Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  ระบบโรคผิวหนัง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

มีก้อนเนื้อที่ผิวหนัง 

บทนำ

ซีสต์ไขมันผิวหนัง หรือ Sebaceous cyst หรือ Epidermal cyst หรือ Keratin cyst หรือ Epidermoid cyst หรือ Epidermal inclusion cyst เป็นซีสต์ (Cyst) ของผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุด มีลักษณะเป็นก้อนซีสต์ที่มีสารสีขาวคล้ายชีส/เนย (Cheese) หรือไขมันอยู่ภายใน จึงเป็นที่มาของชื่อที่คลาดเคลื่อนจากสาเหตุของโรคที่แท้จริง ซึ่งคำว่า Sebaceous นั้นแปลว่าต่อมไขมัน แต่ที่มาแท้จริงแล้ว ชีส/เนยนี้ไม่ได้มาจากต่อมไขมันแต่อย่างใด ทั้งนี้ซีสต์ไขมันผิวหนังนี้เกิดมาจากเซลล์ผิวหนังชั้นนอก (Epidermal cell) ที่ฝังตัวลงในผิวหนังชั้นหนังแท้แล้วผลิตสารเคอราติน (Keratin) สะสมจนเป็นซีสต์ขึ้น

กลไกการเกิดซีสต์ไขมันผิวหนังเป็นอย่างไร?

ซีตส์ไขมันผิวหนัง

ซีสต์ไขมันผิวหนัง มีกลไกเกิดจากเซลล์ผิวหนังชั้นนอก (Epidermal cell) อยู่ผิดที่ในชั้นหนังแท้ จึงสร้างและสะสมเคอราติน (ที่เป็นสารของผิวหนังชั้นนอก) เป็นสีขาวคล้ายชีส/เนยภายในผิวหนังชั้นใน จึงก่อให้เกิดเป็นก้อนซีสต์ ที่เรียกว่า “ซีสต์ไขมันผิวหนัง

อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดซีสต์ไขมันผิวหนัง?

สาเหตุที่เซลล์ผิวหนังชั้นนอกไปอยู่ผิดที่นั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • การอยู่ผิดตำแหน่งของเซลล์ผิวหนังที่เป็นแต่กำเนิด
  • การบาดเจ็บของผิวหนังจากสาเหตุต่างๆ เช่น การเกิดแผล เมื่อมีการซ่อมแซม เซลล์ต่าง ๆจึงอาจเกิดผิดที่ได้
  • การอุดตันของท่อไขมันหรือต่อมเหงื่อ
  • การได้รับรังสียูวี (UV: Ultraviolet light)/แสงแดดแรงๆ ต่อเนื่อง

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดซีสต์ไขมันผิวหนัง?

ซีสต์ไขมันผิวหนัง พบได้ทุกเพศทุกวัย โดยไม่ทราบปัจจัยเสี่ยงแน่ชัด แต่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงเป็นสองเท่า และพบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 30-40 ปี นอกจากนั้น คือ พบได้บ่อยขึ้นในคนที่มีประวัติเป็นสิวมาก

ซีสต์ไขมันผิวหนังมีอาการอย่างไร?

ซีสต์ไขมันผิวหนัง จะมีลักษณะมองเห็นและคลำได้เป็นก้อนกลม ขอบเรียบ สีเดียวกับผิว หนัง ไม่มีอาการ ก้อนซีสต์มีได้หลายขนาด ตั้งแต่เป็นมิลลิเมตรไปจนถึงเป็นหลายๆเซนติเมตร(มีรายงานได้ถึง 5 เซนติเมตร) อาจมีก้อนเดียว หรือหลายๆก้อน ก้อนสามารถจับให้เคลื่อนไปมาได้เล็กน้อย พบได้ทุกบริเวณของผิวหนัง ทั้งใบหน้า หนังศีรษะ แขนขา ลำตัว และอวัยวะเพศ อาจพบรูเปิดจากก้อนมีสารภายในสีขาวคล้ายชีส/เนย มีกลิ่นเหม็น

เมื่อไรควรไปพบแพทย์?

