Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด 

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกคืออะไร?

ติ่งเนื้อโพรงมดลูก หรือติ่งเนื้อมดลูก หรือติ่งเนื้อเยื่อบุมดลูก หรือติ่งเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial polyp หรือ Uterine polyp) เป็นติ่งเนื้อเมือก (Polyp) ที่เจริญออกมาผิดปกติในโพรงมดลูก (ในเยื่อบุโพรงมดลูก) ลักษณะที่มองเห็นด้วยตาเปล่าจะเป็นติ่งเนื้อสีแดง ชมพู ใสๆ มีทั้งแบบขั้วฐานติ่งที่สั้นและแบบเป็นติ่งที่มีขั้วยาว ส่วนมากขนาดไม่ใหญ่ประมาณ 0.5 - 1 ซม.(เซนติเมตร) แต่บางครั้งมีขนาดใหญ่หลายเซนติเมตรได้ สามารถมีได้ 1 ถึงหลายติ่ง

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกพบได้บ่อย อุบัติการณ์พบได้ประมาณ 10% ในสตรีทั่วไปและเพิ่มเป็นประมาณ 25%ในสตรีที่มีปัญหาเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เป็นโรคพบได้บ่อยในช่วงวัย 40 - 50 ปี พบได้ทั้งในวัยมีประจำเดือนและในวัยหมดประจำเดือน (พบได้สูงกว่าในวัยใกล้หมดประจำเดือนและในวัยหมดประจำเดือน) แต่พบได้น้อยมากๆในวัยที่ต่ำกว่า 20 ปี

ตามปกติไม่สามารถมองเห็นติ่งเนื้อโพรงมดลูกจากภายนอกจากการตรวจภายใน ยกเว้นมีขั้วหรือขนาดติ่งยาวมากจนโผล่แลบมาอยู่ที่ปากมดลูกหรือบางครั้งมาอยู่ที่ปากช่องคลอด ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อเวลาแพทย์ตรวจภายใน หรือบางครั้งสตรีสามารถคลำหรือสัมผัสติ่งเนื้อได้เอง

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกต้องแยกจากติ่งเนื้อปากมดลูก (Endocervical polyp) ที่ต้นกำเนิดอยู่ที่บริเวณคอมดลูก การดูด้วยตาเปล่าไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าต้นกำเนิดของติ่งเนื้อมาจากที่ใด ต้องตรวจพิสูจน์ติ่งเนื้อด้วยการตรวจทางพยาธิวิทยา

สาเหตุเกิดติ่งเนื้อโพรงมดลูกคืออะไร?

ติ่งเนื้อโพรงมดลูก

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าติ่งเนื้อโพรงมดลูกเกิดจากอะไร แต่มีข้อสันนิษฐานว่า อาจเกิดจากภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ที่สูงทำให้มีการเจริญของเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก เพิ่มมากผิดปกติจนเกิดเป็นติ่งเนื้อโพรงมดลูก

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดติ่งเนื้อโพรงมดลูก?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดติ่งเนื้อโพรงมดลูกได้แก่

  1. ผู้ที่ได้รับยาบางอย่างที่กระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) เช่น ยาTamoxifen (ยาต้านฮอร์โมนที่ใช้รักษามะเร็งเต้านม)
  2. ภาวะโรคอ้วนซึ่งจะมีผลทำให้มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงในร่างกาย
  3. ผู้ที่มีติ่งเนื้อปากมดลูก

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกทำให้มีอาการอย่างไร?

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกส่วนมากมักไม่มีอาการ แต่เมื่อมีอาการอาการที่พบบ่อยคือ

  1. มีเลือดประจำเดือนกะปริบกะปรอย
  2. มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติแบบกะปริบกะปรอย (เลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด)
  3. เป็นประจำเดือนนานผิดปกติ
  4. เป็นประจำเดือนมากผิดปกติ
  5. มีเลือดออกทางช่องคลอดในวัยหมดประจำเดือน
  6. มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
  7. มีตกขาวปนเลือด

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอเมื่อมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ อาการ โดยเฉพาะการมีเลือดออกทางช่องคลอดและ/หรือประจำเดือนที่ผิดปกติ เพราะอาจเป็นอาการของโรคมะเร็งปากมดลูกหรือโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกทำให้เป็นมะเร็งได้หรือไม่?

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกส่วนมากเป็นติ่งเนื้อเมือกที่ไม่ร้ายแรง ไม่ทำให้เกิดมะเร็ง แต่อย่างไรก็ตามมีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งได้ แต่น้อยมากๆพบได้ประมาณ 0.5 %

แพทย์วินิจฉัยติ่งเนื้อโพรงมดลูกอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยติ่งเนื้อโพรงมดลูกได้จาก

แพทย์รักษาติ่งเนื้อโพรงมดลูกอย่างไร?

แพทย์รักษาติ่งเนื้อโพรงมดลูกโดย

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากติ่งเนื้อโพรงมดลูกคือ การมีบุตรยากเพราะติ่งเนื้ออาจเป็นอุปสรรคต่อการ ฝังตัวของไข่ที่เยื่อบุโพรงมดลูก และอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงเกิดการแท้งบุตรได้เพราะอาจส่งผลให้ไข่ฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูกได้ไม่สมบูรณ์

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกมีการพยากรณ์โรคที่ดี เป็นโรคที่ไม่ทำให้เสียชีวิต (ตาย) แพทย์รักษาโรคนี้ได้หาย แต่โรคมีธรรมชาติของโรคย้อนเกิดเป็นซ้ำได้อีกโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงซึ่งมีรายงานพบเกิดเป็นซ้ำได้ประมาณ 50% และโรคนี้มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ประมาณ 0.5%

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีติ่งเนื้อโพรงมดลูกและหลังตัดติ่งเนื้อ?

การดูแลตนเองในกรณีที่ไม่มีอาการผิดปกติ แพทย์ตรวจพบโรคโดยบังเอิญและ/หรือติ่งเนื้อขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร แพทย์มักใช้การติดตามอาการ ดังนั้นการดูแลตนเองคือ ดูแลตามปกติและพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเพื่อตรวจติดตาโรค

แต่หากมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ, ในสตรีวัยหมดประจำเดือน และ/หรือ ในสตรีที่มีบุตรยาก แพทย์จะแนะนำให้ตัดติ่งเนื้อออกและส่งตรวจทางพยาธิวิทยา แพทย์จะทำการขูดมดลูก (Curettage) หรือใช้กล้องส่องเข้าไปในโพรงมดลูก (Hysteroscopy) และตัดติ่งเนื้อโพรงมดลูกตามที่กล่าวมาแล้วในหัวข้อ การรักษา ซึ่งหลังตัดติ่งเนื้อจะมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยประมาณ 1 - 2 วันเลือดก็จะหายไปเอง

แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาฟังผลตรวจทางพยาธิวิทยาของติ่งเนื้ออีกประมาณ 2 - 4 สัปดาห์ การดูแลตนเองระหว่างนี้ (หลังตัดติ่งเนื้อ) คือ

  • ไม่ควรสวนล้างช่องคลอด
  • ควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1 สัปดาห์
  • สังเกตอาการผิดปกติต่างๆที่เมื่อมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเสมอ ซึ่งอาการผิดปกติดังกล่าวเช่น มีตกขาวมากผิดปกติ ตกขาวมีสีเขียว ตกขาวมีกลิ่นเหม็น ปวดท้องน้อยมากผิดปกติ มีไข้ มีเลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกกลับเป็นซ้ำได้หรือไม่?

ติ่งเนื้อโพรงมดลูกสามารถเกิดเป็นซ้ำใหม่ได้อีก ระยะเวลาที่โรคจะเกิดซ้ำใหม่ไม่ทราบแน่นอน

มีวิธีป้องกันติ่งเนื้อโพรงมดลูกหรือไม่?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดติ่งเนื้อโพรงมดลูก

บรรณานุกรม

1. http://en.wikipedia.org/wiki/Endometrial_polyp [2015,Feb14]
2. http://www.uptodate.com/contents/endometrial-polyps [2015,Feb14]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom