Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคมะเร็ง 

บทนำ

เซลล์ในร่างกายได้รับการควบคุมในการเจริญในการพัฒนาตลอดจนการแบ่งเพิ่มจำนวนเซลล์ในร่างกาย เซลล์มะเร็งบางชนิดสูญเสียความสามารถในการรับคำสั่งหรือสัญญาณให้เกิดการแบ่งตัวโดยสามารถแบ่งเพิ่มจำนวนเซลล์ได้เองจากสัญญาณอื่นๆที่ผิดปกติ ทำให้เกิดมีการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติและพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

ผู้ป่วยบางรายพบว่ามีการกลายพันธุ์ของตัวรับ (Receptor) ที่เรียกว่า EGFR (Epidermal growth factor receptor) ซึ่งเป็นตัวรับที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ หรือในการพัฒนาของฮอร์โมนบางชนิด เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น EGFR จะส่งสัญญาณผ่านโปรตีน KRAS (Kirsten rat sarcoma) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ ทำให้เซลล์มีการเจริญเติบโตและแบ่งตัวอย่างผิดปกติโดยไม่จำเป็นต้องได้รับสัญญาณจาก Growth Factor หรือปัจจัยกระตุ้นการเจริญเติบโตเหมือนเซลล์อื่นๆทั่วไป

ยาซีทูซิแมบ (Cetuximab) เป็นยาที่จะเข้าจับกับตัวรับ EGFR และยับยั้งการส่งสัญญาณกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ทำให้เซลล์มะเร็งไม่สามารถขยายเพิ่มจำนวนได้ ปัจจุบันจัดยานี้เป็นยาควบคุมพิเศษตามกฎหมายโดยใช้ภายการดูแลของแพทย์เท่านั้น

ยาซีทูซิแมบมีสรรพคุณอย่างไร?

ซีทูซิแมบ

ยาซีทูซิแมบมีข้อบ่งใช้หรือสรรพคุณดังต่อไปนี้

ยาซีทูซิแมบออกฤทธิ์อย่างไร?

โดยปกติเซลล์ของร่างกายจะสามารถแบ่งเพิ่มจำนวนเซลล์ได้เมื่อได้รับสัญญาณ (Signal) จากสารเร่งการเจริญเติบโตหรือ Growth Factor หากแต่เซลล์มะเร็งบางกลุ่มมีความสามารถในการรับสัญญาณที่เปลี่ยนไปกล่าวคือ สามารถเกิดการแบ่งตัวได้แม้ไม่มีสัญญาณจาก Growth Factor แต่มีตัวรับ (Receptor) จากกลุ่มสัญญาณอื่นๆแทน

ยาซีทูซิแมบออกฤทธิ์โดยการปิดกั้นการส่งสัญญาณที่มีผลต่อการกระตุ้นเซลล์มะเร็งบางชนิดโดยจับกับตัวรับ EGFR (Epidermal growth factor receptor) ซึ่งเป็นตัวรับที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์หรือการพัฒนาของฮอร์โมนบางชนิด เพื่อยับยั้งการส่งสัญญาณการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งผ่านโปรตีน KRAS จึงทำให้ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งได้

ยาซีทูซิแมบมีรูปแบบจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาซีทูซิแมบที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยเป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ยาฉีด ขนาดความแรง 5 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร (5 mg/mL) ขนาดบรรจุภัณฑ์ 20 มิลลิลิตรต่อหนึ่งขวดบรรจุ

ยาซีทูซิแมบมีขนาดบริหารยาอย่างไร?

