Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ตับ  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ตัวเหลือง  ตาเหลือง 

บทนำ

ดีช่าน (Jaundice) คือ อาการที่ ตัว ตาขาว และเนื้อเยื่อต่างๆโดยเฉพาะเยื่อเมือก เกิดมีสีเหลืองขึ้น ดังนั้น ดีซ่านจึงเป็นอาการไม่ใช่โรค แต่บ่อยครั้งเรียกว่า โรคดีซ่าน อาการดีซ่าน มักมีสาเหตุเกิดจากโรคของตับ และ/หรือ ทางเดินน้ำดี แต่สามารถพบเกิดจากสาเหตุอื่นๆได้

ดีซ่าน เป็นอาการพบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยพบ ได้ใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย

โรคดีซ่านมีกลไกการเกิดอย่างไร?

ดีซ่านมีกลไกเกิดจาก มีปริมาณสารให้สีเหลืองที่เรียกว่า บิลิรูบิน (Bilirubin) ในเลือดสูงเกินปกติมาก ซึ่งสารบิลิรูบิน เป็นสารปลายทางจากการที่เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย โดยในภาวะปกติ เม็ดเลือดแดงที่ถูกทำลาย คือ เม็ดเลือดแดงที่แก่แล้ว ทั้งนี้เม็ดเลือดแดงปกติจะมีอายุประมาณ 120 วัน เมื่อเม็ดเลือดแดงที่อายุเกิน 120 วัน ผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อซึ่งทำหน้าที่ทำลายตัวแก่เม็ดเลือดแดงเหล่านี้ ซึ่งโดยทั่วไป คือ ม้าม แต่พบในตับ และในไขกระดูกได้ เนื้อเยื่อนี้จะทำลายเม็ดเลือดแดง และให้เป็น สารบิลิรูบิน และ เหล็ก โดยร่างกายจะนำเหล็กกลับไปใช้ในไขกระดูกเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ แต่จะกำจัดสารบิลิรูบินออกจากร่างกายผ่านทางตับ

ในภาวะปกติ ในระยะแรก สารบิลิรูบินในกระแสโลหิต (เลือด) จะเป็นสารบิลิรูบินชนิดไม่ละลายน้ำ (Unconjugated bilirubin) แต่เมื่อผ่านเข้าไปในตับ ตับจะสังเคราะห์ให้บิลิรูบินชนิดไม่ละลายน้ำนี้ เปลี่ยนเป็นบิลิรูบินที่ละลายน้ำ (Conjugated bilirubin) และตับขับสารนี้ออกจากร่างกายโดยปนมากับน้ำดี (Bile) ที่ขับออกทางท่อน้ำดี ซึ่งมีทั้งท่อน้ำดีภายในตับ และท่อน้ำดีภายนอกตับ และนำ มาเก็บไว้ในถุงน้ำดี ซึ่งน้ำดี เป็นน้ำย่อยอาหารชนิดหนึ่งสร้างจากตับ เพื่อการย่อยอาหารในลำไส้เล็กโดยเฉพาะไขมัน สารบิลิรูบินจึงปะปนในกากอาหาร และผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ และถูกขับออกโดยปนมากับอุจจาระ สีเหลืองของอุจจาระจึงเป็นสีที่ได้จาก บิลิรูบิน

แต่เมื่อเกิดความผิดปกติจากการที่ในเลือดมีสารบิลิรูบินสูงมากกว่าปกติมาก สารบิลิรูบินที่มีปริมาณมากผิดปกตินี้ จะเข้าไปจับในเนื้อเยื่อต่างๆ ก่อให้เนื้อเยื่อเหล่านั้นเกิดมีสีเหลืองขึ้น เหลืองมากหรือน้อย ขึ้นกับปริมาณบิลิรูบินในเลือด ซึ่งการมีสีเหลืองผิดปกติของเนื้อเยื่อต่างๆพร้อมกันทั่วร่างกาย เรียกว่า โรค/อาการดีซ่าน แต่ที่เราเห็นได้ชัด คือ บริเวณผิวหนังทั่วตัว และในส่วนตาขาว จึงเรียกอาการนี้ว่า อาการตัวและตาเหลือง หรือ ดีซ่าน เพราะเกิดจากสารบิลิรูบินในน้ำดี ซ่าน หรือกระจายไปทั่วร่างกายนั่นเอง

โรคดีซ่านมีสาเหตุจากอะไร?

สาเหตุที่ทำให้ในเลือดมีสารบิลิรูบินสูงขึ้น อาจสูงขึ้นเฉพาะชนิดไม่ละลายน้ำ หรือเฉพาะชนิดละลายน้ำ หรือ ทั้งสองชนิด ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุ โดยสาเหตุของโรค/อาการดีซ่านที่พบบ่อย คือ

สาเหตุที่พบบ่อยในเด็ก ได้แก่

สาเหตุที่พบบ่อยในผู้ใหญ่ ได้แก่

โรคดีซ่านมีอาการอย่างไร?

