Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

รังไข่  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดประจำเดือนมากเรื้อรัง 

ถุงน้ำช็อกโกแลตคืออะไร?

ถุงน้ำช็อกโกแลต (Chocolate cyst) เป็นถุงน้ำชนิดหนึ่งที่เกิดในรังไข่ ซึ่งภายในถุงน้ำจะเป็นเลือดเก่าๆข้นๆสีน้ำตาล ทำให้ดูเหมือนช็อกโกแลตจึงเรียกโดยทั่วไปเป็นชื่อง่ายๆว่า ช็อกโกแลตซีส ซึ่งชื่ออื่นๆทางการแพทย์คือ Endometriotic cyst หรือ Endometrioid cyst หรือ Endometrial cyst หรือ Endometriosis of ovary หรือ Endometrioma ซึ่งโรค/ภาวะนี้เกิดจากการที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดไปกับเลือดประจำเดือนที่ไหลย้อนขึ้นไปในท่อนำไข่ แล้วไปตกอยู่ที่รังไข่ และมีการเจริญแบ่งตัวมากขึ้น และเยื่อบุโพรงมดลูกนี้จะมีการลอกหลุดทำให้มีเลือดออกเป็นรอบๆตามรอบประจำเดือน ทำให้เกิดการสะสมเลือดที่รังไข่เป็นระยะเวลานานจนเกิดเป็นก้อนถุงน้ำเลือดหรือถุงน้ำช็อกโกแลตขึ้นมา

ถุงน้ำช็อคโกแลตเป็นโรคที่สัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงพบโรคนี้มากในสตรีวัยเจริญพันธุ์

สาเหตุของถุงน้ำช็อกโกแลตคืออะไร?

ถุงน้ำช็อกโกแลต

ทฤษฎีการเกิดถุงน้ำช็อกโกแลตนี้เชื่อว่า เกิดจากการไหลย้อนของเลือดประจำเดือนกลับเข้าไปในช่องท้องและไปเกาะและเจริญอยู่ที่รังไข่ แต่การที่สตรีทุกคนที่มีประจำเดือนไม่เป็นโรคนี้มีคำอธิบายว่า อาจเกิดจากภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ใครที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต?

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นถุงน้ำช็อกโกแลตได้แก่

1. เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกเร็ว คือมักเร็วกว่า 11 ปี ซึ่งส่วนมากวัยรุ่นหญิงไทยทั่วไปจะมีประจำเดือนครั้งแรก 11 - 13 ปี

2. มีประจำเดือนแต่ละครั้งมากและนานคือ นานกว่า 7 วันทำให้เลือดประจำเดือนมีโอกาสไหลย้อนเข้าไปในช่องท้องมากขึ้น

3. ไม่มีบุตรเพราะการตั้งครรภ์จะเป็นปัจจัยป้องการการเกิดภาวะนี้จากการตั้งครรภ์ทำให้ไม่เป็นประจำเดือน

4. มีความผิดปกติของมดลูกหรือของช่องคลอด ทำให้มีการอุดกั้นของทางออกของประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนท้นกลับเข้าไปในช่องท้องได้

5. มีประวัติในครอบครัวที่เป็นโรค/ภาวะนี้จะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูง

ถุงน้ำช็อกโกแลตมีอาการอย่างไรบ้าง?

ถุงน้ำช็อกโกแลตมีอาการดังนี้เช่น

1. ปวดประจำเดือนมากทุกเดือน

2. ปวดท้องน้อยเรื้อรัง

3. ปวดท้องเฉียบพลันในกรณีที่ถุงน้ำนี้แตก

4. คลำได้ก้อนที่ท้องน้อย

5. มีบุตรยาก

6. บางครั้งเป็นส่วนน้อยผู้ป่วยอาจไม่มีอาการได้

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

โดยทั่วไปเมื่อมีอาการจากถุงน้ำรังไข่ซึ่งไม่ใช่ภาวะปกติต้องไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล แต่หากไม่มีอาการผิดปกติอาจทำให้ไปพบแพทย์ช้า ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยที่ควรไปพบแพทย์คือ มีอาการปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ รับประทานยาหลายอย่างแล้วอาการปวดมักไม่ดีขึ้น หรือต้องรับประทานยาปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆทุกเดือน หรือปวดมากจนต้องฉีดยาระงับปวด ไปทำงานไม่ได้ หรือต้องขาดเรียน เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่อาการปวดประจำเดือนปกติ

อาการอย่างอื่นที่ต้องไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลคือ คลำได้ก้อนในท้องน้อย หรือมีบุตรยาก หลังแต่งงาน 1 ปียังไม่มีบุตรแม้จะไม่ได้คุมกำเนิด ควรไปปรึกษาแพทย์/ไปโรงพยาบาลซึ่งอาจพบสาเหตุเป็นถุงน้ำช็อคโกแลตได้

แพทย์วินิจฉัยถุงน้ำช็อกโกแลตอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยถุงน้ำช็อกโกแลตได้ด้วยวิธีการดังนี้

ก. ประวัติทางการแพทย์: มีประวัติปวดประจำเดือนมากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีบุตรยาก หรือคลำได้ก้อนที่ท้องน้อย แต่ในบางรายอาจไม่มีอาการได้

ข. การตรวจร่างกาย: ส่วนมากการตรวจร่างกายทั่วไปไม่พบความผิดปกติ ยกเว้นมีก้อนถุงน้ำขนาดใหญ่จะสามารถคลำก้อนได้ที่ท้องน้อย ต้องมีการตรวจภายในที่จะตรวจคลำพบก้อนถุงน้ำที่ปีกมดลูกข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง

ค. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: การตรวจเลือดจะไม่มีความเฉพาะเจาะจงสำหรับโรคนี้ การตรวจที่เป็นประโยชน์มากคือ การตรวจอัลตราซาวด์ท้องน้อยโดยการตรวจผ่านทางช่องคลอด เพราะส่วนมากถุงน้ำช็อกโกแลตขนาดไม่โตมาก ลักษณะของถุงน้ำชนิดนี้จะมีลักษณะจำเพาะที่วินิจฉัยได้ง่ายจากอัลตราซาวด์ซึ่งพบว่าเป็นที่รังไข่ทั้ง 2 ข้างได้บ่อย

รักษาถุงน้ำช็อกโกแลตอย่างไร?

การรักษาถุงน้ำช็อกโกแลตขึ้นอยู่กับอาการ ความต้องการมีบุตร และขนาดของถุงน้ำ ซึ่งวิธีรักษามีดังนี้

1. รักษาโดยการรับประทานยา

2. รักษาโดยการผ่าตัด

*อนึ่ง: การผ่าตัดเหล่านี้สามารถผ่าโดยการส่องกล้องทางหน้าท้อง หรือการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา

ภาวะแทรกซ้อนของถุงน้ำช็อกโกแลตมีอะไรบ้าง?

ภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) ของถุงน้ำช็อกโกแลตที่อาจพบได้คือ

1. ถุงน้ำช็อคโกแลตแตกทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน ต้องผ่าตัดด่วน

2. เกิดมีพังผืดในอุ้งเชิงกราน/ท้องน้อยมากทำให้ปวดท้องน้อยเรื้อรัง และทำให้การเคลื่อนไหวของท่อนำไข่ไม่ดี มีผลให้เกิดภาวะมีบุตรยาก

ถุงน้ำช็อกโกแลตมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

ถุงน้ำช็อกโกแลตมีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดีเพราะมีอัตราการกลับเป็นซ้ำสูงมากหากยังมีประจำเดือนอยู่ และได้รับการรักษาแบบอนุรักษ์คือ ผ่าตัดเอาเฉพาะถุงน้ำออกเหลือรังไข่ไว้ หรือการเจาะดูดเอาเฉพาะเลือดในถุงน้ำช็อกโกแลตออกยิ่งมีอัตราการกลับเป็นซ้ำสูงมาก ส่วนในรายที่ตัดรังไข่ออกทั้งหมดหรือตัดมดลูกด้วยอัตราการเป็นซ้ำจะน้อยลง

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นถุงน้ำช็อกโกแลตคือ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

หากมีอาการปวดท้องน้อยมากอย่างเฉียบพลันควรรีบไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดฉุกเฉิน/ทันที เพราะอาการอาจเกิดจากการแตกของถุงน้ำช็อกโกแลตได้

ถุงน้ำช็อกโกแลตสามารถป้องกันได้หรือไม่?