ก่อนการบริหารยา/ใช้ยาซีทูซิแมบ (หยดยาเข้าหลอดเลือดดำ) แพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่มต้านฮิสตามีน (Antihistamines) ก่อนการให้ยาซิทูซิแมบประมาณ 30 - 60 นาทีเพื่อช่วยลดปฏิกิริยาภูมิแพ้ของร่างกายต่อยานี้ (Risk of an infusion reaction)

การกำหนดขนาดยาซีทูซิแมบเป็นการกำหนดขนาดยาจากพื้นที่ผิวของร่างกาย (Body surface area) โดยมีขนาดยาทั่วไปในการรักษาคือ

การให้ครั้งแรกให้ยานี้ขนาด 400 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ผิวหนึ่งตารางเมตร หลังจากนั้นให้ยาขนาด 250 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ผิวหนึ่งตารางเมตรสัปดาห์ละครั้งจนกว่าอาการทางคลินิกจะดีขึ้น หรือหยุดยานี้หากผู้ป่วยไม่สามารถทนผลข้างเคียงจากการใช้ยานี้ได้

การใช้ยานี้แพทย์อาจพิจารณาใช้ร่วมกับยาต้านมะเร็ง/ยาเคมีบำบัดตัวอื่นๆหรือใช้เป็นยาเดี่ยวในการรักษาขึ้นกับประเภทและชนิดของมะเร็ง ขนาดยาอาจมีการปรับให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะรายได้

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาซีทูซิแมบควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรเช่น

หากลืมบริหารยาควรทำอย่างไร?

หากลืมบริหารหรือรับยาซิทูซิแมบตามที่แพทย์นัดไว้ควรแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบหรือติดต่อสถานพยาบาลที่ผู้ป่วยเข้ารับยาโดยทันทีเพื่อนัดหมายการบริหารยาหรือเข้ารับการรับยาโดยเร็วที่สุด

ยาซีทูซิแมบมีผลไม่พึงประสงค์ไหม?

ยาซิทูซิแมบอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์) บางประการเช่น เกิดผื่นคัน คันตา ผิวหรือริมฝีปากแตก ปากแห้ง เจ็บบริเวณริมฝีปาก-ช่องปาก-ลำคอ ปวดและบวมบริเวณนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ผมร่วง ตาไวต่อแสงแดด (เช่น น้ำตาไหล แสบตา) ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน น้ำหนักลด หากอาการเหล่านี้เกิดอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานานให้แจ้งให้แพทย์ทราบในการพบแพทย์ครั้งต่อไปหรือพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด

แต่หากยาซิทูซิแมบก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่มีความรุนแรงเช่น ปริมาณปัสสาวะลดลง/ถ่ายปัสสาวะได้น้อยลง การมองเห็นภาพเปลี่ยนไป ไอเป็นเลือด หรือเกิดอาการแพ้ยา เช่น มีอาการบวมบริเวณริมฝีปาก เปลือกตา/หนังตา มีการลอกของผิวหนังร่วมกับผื่นคันอย่างรุนแรง เกิดอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีดยา หรือเกิดลักษณะเหมือนแผลติดเชื้อ หายใจไม่สะดวก /หายใจลำบาก ให้รีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน

ยาซีทูซิแมบมีปฏิกิริยากับยาตัวอื่นไหม?

จากการศึกษาทางคลินิกยังไม่พบว่ายาซีทูซิแมบมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดีผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์พยาบาลและเภสัชกรทราบว่าผู้ป่วยกำลังใช้ยาต่างๆ วิตามิน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพรอื่นๆ

มีข้อควรระวังในการใช้ยาซีทูซิแมบอย่างไร?

