Frame Top

ดื้อยาอะม็อกซิซิลลิน เพราะสิว (ตอนที่ 1)

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
1 เมษายน 2014

ผศ.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานข่าวจากประเทศอังกฤษ ว่า โรงพยาบาลเซ็นทรัลแมนเชสเตอร์พบเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะชนิดหนึ่งจนทำให้มีคนเสียชีวิตไปแล้วราว 16 คน ซึ่งกรณีดังกล่าวมาจากการใช้ยาเกินความจำเป็นโดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ

ผศ.ภญ.นิยดา กล่าวว่า แม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วยังพบปัญหาดังกล่าว ดังนั้นกรณีของประเทศไทยคงไม่ต้องพูดถึง เพราะมีปัญหานี้มานาน และไม่มีหน่วยงานควบคุมดูแลที่ชัดเจน ไม่มีการติดตามตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ และไม่มีการติดตามว่าผู้เสียชีวิตที่เกิดจากการดื้อยามีมากน้อยแค่ไหน เพราะส่วนใหญ่จะระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าติดเชื้อจากปอดบวม ฯลฯ เป็นหลัก ทั้งที่ควรมีหน่วยงานของรัฐมาดูแลเรื่องนี้ เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน แต่ไม่มีคนสนใจ

ผศ.ภญ.นิยดา กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้เรากินยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบกันบ่อยมาก ทั้งที่ไม่จำเป็น ยิ่งตามคลินิกเสริมความงามที่รักษาสิวมักจะให้ยาปฏิชีวนะ ที่เรียกว่า ยาอะม็อกซิซิลลิน (Amoxicillin) ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่ายาชนิดนี้จะแก้ปัญหาสิวอย่างไร หรือสามารถแก้สิวอักเสบได้ เพราะจริงๆ แล้ว หากจะช่วยให้ทุเลาก็น่าจะเป็นกรณีสิวอักเสบที่เป็นหนอง

แต่ที่แน่ๆ หากมีการจ่ายยาชนิดนี้และให้รับประทานเกิน 1 สัปดาห์ ติดต่อกันบ่อยๆ ย่อมมีโอกาสเกิดอาการดื้อยาในที่สุด ซึ่งเมื่อเกิดเจ็บป่วยและต้องใช้ยากลุ่มนี้ ก็ต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงขึ้น แต่หากไม่มีก็จะไม่มียารักษา

ผศ.ภญ.นิยดา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทยาไม่นิยมผลิตยากลุ่มปฏิชีวนะแล้ว เนื่องจากไม่คุ้มทุน เพราะยากลุ่มนี้มักใช้ในประเทศกำลังพัฒนา จะตั้งราคาสูงมากไม่ได้ จึงเป็นเรื่องยากที่จะผลิตหรือวิจัยยาใหม่ๆ อีก ทางเดียวที่จะทำให้มียาใช้ต่อไปคือ ต้องควบคุมการใช้ยาจุดนี้

ยาอะม็อกซิซิลลิน (Amoxicillin) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า อะม็อก (Amox) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มของ Aminopenicillin ที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียที่ไวต่อจุลินทรีย์แกรมบวกและแกรมลบ (Gram-positive and Gram-negative microorganisms) เป็นยาที่นิยมใช้เพราะดูดซึมได้ง่าย และเป็นหนึ่งในยาปฏิชีวนะที่นิยมใช้ในเด็ก

ยาอะม็อกซิซิลลินเป็นยาที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อหลายชนิด เช่น หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน (Acute otitis media) ต่อมทอนซิลอักเสบ (Streptococcal pharyngitis) โรคปอดบวม (Pneumonia) ผิวหนังติดเชื้อ (Skin infections) โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ (Urinary tract infections) โรคติดเชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella infections) โรคไลม์ (Lyme disease) และโรคหนองในเทียม (Chlamydia infections)

บางครั้งก็มีการใช้ยาอะม็อกซิซิลลินในการรักษาสิว (Acne vulgaris) ในกรณีที่สิวไม่สนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะตัวอื่น เช่น ยา Doxycycline และยา Minocycline

แหล่งข้อมูล

  1. อึ้ง! กินยารักษาสิวบ่อย เสี่ยงเชื้อดื้อยา http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9570000032797 [2014, March 31].
  2. Amoxicillin.http://en.wikipedia.org/wiki/Amoxicillin [2014, March 31].
Blog

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน siriratana.suwanpayakul Tapanut
Frame Bottom