Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

รังไข่  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดท้องน้อยเรื้อรัง 

ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์คืออะไร?

ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ (Ovarian follicular cyst หรือ Follicular cyst of the ovary) หมายถึง ถุงน้ำรังไข่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพศหญิงในแต่ละรอบประจำเดือน จัดเป็น Functional ovarian cyst (ถุงน้ำรังไข่ที่เกิดจากการทำงานของฮอร์โมนเพศ) ชนิดหนึ่ง ตามปกติในสตรีวัยเจริญพันธุ์จะมีการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองมากระตุ้นรังไข่ ทำให้รังไข่มีการเจริญเติบโตของฟองไข่ (Follicle) ไปเรื่อยๆจนเกิดการตกไข่ แต่หากไม่มีการตกไข่ออกมา จะทำให้มีการสะสมของเหลวในฟองไข่มากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นถุงน้ำ/ซีสต์ (Cyst) ที่รังไข่ที่เรียกว่า “ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์” ซึ่งถุงน้ำรังไข่ชนิดนี้พบได้บ่อย แต่จะไม่พบในสตรีวัยก่อนมีประจำเดือนหรือในสตรีวัยหมดประจำเดือนแล้ว

ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ทำให้เกิดอาการอะไรบ้าง?

ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์

ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ทำให้เกิดอาการได้ดังนี้

1. ปวดหน่วงท้องน้อย เป็นๆหายๆ

2. ปวดท้องน้อยเฉียบพลันหากมีการแตกหรือบิดขั้วของถุงน้ำ (ถุงน้ำรังไข่บิดขั้ว)

3. ผู้ป่วยส่วนมากมักไม่มีอาการ แต่ตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องในการวินิจฉัยโรคอื่นๆเช่น เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ ไส้ติ่งอักเสบ เป็นต้น

แพทย์วินิจฉัยถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ได้จาก

ก. ประวัติทางการแพทย์: ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดท้องน้อยด้านใดด้านหนึ่ง หรือปวดท้องน้อยเป็นๆหายๆ หรือไม่มีอาการผิดปกติใดๆเลยก็ได้ (พบได้บ่อย)

ข. การตรวจร่างกาย: อาจกดเจ็บบริเวณปีกมดลูกข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งการตรวจภายในมักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติเพราะถุงน้ำชนิดนี้ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก แต่หากถุงน้ำนี้ขนาดใหญ่พอ ประมาณก็จะสามารถคลำก้อนถุงน้ำที่ปีกมดลูกได้

ค. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: การตรวจที่สำคัญที่สุดที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์คือ การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์) ด้วยการตรวจผ่านทางช่องคลอด แพทย์จะเห็นถุงน้ำที่รังไข่ชัดเจน ผิวถุงน้ำชนิดนี้จะบาง ของเหลวภายในถุงน้ำจะใส แต่มองเห็นเป็นสีดำในอัลตราซาวด์ ส่วนมากถุงน้ำชนิดนี้มีขนาดเล็กประมาณ 3 - 4 ซม. (เซนติเมตร) ซึ่งหากขนาดเล็กกว่า 3 ซม. จะเรียกว่า “Ovarian follicle” ไม่เรียกว่า “ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์/Ovarian follicular cyst ” อย่างไรก็ตามมีส่วนน้อยที่ถุงน้ำชนิดนี้มีขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนมากที่ใหญ่ก็มักไม่เกิน 8 ซม.

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

เมื่อมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังโดยอาการเป็นมากขึ้นๆ หรือปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงเฉียบพลันโดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการอื่นเช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเมื่อกังวลในอาการปวดนั้น ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล

รักษาถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์อย่างไร?

ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์โดยทั่วไปไม่ต้องรักษา แพทย์ใช้การเฝ้าติดตามในอาการและในขนาดของถุงน้ำรังไข่ฯทุกประมาณ 3 เดือนร่วมกับการตรวจอัลตราซาวด์ท้องน้อยซ้ำเป็นระยะๆตามดุลพินิจของแพทย์เพราะเนื่องจากถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวลาร์สามารถยุบหายเองได้ หากมีอาการปวดท้องน้อยไม่มากก็ให้รับประทานยาแก้ปวดเช่น ยา Paracetamol หรือบางครั้งแพทย์ให้รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดเพื่อไม่ให้มีการพัฒนาของฟองไข่/เพื่อไม่ให้มีการตกไข่ก็จะไม่ทำให้เกิดเป็นถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์อีก แล้วมีการนัดตรวจเพื่อติดตามอาการเป็นระยะๆเช่นกัน

ทั้งนี้แนวทางการรักษาถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์จะเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวในรายละเอียด ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง “ถุงน้ำรังไข่” แนะนำอ่านเพิ่มเติมในบทความนั้น

ภาวะแทรกซ้อนจากถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์มีอะไรบ้าง?

ภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) จากถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ที่อาจพบได้จะเช่นเดียวกับ ที่พบในถุงน้ำรังไข่ทุกชนิด แต่พบเกิดได้น้อยกว่ามาก เฉพาะในกรณีถุงน้ำฯมีขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งที่อาจพบได้เช่น

1. ถุงน้ำรังไข่ฯแตกทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยเฉียบพลัน

2. ถุงน้ำรังไข่บิดขั้วทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน

3. ปัสสาวะบ่อยผิดปกติหากถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์มีขนาดใหญ่มากจนไปกดทับที่กระ เพาะปัสสาวะ

4. มีเลือดออกในช่องท้อง เกิดภาวะซีด หากมีการแตกของถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ถูกบริเวณเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดฉีกขาด อาจต้องได้รับการผ่าตัดรักษา

ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์มีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์มีการพยากรณ์โรคที่ดี ส่วนใหญ่ถุงน้ำฯมักมีขนาดเล็กและยุบหายไปได้เอง แต่เมื่อมีขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องรักษา การรักษาจะได้ผลดี ไม่เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต (ตาย) และโรคไม่เปลี่ยนไปเป็นมะเร็งรังไข่ อย่างไรก็ตาถุงน้ำชนิดนี้สามารถเกิดเป็นซ้ำ เป็นๆหายๆได้เสมอ

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์? พบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

สตรีส่วนมากเมื่อทราบว่าตนเองเป็นถุงน้ำรังไข่ก็จะมีความกลัวและความกังวลอย่างมาก กลัวการเป็นมะเร็งรังไข่ แต่เนื่องจากถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิงตามรอบประจำเดือน เป็นโรคมีอันตรายน้อย สามารถเป็นๆหายๆได้ เป็นโรคที่มีการพยากรณ์โรคที่ดี จึงควรไปตรวจตามนัดของแพทย์ แต่หากมีภาวะแทรกซ้อนเช่น เกิดการแตกหรือบิดขั้วของถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์/ถุงน้ำรังไข่บิดขั้ว จะทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยมาก/รุนแรง/เฉียบพลัน ก็ควรรีบไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด

ป้องกันเกิดถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ได้หรือไม่?

การเกิดถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ ในสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์จะมีฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองมากระตุ้นให้ฟองไข่ค่อยๆเจริญเติบโตไปจนกระทั่งตกไข่ได้ ดังนั้นหากสามารถป้องกันการเจริญเติบโตของฟองไข่ได้ก็สามารถป้องกันการเกิดถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ได้ การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดหรือฉีดยาคุมกำเนิดจะมีฮอร์โมนจากยาเหล่านี้ไปยับยั้งการพัฒนาฟองไข่ ทำให้ฟองไข่ไม่เจริญเติบโตจนสามารถตกไข่ได้ จึงสามารถใช้ยาเหล่านี้ป้องกันการเกิดถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ได้ แต่ในชีวิติจริงเนื่องจากถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ไม่ได้มีอันตราย และของเหลวในถุงน้ำฯสามารถถูกร่างกายดูดซึมให้หายไปเองได้ ดังนั้นในทางปฏิบัติทั่วไปจึงไม่มีการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือยาฉีดคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการเกิดถุงน้ำนี้

ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์กลายเป็นมะเร็งหรือไม่?

ถุงน้ำรังไข่ฟอลลิคิวล่าร์ไม่กลายเป็นมะเร็ง

บรรณานุกรม

  1. http://emedicine.medscape.com/article/253620-overview [2016, Jan2]
  2. http://www.webmd.com/women/tc/functional-ovarian-cysts-topic-overview? [2016, Jan2]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน faluk2520 Nus Nithiwat
Frame Bottom