มีข้อควรระวังในการใช้ยาซีทูซิแมบเช่น

  • ไม่ใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่แพ้ยาหรือแพ้ส่วนประกอบของยานี้
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในผู้ป่วยตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรรวมไปถึงหากคู่สมรสของผู้ป่วยอยู่ในระยะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หรือควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีป้องกันที่เหมาะสม เนื่องจากยานี้สามารถขับออกได้ทางน้ำเชื้อของผู้ป่วยชายขณะมีเพศสัมพันธ์ได้
  • ผู้ป่วยที่วางแผนที่จะตั้งครรภ์หรือคู่สมรสของผู้ป่วยวางแผนที่จะตั้งครรภ์ ควรตั้งครรภ์หลังจากหยุดยานี้แล้วอย่างน้อย 6 เดือน ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ในระยะให้นมบุตรควรระงับการให้นมบุตรอย่างน้อย 60 วันหลังจากหยุดยานี้ไปแล้ว
  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณกลางแจ้งที่มีแสงแดดส่องโดยตรง หากมีความจำเป็นผู้ป่วยควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปบริเวณกลางแจ้งหรือสวมหมวกหรือแว่นตาดำ เนื่องจากขณะใช้ยานี้ผิวหนังผู้ป่วยอาจมีความไวต่อแสงแดดมากกว่าบุคคลทั่วไป
  • หลังการบริหารยาเสร็จสิ้นแพทย์ผู้ทำการรักษาอาจให้ผู้ป่วยรอติดตาผลข้างเคียงจากยาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนอนุญาตให้กลับบ้าน หากผู้ป่วยมีอาการผิดปกติเช่น หายใจลำบาก มีการบวมขา เปลือกตา/หนังตา และริมฝีปาก มีผื่นคันขึ้น รู้สึกเหมือนจะเป็นลม มึนงง การมองเห็นพร่ามัว/ตาพร่า คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ ขณะกำลังให้ยาหรือหลังจากให้ยาไปแล้วให้แจ้งให้แพทย์พยาบาลทราบทันที และถ้าอาการเกิดหลังกลับบ้านแล้วต้องรีบกลับมาโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน
  • ผู้ป่วยที่ใช้ยานี้เพื่อรักษามะเร็งศีรษะและลำคออาจใช้วิธีรังสีรักษาร่วมด้วยซึ่งอาจมีความเสี่ยงเกิดการหยุดเต้นของหัวใจ (Cardiac Arrest) ผู้ป่วยจึงควรอภิปรายวิธีการรักษา ผลข้างเคียง และความเสี่ยงร่วมกับแพทย์ รวมถึงแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีประวัติโรคหัวใจมาก่อน
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใข้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยาซีทูซิแมบ) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวม ทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ควรเก็บรักษายาซีทูซิแมบอย่างไร?

ควรเก็บรักษายาซีทูซิแมบดังนี้

  • เก็บยาที่ยังไม่ได้รับการผสมไว้ในตู้เย็นควบคุมอุณหภูมิ 2 - 8 องศาเซลเซียส(Celsius) ไม่เก็บในช่องแช่แข็ง
  • ยานี้หลังที่ได้รับการผสมเพื่อให้พร้อมใช้แล้วจะมีความคงตัวอยู่ที่ประมาณ 12 ชั่วโมงในตู้เย็นที่มีการควบคุมอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 2 - 8 องศาเซลเซียสและนานประมาณ 8 ชั่วโมง ในอุณหภูมิห้องที่ 20 - 25 องศาเซลเซียส

ยาซีทูซิแมบมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาซิทูซิแมบมียาชื่อการค้าคือ เออร์บีทักซ์ (Erbitux®) ผลิตโดยบริษัท เมิร์ก (MERCK)

บรรณานุกรม

  1. American Pharmacists Association. Cetuximab, Drug Information Handbook with International Trade Names. 23;2014:402-04.
  2. ERBITUX. from MIMS http://www.mims.com/Singapore/drug/info/Erbitux/?type=BRIEF [2015,Oct10]
  3. HIGHLIGHTS OF PRESCRIBING INFORMATION. ERBITUX® (cetuximab) April, 2015.
  4. National Cancer Institute. Cetuximab http://www.cancer.gov/about-cancer/treatment/drugs/cetuximab [2015,Oct10]
  5. ส่วนงานสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/drgdrug/DSerch.asp [2015,Oct10]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน Sertthaphong Bobby1 misterT hackerza1231 nmaliwan2537
Frame Bottom