Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ดวงตา  ระบบโรคติดเชื้อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ตาแดง 

โรคตาแดงมีสาเหตุจากอะไร?

ตาแดง เป็น ภาวะ ที่บริเวณตาขาวมีสีแดงกว่าปกติ หรือมีสีแดงกว่าคนอื่น หรือ มีสีแดงกว่าตาอีกข้าง เกิดได้จากหลายภาวะ ดังเช่นคำพูดที่ว่า “เป็นไข้จนตาแดงก่ำเชียว” “อดนอนจนตาแดงเชียว” “นอนมากเกินไป ตื่นมาตาแดง” “ร้องไห้จนตาแดง” “หนูน้อยเป็น ไอกรน ไอมากจนตาแดงทั้ง 2 ข้าง” “ขยี้ตาจนตาแดงไปหมด” “ตาทั้งแดงทั้งแฉะ” “ตาแดงร่วมกับตามัว” “ตาถูกลม ถูกแดดมากจนแดง” ฯลฯ วลีดังกล่าวบ่งให้เห็นว่า ตาแดงอาจพบได้ในหลายภาวะทั้งๆ ที่ไม่มีโรคตาก็ได้ อาจเป็นเพียงอดนอน ร่างกายอ่อนเพลีย ขยี้ตามาก หรือที่มีโรคภายในดวงตาบริเวณเยื่อตาก็ได้ เช่น เยื่อตาอักเสบ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคเยื่อตาติดเชื้อแบคทีเรีย หรือ ติดเชื้อไวรัส หรือ ถูกฝุ่นละออง

เยื่อตา เป็น เนื้อเยื่อ บางๆ บุอยู่ใต้หนังตาทั้งบนและล่างลึกเข้าไปข้างในใต้หนังตา แล้วย้อนมาบุปกคลุมตาขาวจนชิดขอบตาดำ นั่นคือบริเวณตาขาวของเรา ซึ่งเยื่อบุตาขาว หรือ เยื่อตาขาว หรือ เยื่อตา หรือผิวของตาขาว จะคล้ายเยื่อบางๆที่บุภายในปากนั่นเอง

เนื่องจากเยื่อบุตาขาวนี้ เป็นส่วนที่สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้ง ลม ฝุ่น แสงแดด ตลอดจนเชื้อโรคต่างๆ ที่อยู่ในบรรยากาศ เยื่อตาจึงมีโอกาสเกิดการอักเสบ ติดเชื้อได้ง่าย ทั้งติดเชื้อแบคทีเรีย และ ตลอดจนติดเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ ตาแดงเกิดจากโรค

ทั้งนี้ บทนี้จะกล่าวถึงเฉพาะ โรคตาแดงจากติดเชื้อไวรัสเท่านั้น เพราะพบได้บ่อย และแพร่ระบาดได้รวดเร็วมาก

ตาแดงจากเชื้อไวรัสเกิดจากอะไร? มีอาการอย่างไร?

ปัจจุบันมักเรียกการอักเสบของเยื่อตาที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม อะดีโนไวรัส (Adenovisus) และ เอนเทโรไวรัส (Enterovisus) ว่า “โรคตาแดง” หรือ “ตาแดงชนิดติดต่อ” เนื่องจากโรคนี้ติดต่อไปยังผู้อื่นได้ง่าย มักจะมีการระบาดเป็นครั้งคราว เมื่อระบาดแต่ละครั้ง มีผู้คนติดโรคมากมาย แต่เดิมที โรคนี้มักเป็นใน หน้าฝน หน้าน้ำท่วม เพราะทำให้เชื้อโรคกระจายได้ง่าย แต่ในระยะหลัง โรคนี้พบได้ตลอดปี เป็นแบบประปรายตลอดปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเราทราบถึงวิธีระบาดของโรคนี้ (จะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไป) และให้ความระมัดระวังกันมากขึ้น ทำให้เชื้อมักระบาดในวงจำกัด เช่น ในบ้านเดียวกัน ในที่ทำงาน หรือ ในโรงเรียนเดียวกัน

เมื่อได้รับเชื้อ อาจเกิดอาการตาแดงในวันรุ่งขึ้นไปจนถึง 2 สัปดาห์ก็ได้ โดยเริ่มรู้สึกระคายเคืองในตา น้ำตาไหล ตาแดง มีความรู้สึกคล้ายมีผง หรือ เม็ดทรายอยู่ในตา มักเป็นข้างเดียวก่อน ถ้าไม่ระวังอาจลามไปตาอีกข้างในเวลาต่อมา ซึ่งพบเป็น 2 ข้างได้ถึง 2 ใน 3 ของผู้ป่วย โดยทั่วไปมักจะมีน้ำตาออกมาเป็นน้ำใสๆ หรือเป็นเมือกเล็กน้อย แต่เมื่อมีติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม จึงจะมีขี้ตาข้นคล้ายหนองได้

ตาแดงจากติดเชื้อไวรัส ยังมีหนังตาบวมแดง บริเวณเยื่อตาอาจพบเป็นตุ่มเล็กๆ กระจายไปทั่ว บางรายมีจุดเลือดเล็กๆ กระจาย บางรายอาจพบเป็นเลือด เป็นปื้นใหญ่ๆได้ เป็นที่มาของคำว่า เลือดออกในตาร่วมกับตาแดง (Haemorrhagic conjunctivitis) ซึ่งหมายถึง มีการอักเสบของเยื่อตาร่วมกับมีเลือดออกด้วย

ผู้ป่วยบางรายอาจมีน้ำตาไหล โดยน้ำตามีเลือดปนจนทำให้ผู้ป่วยตกใจว่ามีเลือดออกได้ และผู้ที่เป็นมากๆ อาจมีขี้ตาปนเมือกจนเป็นแผ่นติดเยื่อตาได้

ความผิดปกติทั้งหมดของโรคตาแดงจากเชื้อไวรัส จะอยู่ที่หนังตาและเยื่อตาเท่านั้น ส่วนของตาดำจะยังปกติดี จึงไม่มีผลต่อการมองเห็น โดยผู้ป่วยโรคนี้จะยังมองเห็นได้ปกติ ลักษณะที่สำคัญอีกประการของโรคตาแดงจากเชื้อไวรัสนี้ มักจะพบการอักเสบและเจ็บบริเวณต่อมน้ำเหลืองหน้าหูด้วย

อาการตาแดงจะค่อยๆหายไปในเวลาประมาณ 7 วัน บางคนอาจหายเป็นปกติเลย หรือบางคน การอักเสบอาจลุกลามเข้าตาดำ เกิดการอักเสบของตาดำเป็นจุดกระจายเล็กๆ ซึ่งระยะนี้อาจทำให้ตามัวลงได้เล็กน้อย การอักเสบของตาดำจะคงอยู่ราวๆ 1-2 สัปดาห์ ส่วนน้อยอาจจะอยู่เป็นเดือน แต่อาการไม่สบายตาต่างๆ จะค่อยๆหายไป

ตาแดงจากเชื้อไวรัสติดต่อได้อย่างไร? ป้องกันได้อย่างไร?

เนื่องจากเชื้อไวรัสนี้ ติดต่อไปตาอีกข้าง หรือ ไปยังผู้อื่น ได้ง่าย จากการสัมผัสเชื้อโดยตรง เชื้ออาจปนเปื้อนติดอยู่ตามนิ้วมือผู้ป่วย ซึ่งอาจไปจับต้องสิ่งของอื่น ทำให้เชื้อโรคติดอยู่บริเวณนิ้ว หากผู้อื่นมาจับต้องสิ่งของนั้นๆ เชื้อโรคก็จะติดมือผู้นั้น และติดต่อเข้าตาผู้นั้นได้เมื่อมือสัมผัสตา

