Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ตับอ่อน  ไต  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคมะเร็ง 

บทนำ

ยาซูนิทินิบ (Sunitinib) เป็นยาที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก รวมถึงมีความสามารถในการยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในร่างกาย มีข้อบ่งใช้ในการรักษามะเร็ง 3 ชนิดในปัจจุบันได้แก่ มะเร็งของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร/เนื้องอกจีสต์/มะเร็งจีสต์ (Gastrointestinal Stromal Tumors; GIST), มะเร็งไตขั้นแพร่กระจาย (Metastatic Renal Cell Carcinoma; MRCC) และมะเร็งตับอ่อนชนิดที่มีจุดกำเนิดจากเซลล์ต่อมไร้ท่อในตับอ่อน (Pancreatic Neuroendocrine Tumors; pNET)

ปัจจุบันยาซูนิทินิบจัดเป็นยาควบคุมพิเศษตามกฎหมาย ระหว่างการใช้ยานี้ผู้ป่วยควรได้ รับการตรวจและติดตามประสิทธิภาพของยา การดำเนินของโรค และผลข้างเคียงจากยาจากแพทย์ผู้รักษาอย่างใกล้ชิด

ยาซูนิทินิบมีสรรพคุณอย่างไร?

ซูนิทินิบ

ยาซูนิทินิบมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ดังต่อไปนี้

ก. ใช้รักษาโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหารที่เรียกว่า เนื้องอกจึสต์/มะเร็งจีสต์ (Gastrointestinal Stromal Tumors; GIST) ในกรณีเมื่อทานยาอิมาทินิบ (Imatinib) แล้วไม่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งนี้ได้

ข. ใช้รักษาโรคมะเร็งไตขั้นแพร่กระจาย (Metastatic Renal Cell Carcinoma; MRCC)

ค. ใช้รักษาโรคมะเร็งตับอ่อนชนิดที่มีจุดกำเนิดจากเซลล์ต่อมไร้ท่อในตับอ่อน (Pancreatic Neuroendocrine Tumors; pNET)

ยาซูนิทินิบออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาซูนิทินิบออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของตัวรับของเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส (Receptor Tyrosine Kinase; RTKs) ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเนื้องอกและกับกระบวนการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง นำไปสู่การตายของเซลล์มะเร็งในที่สุด นอกจากนี้ยาซูนิทินิบยังทำหน้าที่ยับยั้ง KIT (Tyrosine-protein kinase Kit) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตัวรับเอนไซม์ไทโรซีนไคเนสที่มีผลต่อการเติบโตของเซลล์มะเร็งของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร (GIST) ทำให้มีการนำมาใช้รักษาโรคดังกล่าวด้วย

ยาซูนิทินิบมีรูปแบบจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาซูนิทินิบมีรูปแบบเภสัชภัณฑ์เป็นยาแคปซูลชนิดแข็ง (Hard Capsule) ขนาดความแรง 12.5, 25, 37.5 และ 50 มิลลิกรัมต่อหนึ่งเม็ดแคปซูล ในประเทศไทยมีเพียงขนาดความแรง 12.5 มิลลิกรัมต่อแคปซูลที่จัดจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

ยาซูนิทินิบมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาซูนิทินิบมีขนาดรับประทานเช่น

ก. สำหรับโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร (GIST) และโรคมะเร็งไตขั้นแพร่ กระจาย (MRCC): ขนาดยาที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือรับประทานวันละ 50 มิลลิกรัมวันละหนึ่งครั้งเป็นเวลาต่อเนื่องกัน 4 สัปดาห์ และให้หยุดพักใช้ยาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ (รวมเป็น 6 สัปดาห์) ถือเป็น 1 รอบการบริหารยา/การใช้ยา ผู้ป่วยอาจต้องรับประทานยาติดต่อกันหลายรอบการบริหารยา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยวินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา

แพทย์ผู้ทำการรักษาอาจพิจารณาปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นอีกวันละ 12.5 มิลลิกรัมได้ทั้งนี้ขึ้นกับความสามารถในการทนต่อยาของผู้ป่วยและความปลอดภัย โดยขนาดยาสูงสุดไม่ควรเกิน 75 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ต่ำกว่าวันละ 25 มิลลิกรัมต่อวัน

ข. สำหรับโรคมะเร็งตับอ่อนชนิดที่มีจุดกำเนิดจากเซลล์ต่อมไร้ท่อในตับอ่อน (pNET): ขนาดยาที่แนะนำคือ รับประทานวันละ 37.5 มิลลิกรัมวันละหนึ่งครั้งต่อเนื่องกันโดยไม่ต้องหยุดพักการบริหารยา แพทย์ผู้ทำการรักษาอาจพิจารณาปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นอีกวันละ 12.5 มิลลิกรัมได้ทั้งนี้ขึ้นกับความสามารถในการทนต่อยาของผู้ป่วยและความปลอดภัย โดยขนาดยาสูง สุดไม่ควรเกิน 50 มิลลิกรัมต่อวัน

*อนึ่ง แพทย์ผู้ทำการรักษาไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยานี้ในผู้ป่วยโรคไต โรคตับ หรือผู้สูงอายุ

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาที่รวมถึงซูนิทินิบ ควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรเช่น

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาซูนิทินิบให้รับประทานโดยทันทีที่นึกขึ้นได้ หากใกล้เวลาการรับประทานยาในมื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อยานั้นไป และรับประทานยาตามมื้อยาถัดไปตามปกติโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

ยาซูนิทินิบมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาซูนิทินิบอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์) บางประการเช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก หรือท้องเสีย อ่อนเพลีย ผิวแห้ง ปากแห้ง การรับรสเปลี่ยนไป ไม่อยาอาหาร น้ำหนักลด ผมร่วง ผมบางลงหรือเปราะบาง อาจเกิดผิวหนังแห้งแตกบริเวณหน้า มือและฝ่าเท้า รู้สึกปวดแสบบริเวณริมฝีปาก ลิ้น หรือบริเวณลำคอ มีอาการซึมเศร้า รู้สึกไม่สบายเมื่ออยู่ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็น หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นและมีแนวโน้มว่าอาการแย่ลงหรือไม่ทุเลาให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด

*หากรับประทานยาซูนิทินิบแล้วเกิดอาการแพ้ยาเช่น ผื่นคัน อาการบวมของริมฝีปาก เปลือกตา/หนังตา ใบหน้า หรือหายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก หรือมีอาการข้างเคียงที่มีความรุนแรงเช่น อาเจียนมีสีเข้มเหมือนมีเลือดปน/อาเจียนเป็นเลือด ปวดศีรษะรุนแรง มีไข้ หนาวสั่น มีอาการปวดบวมของขาหรือบริเวณข้อเท้า ปวด/เจ็บแน่นหน้าอก นอนไม่หลับ ไอมีเลือดปน/ไอเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด ให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน

ยาซูนิทินิบมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นไหม?

ยาซูนิทินิบมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ก. หลีกเลี่ยงการบริหารยา/การใช้ยาเหล่านี้ร่วมกับยาซูนิทินิบเพราะอาจทำให้ผลข้างเคียงของยาทั้ง 2 ชนิดเพิ่มมากขึ้น ยาเหล่านั้นได่แก่

ข. ยาที่มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาซูนิทินิบและอาจทำให้ระดับยานั้นๆสูงขึ้น: เช่น

การบริหารยาเหล่านี้ร่วมกับยาซูนิทินิบควรเฝ้าระวังอาการข้างเคียงหรือพิษของยาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

ค. ยาที่มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาซูนิทินิบและอาจทำให้ระดับซูนิทินิบในเลือดสูงขึ้น: เช่น

ง. ยาที่อาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจเมื่อบริหารร่วมกับยาซูนิทินิบ:

ยาบางชนิดหากบริหารร่วมกับยาซูนิทินิบอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ภาวะระยะคิวทียาว/QT prolongation) ได้แก่

ควรหลีกเลี่ยงการบริหารยาเหล่านี้ร่วมกับยาซูนิทินิบ

ส่วนยาเลฟลูโนไมด์/Leflunomide (รักษาโรคข้อรูมาตอยด์), ยาพรูคาโลไพรด์/Prucalo pride (ยารักษาภาวะท้องผูกเรื้อรัง), ยาไรวารอกซาแบน/Rivaroxaban (ยาต้านการแข็งตัวของ เลือด) ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้เช่นกัน

*อนึ่ง ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอย่างสม่ำเสมอ หากต้องการใช้ยาเหล่า นี้ร่วมกับยาซูนิทินิบ

มีข้อควรระวังในการใช้ยาซูนิทินิบอย่างไร?

มีข้อควรระวังในการใช้ยาซูนิทินิบเช่น

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยายาซูนิทินิบ) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ควรเก็บรักษายาซูนิทินิบอย่างไร?

ควรเก็บรักษายาซูนิทินิบดังนี้

  • เก็บในภาชนะบรรจุหรือบรรจุภัณฑ์ดั้งเดิมของผู้ผลิต
  • เก็บในอุณหภูมิห้องปกติ ควรหลีกเลี่ยงที่อับชื้นเช่น บริเวณใกล้ห้องน้ำ ห้องครัว หรือบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง
  • เก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ยาซูนิทินิบมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาซูนิทินิบที่มีจำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าและบริษัทผู้ผลิตดังต่อไปนี้

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
ซูเท็นต์ (Sutent)บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

บรรณานุกรม

  1. U.S FDA Medication Guide. SUTENT (sunitinib)http://www.fda.gov/downloads/Drugs/DrugSafety/UCM219111.pdf [2015,Aug15]
  2. American Pharmacists Association. Sunitinib, Drug Information Handbook with International Trade Names. 23;2014:1994-1996.
  3. Hartmann JT, Kanz L. Sunitinib and periodic hair depigmentation due to temporary c-KIT inhibition. Arch Dermatol 2008; 144 (11): 1525–6.
  4. Cancer Research UK.http://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/cancers-in-general/treatment/cancer-drugs/sunitinib [2015,Aug15]
  5. ส่วนงานสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/drgdrug/DSerch.asp [2015,Aug15]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน siriratana.suwanpayakul
Frame Bottom