อาการของโรคดีซ่าน คือ อาการจากการมีสารบิลิรูบินในเลือดสูง และอาการจากสาเหตุ เช่น มีไข้ คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย เมื่อเกิดจากติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ หรือ มีไข้สูงหนาวสั่นเมื่อเกิดจากติดเชื้อ โรคไข้จับสั่น หรือ โรคฉี่หนู หรือ จาก ภาวะซีด เมื่อเกิดจากโรคเลือด

อาการจากสารบิลิรูบินในเลือดสูง คือ อาการตัวและตาเหลือง และอาการคัน จากสารบิลิรูบินก่อการระคายเคืองต่อผิวหนัง แต่ในเด็กทารก เมื่อมีบิลิรูบินในเลือดสูงมาก สารนี้จะซึมเข้าสู่สมอง ก่อให้เกิด โรคสมองอักเสบ ชนิดไม่ใช่เกิดจากติดเชื้อได้ ทั้งนี้เพราะในทารก สมองยังเจริญได้ไม่ดีพอ สารบิลิรูบินจึงซึมเข้าสู่สมองได้ แต่ในเด็กวัยอื่นๆและในผู้ใหญ่ สมองสามารถป้องกันไม่ให้สารนี้เข้าสู่สมองได้ ดังนั้นสารบิลิรูบินจึงก่ออาการทางสมองเฉพาะในทารกเท่านั้น

อาการของทารก จากมีสารบิลิรูบินเข้าไปจับในสมอง เช่น ชัก ร้องไห้เสียงสูงผิดปกติ ซึม นอนทั้งวัน ไม่ดูดนม กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง หูหนวกถาวร และเมื่อโตขึ้น อาจมีสติปัญญาด้อยกว่าเกณฑ์

แพทย์วินิจฉัยโรคดีซ่านได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคดีซ่าน ได้จาก ประวัติอาการ ประวัติการติดเชื้อ โรคประจำตัวทั้งในอดีตและปัจจุบัน การตรวจร่างกาย การตรวจเลือดดู ซีบีซี ค่าสารบิลิรูบิน ค่าการทำงานของตับ และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ ทั้งนี้ขึ้นกับอาการผู้ป่วย และดุลพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจภาพตับด้วยอัลตราซาวด์ หรือ การตรวจเลือดดูค่าสารภูมิต้านทานโรคต่างๆ เพื่อวินิจฉัย โรคไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น และในบางครั้ง อาจจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อจากตับเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

รักษาโรคดีซ่านได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาโรค/อาการดีซ่าน คือ การรักษาสาเหตุ เพื่อลดปริมาณ บิลิรูบินในเลือด เช่น ให้ ยาปฏิชีวนะ เมื่อเกิดจาก โรคฉี่หนู หรือ ผ่าตัดเมื่อเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี นอกจากนั้น คือ การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ให้ยาบรรเทาอาการคันเมื่อมีอาการคันร่วมด้วย เป็นต้น

โรคดีซ่านมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง?

ผลข้างเคียงจากโรค/อาการดีซ่าน คือ อาการคัน การเสียภาพลักษณ์จากตัว/ตาเหลือง และอาการทางสมองที่พบในทารกดังกล่าวแล้ว นอกจากนั้น คือ อาการจากผลข้างเคียงจากโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น ภาวะซีด เมื่อเกิดจากโรคเลือด หรือ โรคที่มีการทำลายเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น หรือ อาจเกิด โรคตับแข็ง เมื่ออาการเกิดจาก โรคไวรัสตับอักเสบ บี

โรคดีซ่านรุนแรงไหม?

ความรุนแรงของโรค/อาการดีซ่าน ขึ้นกับสาเหตุ เช่น ไม่รุนแรงเมื่อมีสาเหตุจากโรคนิ่วในถุงน้ำดี แต่จะรุนแรงมาก เมื่อสาเหตุเกิดจากโรคมะเร็งตับ เป็นต้น

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ในเด็กทารก ควรรีบนำเด็กพบแพทย์เมื่อเด็กมีอาการดีซ่านตั้งแต่แรกเกิด หรือ เด็กมี ตัว ตา เหลืองมาก หรือ มากขึ้นเรื่อยๆ หรือ ตัว ตา เหลือง ไม่ค่อยๆจางลงภายใน 1 สัปดาห์ หรือ เมื่ออาการเกิดร่วมกับความผิดปกติอื่นๆ เช่น มีไข้ หรือ เมื่อมารดามีความกังวลในอาการ

ในเด็กวัยอื่นๆและในผู้ใหญ่ ควรรีบพบแพทย์เสมอ เมื่อมีอาการ ตัว ตาเหลือง และภายหลังพบแพทย์แล้ว การดูแลตนเองที่บ้าน ได้แก่

  • ปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลแนะนำ
  • พักผ่อนเต็มที่ หยุดงาน หยุดเรียนตามแพทย์แนะนำ
  • กินอาหาร ดื่มน้ำตามแพทย์/พยาบาลแนะนำ
  • กินยาเฉพาะที่แพทย์/พยาบาลแนะนำ ไม่ซื้อยากินเอง
  • งดสุรา และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะจะทำลายเซลล์ตับเพิ่มขึ้น
  • รักษา สุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ลดโอกาสติดเชื้อรุนแรง และป้องกันโรคติดต่อสู่ผู้อื่น เมื่อสาเหตุของอาการเกิดจากการติดเชื้อ
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบก่อนนัด เมื่ออาการต่างๆเลวลง หรือ ผิด ปกติไปจากเดิม หรือ เมื่อกังวลในอาการ

ป้องกันโรคดีซ่านได้อย่างไร?

การป้องกันโรค/อาการดีซ่าน คือ การป้องกันสาเหตุที่ป้องกันได้ ซึ่งที่สำคัญ คือ

บรรณานุกรม

  1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  2. Jaundice. http://en.wikipedia.org/wiki/Jaundice [2011, July 8].
  3. Roche, S., and Kobos, R. (2004).Jaundice in the adult patient. Am Fam Physician, 69, 299-304.

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน ton.megamind
Frame Bottom