้น

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมทั้งยาทาม็อกซิเฟน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

สำหรับยาทาม็อกซิเฟน อาหารไม่มีผลต่อการดูดซึมยา ดังนั้นการเลือกช่วงเวลาในการรับประทานยาไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงมื้ออาหาร สามารถรับประทานยาก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยานี้พร้อมกับส้มและเกรปฟรุต (Grapefruit) เพราะอาจมีผลลดการดูดซึมยานี้ได้

กรณีลืมรับประทานยาทาม็อกซิเฟนให้รับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากใกล้กับเวลาที่ต้องรับประทานยามื้อถัดไป ให้รับประทานยามื้อถัดไปเลยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า จากนั้นรับประทานยามื้อถัดไปในขนาดยาปกติ ห้ามหยุดรับประทานยาเองโดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์ผู้รักษา

ยาทาม็อกซิเฟนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

อาการไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) ของยาทาม็อกซิเฟนที่พบได้บ่อยได้แก่ คลื่นไส้อาเจียน ขึ้นผื่นผิวหนัง ร้อนวูบวาบ ประจำเดือนมาไม่ปกติ (กรณียังมีประจำเดือนอยู่) มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (กรณีอยู่ในวัยหมดประจำเดือน) ความดันโลหิตสูง อาการปลายมือ ปลายเท้าบวม (Peripheral edema) ภาวะบวมน้ำ (Fluid retention) อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น อาการเหล่านี้จะดีขึ้นเมื่อรับประทานยาต่อไปสักระยะหนึ่งและร่างกายสามารถปรับสภาพได้แล้ว

อาการไม่พึงประสงค์ของยาทาม็อกซิเฟนที่รุนแรงเช่น อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ภาวะมีลิ่มเลือดในปอด (Pulmonary emboli) และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (โดยเฉพาะในสตรีที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่พบในอุบัติการณ์ที่ต่ำมาก)

อาการอื่นๆที่สามารถพบได้เช่น นอนไม่หลับ (Insomnia) เวียนศีรษะ (Dizziness) ปวดศีรษะ ปวดท้อง เป็นต้น

มีข้อควรระวังการใช้ยาทาม็อกซิเฟนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาทาม็อกซิเฟนดังนี้เช่น

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยาทาม็อกซิเฟนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาทาม็อกซิเฟนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ปฏิกิริยาระหว่างยาของยาทาม็อกซิเฟนกับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษายาทาม็อกซิเฟนอย่างไร?

ควรเก็บยาทาม็อกซิเฟนที่อุณหภูมิห้อง ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ไม่เก็บยาในที่ร้อนหรือในที่ชื้น ควรเก็บยาในภาชนะปิดสนิทและป้องกันแสง (เช่น เก็บในขวดหรือในซองสีชา) เก็บยาให้พ้นแสงแดด เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

ยาทาม็อกซิเฟนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทใดบ้าง?

ยาทาม็อกซิเฟนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อทางการค้า รูปแบบและขนาด บริษัทผู้ผลิต
Novofen (โนโวเฟน) ยาเม็ดขนาด 15, 20 มิลลิกรัม ฟาร์มาแลนด์ (1982) จำกัด
Tamoxifen Citrate (ทาม็อกซิเฟนซิเตรท), Tamodex 20 (ทาโมเด๊ก 20) ยาเม็ดขนาด 10, 20 มิลลิกรัม ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภิญโญฟาร์มาซี
Zitazoniu (ซิตาโซเนียม) ยาเม็ดขนาด 10, 30 มิลลิกรัม เมดไลน์ จำกัด
Nolvadex - D (นอลวาเด็กซ์ – ดี) ยาเม็ดขนาด 20 มิลลิกรัม แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด
Mamofen (มาโมเฟน) ยาเม็ดขนาด 10, 20 มิลลิกรัม มาสุ จำกัด
Onkofen (ออนโคเฟน) ยาเม็ดขนาด 10, 20 มิลลิกรัม ห้างหุ้นส่วนจำกัด จีไอเอส ฟาร์มา
Tamoxifen Sandoz (ทาม็อกซิเฟน แซนดอซ) ยาเม็ดขนาด 20 มิลลิกรัม โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด

บรรณานุกรม

1. Dipiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR , Wells BG, Posey LM. Pharmacotherap : a pathophysiologic approach. 8th edition.McGraw-Hill ; 2011.


4. TIMS (Thailand). MIMS. 130th ed. Bangkok: UBM Medica ;2013. 2. Charles F. Lacy , Lora L. Armstrong , Morton P. Goldman , et al. Drug Information Handbook International.23thed. Lexi–Comp Inc,Ohio ,USA. 3. Product Information: Tamoxifen Sandoz®, Novartis.



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom