Frame Top

ตรวจเลือดและปัสสาวะ ลดความเสี่ยง (ตอนที่ 8)

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
9 มีนาคม 2013

วิธีการเก็บปัสสาวะเพื่อการตรวจ

  • ล้างมือให้สะอาดก่อนทำการเก็บปัสสาวะ
  • หากใช้ถ้วยที่มีฝาปิด ให้เปิดฝาอย่างระมัดระวัง อย่าให้นิ้วมือถูกด้านในของถ้วย
  • ทำความสะอาดอวัยวะเพศ
  • หลังปัสสาวะออกสักพัก ให้เอาถ้วยรองปัสสาวะเพื่อเก็บปัสสาวะช่วงกลาง (Midstream) ให้ได้ประมาณ 60 มิลลิลิตร ทั้งนี้ห้ามเอาขอบถ้วยสัมผัสกับอวัยวะเพศ
  • ค่อยๆ ปิดฝาให้แน่นแล้วนำส่ง หากต้องเก็บปัสสาวะที่บ้านหรือไม่สามารถนำมาห้องแล็บได้ภายใน 1 ชั่วโมง ให้แช่เย็นไว้ด้วย
ผลการตรวจปัสสาวะ
สี ปกติ: สีเหลืองอ่อนถึงเข้ม
ผิดปกติ: ยาและอาหารอาจมีผลกระทบต่อสีของปัสสาวะ ปัสสาวะที่ไม่มีสีอาจเกิดจากการเป็นโรคไตเรื้อรังหรือโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ (Uncontrolled diabetes) ปัสสาวะสีเหลืองเข้าอาจเกิดจากภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ปัสสาวะสีแดงอาจเกิดจากการมีเลือดในปัสสาวะ
ความใส ปกติ: ใส
ผิดปกติ: ปัสสาวะขุ่นอาจเกิดจากเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง เชื้ออสุจิ (Sperm) เชื้อแบคทีเรีย (Bacteria) ยีสต์ (Yeast) ผลึก (Crystals) มูกเมือก (Mucus) หรือการติดเชื้อปาราสิต (Parasite) เช่น เชื้อทริโคโมนาส (Trichomoniasis)
กลิ่น ปกติ: มีกลิ่นถั่วเล็กน้อย
ผิดปกติ: อาหารบางชนิด เช่น แอสพารากัส (Asparagus) วิตามิน และยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) อย่างเพนนิซิลิน อาจทำให้เกิดกลิ่นต่างๆ กันไป กลิ่นผลไม้หวานอาจเกิดจากโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้. การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ สามารถทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็น ปัสสาวะที่มีกลิ่นเมเปิลไซรับ (Maple syrup) แปลว่าเป็นโรคปัสสาวะกลิ่นเมเปิลไซรับ (Maple syrup urine disease : MSUD) หรือที่เรียกกันว่า “โรคฉี่หอม” เนื่องจากร่างกายของผู้ป่วย MSUD ไม่สามารถสลายกรดอะมิโน (Amino acids) 3 ชนิด [วาลีน (Valine) ลิวซีน (Leucine) และไอโซลิวซีน (Isoleucine)] ได้

แหล่งข้อมูล

  1. Information and Resources. http://www.webmd.com/a-to-z-guides/urine-test [2013, March 8].
Blog

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน santirat_ OOOkdOOO Apple0049
Frame Bottom