Frame Top

ติดเชื้อในร่มผ้า ยามหน้าฝน (ตอนที่ 3)

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
17 สิงหาคม 2012

การรักษาโรคติดเชื้อราในช่องคลอดมีหลายแบบ ตั้งแต่การทาครีม กินยา ใช้ยาเหน็บช่องคลอด ยาต้านเชื้อราจะมีส่วนผสมของสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบ แดง และปวดของเนื้อเยื่อบริเวณปากช่องคลอด (Vulva) ยาที่ใช้อยู่ในกลุ่มยาต้านเชื้อราที่ชื่อยามักลงท้ายด้วยคำว่า "-azole." เช่น ยา Clotrimazole ยา Miconazole และ ยา Terconazole เป็นต้น ยาเหล่านี้จะต้านการผลิต Ergosterol ซึ่งพบมากในยีสต์และรา

โดยปกติ ถ้าเป็นตัวยาที่มีปริมาณเข้มข้นจะใช้เวลาในการกิน หรือทา หรือสอดในเวลาที่สั้นลง แต่ถ้าเป็นตัวยาปกติอาจใช้เวลาที่นานขึ้น เช่น ครีมทาช่องคลอดที่มีหมายเลข 3 ต่อท้ายชื่อ จะต้องใช้เวลาในการใช้ยานาน 3 วัน ในขณะที่ผลิตภัณฑ์เหมือนกันแต่มีหมายเลขต่อท้ายเป็นเลข 7 จะต้องใช้เวลาในการใช้ยานาน 7 วัน จึงจะครบปริมาณยา (Dose)

หากได้รับการรักษาถูกต้อง การติดเชื้อจะสามารถหายได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ แต่ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคบกพร่อง การติดเชื้ออาจกลับมาได้อีกและรักษาให้หายได้ยากขึ้น ในการใช้ยาต้านเชื้อรานั้น . . .

  • ควรใช้ยาให้ครบตามใบกำกับยา เพราะปริมาณยานั้นถูกออกแบบมาให้พอดีกับวงจรการเติบโตของเชื้อรา ในขณะที่อาการอาจจะดีขึ้นก่อนที่การติดเชื้อจะหายอย่างสมบูรณ์
  • พึงระลึกเสมอว่ายาช่องคลอดที่อยู่ในรูปของครีม เม็ด และยาสอดนั้น มีส่วนผสมของน้ำมันซึ่งสามารถทำลายประสิทธิภาพของถุงยางอนามัยและแผ่นครอบปากมดลูก (Diaphragms) ดังนั้นทางที่ดีระหว่างการรักษา ควรงดการมีเพศสัมพันธ์หรือใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นแทน
  • ระหว่างการตั้งครรภ์ ห้ามใช้ยาช่องคลอดทุกชนิดก่อนปรึกษาแพทย์
  • หลังจากใช้ยาครบปริมาณแล้ว หากอาการยังไม่หาย ให้ไปพบแพทย์
  • หากใน 1 ปี มีการติดเชื้อราในช่องคลอดซ้ำ (Recurrent vulvovaginal candidiasis : RVVC) ตั้งแต่ 4 ครั้งเป็นต้นไป ให้ไปพบแพทย์ ทั้งนี้ ประมาณร้อยละ 5 ของผู้หญิงมีการเกิด RVVC และต้องใช้การรักษานานถึง 6 เดือน โดยการติดเชื้อซ้ำๆ สามารถบ่งบอกได้ถึงอาการที่รุนแรงกว่า เช่น เป็นโรคเบาหวาน หรือมีการติดเชื้อเฮชไอวีในระยะเริ่มต้น
  • ในบางกรณีคุณอาจรักษาการติดเชื้อในช่องคลอดด้วยการซื้อยาเอง หากคุณเคยได้รับการวินิจจฉัยโรคมาแล้วว่าเป็นโรคติดเชื้อและอาการดังกล่าวกลับมาเป็นอีก แต่คุณต้องมั่นใจว่ามันเป็นโรคติดเชื้อไม่ใช่เป็นอย่างอื่นที่มีอาการคล้ายกัน

อย่างไรก็ดี ควรไปพบแพทย์หากเกิดกรณีดังนี้

แหล่งข้อมูล:

  1. Candidiasis (Yeast Infection). http://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/candidiasis-yeast-infection [2012, August 16].
  2. Yeast Infection Treatments: Prescription Drugs. http://women.webmd.com/yeast-infection-treatments-prescription-drugs [2012, August 16].
  3. Yeast Infections: Should You Treat Yourself, or See a Doctor? http://women.webmd.com/yeast-infections-should-you-treat-yourself-or-see-a-doctor [2012, August 16].
Blog

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน France
Frame Bottom