การดูแลป้องกัน จึงควรแยกผู้ป่วยออกจากกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม เช่น ในค่ายทหาร โรงงานอุตสาหกรรม ที่ทำงานที่มีคนอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก โรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนอยู่ประจำ จำได้ว่าเมื่อหลายๆปีที่แล้ว ที่โรคตาแดงนี้เพิ่งระบาดในประเทศไทย ทำให้โรงเรียนหนึ่งที่มีเด็กนักเรียนประจำ จำเป็นต้องปิดโรงเรียนชั่วคราวเนื่องจากมีเด็กนักเรียนเป็นตาแดงกันค่อนห้อง

โรคตาแดงนี้แม้จะไม่ทำให้การมองเห็นลดลง แต่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง บั่นทอนการทำงาน ทำลายสุขภาพจิต เกิดความไม่สบาย จึงควรพยายามอย่างยิ่งที่จะป้องกัน และควบคุมโรคนี้ให้อยู่ในเขตจำกัด โดยการดูแลอนามัยส่วนบุคคลให้ดี (รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน/สุขบัญญัติแห่งชาติ) หมั่นล้างมือ รักษาความสะอาดผ้าเช็ดหน้า (ควรใช้ทิชชู่สะอาดดีกว่าใช้ผ้าเช็ดหน้า เพราะดูแลการติดต่อได้ดีกว่า) เสื้อผ้า และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย

ทั้งนี้หากมีคนเป็นตาแดง ควรพยายามแยกให้อยู่คนเดียว โรคจะลดการระบาดลงอย่างมาก เป็นวิธีป้องกันโรคระบาดที่มีประสิทธิภาพ

ตาแดงจากเชื้อไวรัสรักษาอย่างไร?

การรักษาตาแดงจากติดเชื้อไวรัส เนื่องจากเกิดจากเชื้อไวรัส จึงไม่มียาอะไรที่ฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง ยาที่ใช้หยอดตาส่วนมาก คือ ใช้ยาหยอดปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย และ อาจใช้น้ำตาเทียมร่วมกับยาลดอาการระคายเคือง

การใช้ผ้าชุบน้ำเย็น (รักษาความสะอาดทั้งผ้าและน้ำเสมอ) ประคบ จะช่วย ให้อาการระคายเคืองตาน้อยลง ผู้ป่วยบางรายมีอาการเจ็บตาเคืองตามาก แพทย์อาจสั่งยาหยอดตาประเภทมียาสเตียรอยด์ร่วมกับยาปฏิชีวนะ ให้ชั่วคราว (อย่าซื้อยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกร เพราะยามีผลข้างเคียงสูง เช่น เพิ่มโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียในลูกตา และ โรคต้อหิน เมื่อใช้ไม่ถูกต้อง)

แม้จะไม่มีข้อห้ามในการใช้สายตาระหว่างที่เป็นตาแดง แต่การใช้สายตามากๆ ทำให้เคืองตา น้ำตาไหลมากขึ้น จึงควรลดการใช้สายตาลงบ้าง หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ร่วมกับผู้อื่น

โดยทั่วไปโรคตาแดงจากติดเชื้อไวรัส จะหายได้เองใน 1-2 สัปดาห์ โดยที่สายตาจะกลับมาปกติเหมือนเดิม

ควรพบแพทย์เมื่อไร?

เมื่อเป็นตาแดง ควรพบแพทย์เสมอ (เมื่อไม่มีจักษุแพทย์ พบแพทย์ทั่วไปก่อนก็ได้) เพราะตาแดงเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ต้อหิน เป็นต้น ควรรีบพบแพทย์ภายใน 1-2 วันเมื่อร่วมกับมีไข้ หรือ เคืองตามาก แต่ควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉิน เมื่อร่วมกับมีสายตาผิดปกติ เห็นภาพไม่ชัด


เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 7 คน sirikul stangg.ant mix.micky.9 oopz.fongbeer frankenstein.palazioz eiitai.pla wanlopmmp
Frame Bottom