ถุงน้ำช็อกโกแลตเป็นโรค/ภาวะที่ป้องกันได้ยาก อย่างไรก็ตามการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด การใช้ยาฉีดคุมกำเนิด หรือการใช้ยาฝังคุมกำเนิด จะมีผลลดปริมาณประจำเดือนหรือทำให้ไม่มีประจำเดือน จะสามารถช่วยลดโอกาสการเป็นโรคนี้ลงได้ นอกจากนี้การตั้งครรภ์ก็เป็นการป้องกันโรคนี้ด้วยเพราะทำให้ไม่เป็นประจำเดือนนานถึงประมาณ 9 - 10 เดือน

ถุงน้ำช็อกโกแลตสามารถกลับเป็นซ้ำอีกได้หรือไม่?

ในกรณีที่รักษาโดยการเลาะเฉพาะถุงน้ำช็อกโกแลตออกและยังมีประจำเดือน โรค/ภาวะนี้สามารถกลับเป็นซ้ำได้บ่อยมาก (ประมาณ 30% ภายใน 3 - 5 ปี) เนื่องจากถุงน้ำช็อคโกแลตเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนเอสโตรเจน ดังนั้นเมื่อร่างกายยังมีฮอร์โมนนี้ตัวโรคก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำๆได้อีก ดังนั้นเพื่อลดหรือป้องกันการเกิดซ้ำ แพทย์มักจะให้ยากลุ่มฮอร์โมนเช่น ยาฉีดคุมกำเนิด ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทานเพื่อไม่ให้มีประจำเดือน โดยให้ยาต่อไปอีกเป็นระยะเวลานานอาจประมาณถึง 2 - 3 ปีหากยังไม่ประสงค์จะตั้งครรภ์

ถุงน้ำช็อกโกแลตจะกลายเป็นมะเร็งหรือไม่?

โอกาสที่ถุงน้ำช็อกโกแลตจะพัฒนาไปเป็นมะเร็งมีได้ แต่น้อยมากๆ มักเป็นเพียงการรายงานผู้ป่วย ไม่สามารถนำมาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การเกิดได้

เป็นถุงน้ำช็อกโกแลตแล้วต้องการตั้งครรภ์ควรทำอย่างไร?

เมื่อเป็นถุงน้ำช็อกโกแลตแล้วต้องการตั้งครรภ์ ต้องปรึกษาสูตินรีแพทย์ก่อนเสมอเพื่อประเมินขนาดถุงน้ำฯและโรคร่วมอื่นๆของอวัยวะเพศ (เช่น เนื้องอกมดลูก) และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งคำแนะนำจะขึ้นกับแต่ละผู้ป่วยแตกต่างเป็นกรณีๆไปเช่น อาจต้องผ่าตัดถุงน้ำก่อนกรณีถุงน้ำมีขนาดใหญ่

เมื่อเป็นถุงน้ำช็อกโกแลตและตั้งครรภ์ดูแลตนเองต่างจากครรภ์ทั่วไปอย่างไร?

การตั้งครรภ์กรณีเป็นถุงน้ำช็อกโกแลตถือเป็นการตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูงต้องไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดอย่างเคร่งครัด นอกจากการดูแลเช่นเดียวกับในการตั้งครรภ์ทั่วไปแล้ว แพทย์จะนัดตรวจติดตามขนาดถุงน้ำเป็นระยะๆจากการตรวจอัลตราซาวด์ท้องน้อย และจะพิจารณาผ่าตัดถ้าถุงน้ำมีขนาดใหญ่ และต้องไปพบแพทย์ก่อนนัดหากมีอาการปวดท้องขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน หรืออาการผิดปกติต่างๆที่อาจเกิดจากการแตกของถุงน้ำช็อกโกแลต ก็อาจต้องผ่าตัดช่องท้องฉุกเฉิน

ทารกที่เกิดจากมารดาที่เป็นถุงน้ำช็อกโกแลตจะเป็นอย่างไร?

ถุงน้ำช็อกโกแลตไม่มีผลทำให้เกิดความผิดปกติกับทารก ไม่มีผลต่อการพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา แต่ทารกเพศหญิงมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ในอนาคตเมื่อมีประจำเดือนมากกว่าเด็กที่เกิดจากแม่ที่ปกติ

บรรณานุกรม

  1. http://www.medscape.com/viewarticle/777490_2 [2015,Nov21]
  2. http://www.uptodate.com/contents/diagnosis-and-management-of-ovarian-endometriomas [2015,Nov21]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน Ppvbb TAMUKI Alongkorn Wanidakai
Frame Bottom