Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ไต  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เบาหวาน 

บทนำ

ยาดาพากลิโฟลซิน(Dapagliflozin) เป็นยาในกลุ่มยา Gliflozin หรือ Sodium-glucose Cotransporter inhibitor มีฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับของน้ำตาลกลูโคส(Glucose)ที่บริเวณไต ทางคลินิก จึงได้นำยานี้มาใช้รักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ยาดาพากลิโฟลซินถูกพัฒนาเมื่อปี ค.ศ.2011 (พ.ศ.2554) โดยบริษัท Bristol-Myers Squibb การใช้ยานี้มักจะต้องควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมตามแพทย์ พยาบาล แนะนำ

ยาดาพากลิโฟลซินสามารถใช้ร่วมกับยารักษาเบาหวานกลุ่มอื่น อย่างเช่น Metformin ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษานั่นเอง โดยรูปแบบยาแผนปัจจุบันของยานี้ จะเป็นยาชนิดรับประทาน ที่หลังการดูดซึมจากระบบทางเดินอาหาร ตัวยาที่เข้าสู่กระแสเลือดจะเกิดการรวมตัวกับโปรตีนในเลือดประมาณ 91% และร่างกายต้องใช้เวลา ประมาณ 12.9 ชั่วโมงเพื่อกำจัดยานี้ออกจากกระแสเลือด โดยผ่านทิ้งไปกับปัสสาวะและอุจจาระ

ระหว่างที่ผู้ป่วยได้รับยาดาพากลิโฟลซิน ควรต้องหมั่นตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองตามแพทย์ พยาบาล แนะนำ และมารับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจากโรงพยาบาลตามคำสั่งแพทย์เสมอ ซึ่งโดยทั่วไป แพทย์จะทำการนัดผู้ป่วยมาพบเป็นระยะๆเพื่อดูความก้าวหน้าของการรักษา ผู้ป่วยควรมาโรงพยาบาลตามแพทย์นัดทุกครั้ง

ทั้งนี้ มีข้อควรระวังบางประการที่ผู้บริโภคควรทราบก่อนการใช้ยาดาพากลิโฟลซิน เช่น

โดยสรุป นอกจากต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ระหว่างที่ใช้ยาดาพากลิโฟลซิน ผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจสอบระดับไขมันแอลดีแอล (LDL cholesterol)ในเลือด ตรวจการติดเชื้อราในช่องทางเดินสืบพันธุ์ ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจระดับอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte)ในเลือด ตลอดจนสภาพเลือดว่าเป็นกรดหรือไม่

ด้วยกลไกการออกฤทธิ์ของยาดาพากลิโฟลซิน ไม่เหมาะต่อการนำไปรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 1 การคัดเลือกตัวยาที่จะใช้รักษาเบาหวานประเภทใด จึงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น โดยผู้ป่วยควรปฏิบัติและใช้ยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

สำหรับข้อมูลด้านอื่นๆที่ควรทราบเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยปรับตัวได้ดีเมื่อได้รับยาดาพากลิโฟลซิน เพื่อเกิดประโยชน์ต่อตัวผู้ป่วยสูงสุด อาทิ เช่น

ในประเทศไทยโดยคณะกรรมการอาหารและยา ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยาดาพากลิโฟลซิน อยู่ในหมวดยาควบคุมพิเศษ การสั่งจ่ายให้ผู้ป่วยจะต้องมีใบสั่งจากแพทย์มากำกับเท่านั้น ผู้บริโภคไม่สามารถหาซื้อยานี้จากร้านขายยาได้โดยตรง

หากต้องการทราบข้อมูลของยาดาพากลิโฟลซินเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้จากแพทย์ผู้ที่ทำการรักษาโรคเบาหวาน หรือจากเภสัชกรได้โดยทั่วไป

ยาอะบาคาเวียร์มีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร?

ดาพากลิโฟลซิน

ยาดาพากลิโฟลซินมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ เพื่อ บำบัดรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2

ดาพากลิโฟลซินมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาดาพากลิโฟลซินคือ ตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดคืนกลับของน้ำตาลในเลือดที่บริเวณไต โดยไม่มีผลกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินของตับอ่อน ส่งผลลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด จากกลไกดังกล่าว ทำให้เกิดฤทธิ์รักษาได้ตามสรรพคุณ

ดาพากลิโฟลซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาดาพากลิโฟลซิน มีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็น ยาเม็ดชนิดรับประทานขนาด 5 และ 10 มิลลิกรัม/เม็ด

ดาพากลิโฟลซินมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาดาพากลิโฟลซิน มีขนาดรับประทาน เช่น

  • ผู้ใหญ่: เริ่มต้นรับประทานยาครั้งละ 5 มิลลิกรัม วันละ 1ครั้ง ตอนเช้า ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ โดยควรรับประทานยาตรงเวลาในแต่ละวัน ทั้งนี้แพทย์อาจปรับเพิ่มขนาดรับประทานเป็นครั้งละ 10 มิลลิกรัม โดยดูจากการตอบสนองของระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยต่อยานี้
  • เด็ก: ทางคลินิก ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัย และขนาดยานี้ในเด็ก การใช้ยานี้ในเด็กจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

อนึ่ง:

  • ผู้ป่วยโรคไตที่มีความรุนแรงระดับกลางไปจนถึงขั้นรุนแรงมาก อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหลีกเลี่ยง/ ห้ามใช้ยานี้
  • ผู้ป่วยโรคตับที่ไม่รุนแรงหรือรุนแรงในระดับกลาง ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดรับประทานแต่อย่างใด
  • สามารถใช้ร่วมกับยารักษาเบาหวานชนิดอื่นได้ เช่น Metformin เป็นต้น

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาดาพากลิโฟลซิน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาดาพากลิโฟลซิน สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 2 เท่า

แต่อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิผลของการรักษา ควรรับประทานยาดาพากลิโฟลซินตรงเวลา

ดาพากลิโฟลซินมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาดาพากลิโฟลซินสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น

มีข้อควรระวังการใช้ดาพากลิโฟลซินอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาดาพากลิโฟลซิน เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึง ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาดาพากลิโฟลซินด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสมุนไพร ต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

ดาพากลิโฟลซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาดาพากลิโฟลซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น เช่น

ควรเก็บรักษาดาพากลิโฟลซินอย่างไร?

ควรเก็บยาดาพากลิโฟลซินภายใต้อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส(Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ และเก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น

ดาพากลิโฟลซินมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาดาพากลิโฟลซิน ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้า และบริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Forxiga (ฟอร์ซิกา)AstraZeneca

อนึ่ง ยาชื่อการค้าอื่นของยานี้ที่จำหน่ายในต่างประเทศ เช่น Farxiga

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Gliflozin [2016,Nov12]
  2. http://www.mims.com/thailand/drug/info/forxiga [2016,Nov12]
  3. https://www.drugs.com/ppa/dapagliflozin.html [2016,Nov12]
  4. https://www.drugs.com/drug-interactions/dapagliflozin-index.html?filter=2&generic_only=#N [2016,Nov12]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Nakon Nunuhgf
Frame Bottom