Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

รังไข่  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ถุงน้ำรังไข่ 

ถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมคืออะไร?

คอร์ปัสลูเทียม (Corpus luteum) เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มเซลล์ที่อยู่ในฟองไข่ (Follicle) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อในรังไข่ (Ovary) หลังจากไข่ (Ovum) ที่อยู่ในฟองไข่ตกออกไปจากรังไข่แล้ว เซลล์กลุ่มคอร์ปัสลูเทียมนี้จะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน (Estrogen) และโดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เพื่อใช้เตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกให้หนาตัวเพื่อรอรับการฝังตัวของตัวอ่อนหากไข่ได้รับการปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิ แต่หากไม่มีการปฏิสนธิ คอร์ปัสลูเทียมที่มีอายุประมาณ 14 วันก็จะเสื่อมสลายไป ทำให้หยุดการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ส่งผลทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเป็นเลือดประจำเดือน หลังจากนั้นจะมีฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองมากระตุ้นให้ฟองไข่ค่อยๆโตขึ้นจนตกไข่อีกครั้งในรอบเดือนถัดไปและก็เกิดคอร์ปัสลูเทียมใหม่อีกครั้ง

หากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นคอร์ปัสลูเทียมเป็นก้อนสีเหลืองๆอยู่ในรังไข่ บางครั้งจะมีการคั่งของของเหลวที่สร้างจากรังไข่มากในคอร์ปัสลูเทียมจนเกิดเป็นถุงน้ำ (Cyst/ซีสต์) ขึ้น เรียกว่า “ถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียม หรือคอร์ปัสลูเทียมซีสต์ (Corpus luteum cyst หรือ Corpus luteal cyst)” ซึ่งหากการตกไข่เกิดบริเวณใกล้เส้นเลือด สามารถทำให้เกิดเลือดออกที่ในคอร์ปัสลูเทียมได้ที่จะมองเห็นเป็นสีแดงแทนสีเหลือง ทำให้กลายเป็นถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมที่ภายในเป็นเลือด

หากมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น คอร์ปัสลูเทียมจะทำงานต่อไปอีกระยะหนึ่ง (ประมาณ 8 - 10 สัปดาห์) ทำให้สามารถพบถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมได้ในช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ แต่ถุงน้ำนี้จะค่อยๆยุบหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป ทั่วไปมักภายหลังการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6 เดือนไปแล้ว

สาเหตุถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมเกิดจากอะไร?

ถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียม

ถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมจัดเป็นถุงน้ำประเภท Functional cyst (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor. com บทความเรื่อง ถุงน้ำรังไข่) คือ ถุงน้ำรังไข่ที่ไม่ใช่เนื้อร้าย/ไม่ใช่มะเร็ง สามารถเกิดขึ้นและหายเองได้ โดยมีสาเหตุเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนสตรี/ฮอร์โมนเพศหญิงตามรอบประจำเดือนดังกล่าวแล้วในหัวข้อ ‘ถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมคืออะไร?’

ใครที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียม?

สตรีในวัยเจริญพันธุ์ทุกคนมีโอกาสเป็น/เกิดถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมรวมถึงสตรีที่ตั้งครรภ์ในช่วงระยะแรกๆของการตั้งครรภ์

อาการถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมมีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมส่วนมากมักไม่มีอาการ มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจอัลตราซาวด์ค้นหาพยาธิสภาพอย่างอื่นเช่น เนื้องอกมดลูก ตรวจการตั้งครรภ์ หรือจากการตรวจสุขภาพประจำปี แต่เมื่อมีอาการ อาการที่อาจพบได้เช่น

1. มีอาการปวดหน่วงๆที่ท้องน้อยด้านในด้านหนึ่ง (ด้านที่มีถุงน้ำ)

2. มีอาการปวดท้องน้อยด้านในด้านหนึ่งอย่างเฉียบพลันในกรณีที่มีการแตกของถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียม (Rupture of Corpus luteum cyst) หรือมีเลือดออกในถุงน้ำฯเข้าไปในช่องท้อง(Hemorrhagic Corpus luteum cyst)

แพทย์วินิจฉัยถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมได้โดย

ก. ประวัติทางการแพทย์: ส่วนมากไม่มีประวัติผิดปกติ แต่มีบางคนจะมีอาการปวดท้องน้อยข้างที่มีถุงน้ำเนื่องจากมีการขยายตัวของรังไข่ อาจมีอาการปวดท้องน้อยเฉียบพลันหากมีการฉีกขาดของเส้นเลือดร่วมด้วย หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เป็นลม ถ้ามีการแตกของถุงน้ำร่วมกับการแตกถูกบริเวณเส้นเลือดเข้าไปในช่องท้องที่ทำให้เสียเลือดมาก

ข. การตรวจร่างกาย: ส่วนมากถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมมีขนาดไม่ใหญ่มักไม่เกิน 5 ซม. (เซนติเมตร) การตรวจร่างกายจึงมักตรวจไม่พบก้อน ไม่มีอาการปวด/เจ็บระหว่างแพทย์ตรวจคลำหน้าท้อง

ค. การตรวจภายใน: ส่วนมากจะตรวจไม่พบก้อนเช่นกัน ยกเว้นมีการแตกของถุงน้ำหรือมีเลือดออกในรังไข่ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บเวลาแพทย์กดหน้าท้องด้านนั้นๆได้ แต่หากมีเลือดออกจากถุงน้ำฯ/จากรังไข่เข้าไปในช่องท้องจะตรวจพบสัญญาณชีพที่ผิดปกติได้ แต่เหตุการณ์เช่นนี้พบได้ไม่บ่อย

ง. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ในกรณีที่สงสัยว่าอาจมีการตั้งครรภ์หรือตั้งครรภ์นอกมดลูก/ท้องนอกมดลูก แพทย์มักตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์ก่อน แต่การตรวจที่เป็นประโยชน์มากที่สุดที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมคือ การตรวจอัลตราซาวด์ภาพท้องน้อยโดยเฉพาะ อัลตราซาวด์ผ่านทางช่องคลอดจะเห็นถุงน้ำฯที่มีลักษณะเฉพาะที่แพทย์ให้การวินิจฉัยภาวะนี้ได้เลย

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียม?

ถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมส่วนมากสามารถหายเองได้ภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ดังนั้น เมื่อตรวจพบแพทย์จะนัดไปตรวจอัลตราซาวด์ซ้ำในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้ป่วยไม่ต้องกังวล ควรใช้ชีวิตตามปกติ ไม่มีข้อห้ามในการมีเพศสัมพันธ์หรือในการตั้งครรภ์

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

เมื่อทราบว่าเป็นถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียม หากไม่มีอาการผิดปกติ แพทย์จะนัดไปตรวจอัลตราซาวด์ซ้ำในอีกประมาณ 3 เดือนข้างหน้า แต่หากมีอาการปวดท้องน้อยมากกว่าปกติต้องรีบไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เพราะอาจมีการแตกของถุงน้ำและ/หรือแตกไปถูกบริเวณเส้นเลือด ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องได้และบางครั้งต้องแยกจากโรคที่อันตรายเช่น การแตกของท่อนำไข่จากการตั้งครรภ์นอกมดลูก/ท้องนอกมดลูก

รักษาถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมอย่างไร?

ปกติไม่ต้องรักษาเมื่อตรวจพบถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียม ถุงน้ำนี้สามารถยุบหายเองได้ไม่ต้องผ่าตัด แพทย์จะนัดมาตรวจซ้ำเป็นระยะๆ หากมีอาการปวดหน่วงหรือปวดบริเวณปีกมดลูก แพทย์จะให้รับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล (Paracetamol) หรือ ยาพอนสแตน (Ponstan) ยกเว้นมีการแตกของถุงน้ำและไปถูกบริเวณเส้นเลือดทำให้มีเลือดออกในช่องท้องไม่หยุดที่ต้องมีการผ่าตัดเข้าไปหยุดจุดเลือดออกนั้น

ถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

ถุงน้ำคอร์ปัสลูเมียมมีการพยากรณ์โรคที่ดี โรคหายเองโดยไม่ต้องรักษา ไม่กลายเป็นมะเร็ง และผลข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ถุงน้ำฯแตก หรือถุงน้ำแตกเข้าเส้นเลือดและมีเลือดออกเข้าช่องท้อง แต่ก็พบได้น้อยมากๆ

สามารถเป็นถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมซ้ำได้หรือไม่?

ถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมสามารถเป็นซ้ำได้บ่อยๆ

ถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมป้องกันได้หรือไม่?

คอร์ปัสลูเทียมเกิดหลังจากที่มีการตกไข่แล้ว ดังนั้นหากสามารถป้องกันการตกไข่ได้ก็สามารถป้องกันการเกิดคอร์ปัสลูเทียมและถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมได้ ในสตรีที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดหรือฉีดยาคุมกำเนิด/ใช้ยาฉีดคุมกำเนิด จะมีฮอร์โมนจากยาคุมกำเนิดไปยับยั้งการตกไข่จึงสามารถใช้ยาเหล่านี้ป้องกันการเกิดถุงน้ำคอร์ปัสลูเทียมได้

บรรณานุกรม

  1. http://emedicine.medscape.com/article/253620-overview [2015,Nov7]
  2. http://en.wikipedia.org/wiki/Corpus_luteum_cyst [2015,Nov7]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน sirikul Sertthaphong a1v4d PPaapp Panupol
Frame Bottom