หากมีก้อนผิดปกติที่ผิวหนังที่โตตั้งแต่ 1 เซนติเมตรขึ้นไป สามารถพบแพทย์เพื่อทำการตรวจได้ เนื่องจาก ก้อนที่ผิวหนังนั้นมีหลายประเภท เช่น ก้อนเนื้องอกไขมัน ก้อนเนื้อพัง ผืด สิว หรืออาจต้องแยกจาก ก้อนต่อมน้ำเหลือง หรือ ก้อนมะเร็งผิวหนัง

แพทย์วินิจฉัยซีสต์ไขมันผิวหนังได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยซีสต์ไขมันผิวหนังได้จาก ลักษณะเฉพาะของซีสต์ที่มีรูเปิดและสารภายในสีขาวคล้ายชีส/เนย หากไม่สามารถยืนยันการวินิจฉันได้ แพทย์มักแนะนำผ่าตัดซีสต์เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันการวินิจฉัยว่า เป็นซีสต์หรือก้อนสาเหตุจากอะไร

รักษาซีสต์ไขมันผิวหนังอย่างไร?

เนื่องจากซีสต์ไขมันผิวหนังไม่มีอาการ และไม่เปลี่ยนเป็นมะเร็ง จึงไม่จำเป็นต้องทำการรักษา แต่หากต้องการกำจัดก้อนซีสต์ สามารถทำได้โดยการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการอักเสบติดเชื้อ การรักษาคือการให้ยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการผ่าเอาสารภายในซีสต์ออก อาจร่วมกับการฉีดยาต้านการอักเสบเข้าไปในซีสต์ด้วย

ซีสต์ไขมันผิวหนังมีการพยากรณ์โรคเป็นอย่างไร?

การพยากรณ์โรค คือ ซีสต์ไขมันผิวหนัง ไม่ก่ออาการ ไม่เป็นโรคที่ทำให้เสียชีวิต โอกาสเกิดเป็นมะเร็งมีน้อยมาก ประมาณเพียง 0.045%

อย่างไรก็ตาม เมื่อรักษาด้วยการผ่าตัด หากผนังของซีสต์ตัดออกไม่หมด ซีสต์สามารถเกิดเป็นซ้ำที่ตำแหน่งเดิมได้

ซีสต์ไขมันผิวหนังก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงที่พบได้จากซีสต์ไขมันผิวหนัง คือ การติดเชื้อในซีสต์ ก่อให้เกิดอาการ บวม แดงเจ็บที่ก้อน อาจมีไข้ได้ ซึ่งรักษาด้วยวิธีการที่กล่าวแล้วในหัวข้อ วิธีรักษา

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นซีสต์ไขมันผิวหนัง คือ ไม่ควร แคะ แกะ เกา หรือพยายามกดสารสีขาวออกจากซีสต์ด้วยตนเอง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ และถ้ากังวลในการมีก้อน/ซีสต์ หรือ เมื่อซีสต์โตขึ้น ควรพบแพทย์

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

เมื่อเคยพบแพทย์ด้วยเรื่องซีสต์ ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อ ซีสต์โตขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา, เกิดก้อนขึ้นซ้ำบริเวณที่ผ่าตัดไปแล้ว, ก้อนมีแผล, หรือรูเปิดมีสารสีขาวไหลออกมาตลอดเวลา หรือมีหนอง

ป้องกันซีตส์ไขมันผิวหนังได้อย่างไร?

ไม่มีวิธีป้องกันซีสต์ไขมันผิวหนังได้เต็มร้อย แต่สามารถลดโอกาสเกิดได้ โดย

บรรณานุกรม

  1. ปรียา กุลละวณิชย์, ประวิตร พิศาลบุตร . Dermatology 2020.พิมพ์ครั้งที่ 1.บริษัท โฮลิสติก พับลิชิ่ง จำกัด .
  2. Lowell A.Goldsmith,Stephen I.Katz,BarbaraA.Gilchrest,Amy S.Paller,David J.Leffell,Klaus Wolff.Fitzpatrick Dermatology in general medicine .eight edition.McGraw hill
  3. Journal of Medical Cases, ISSN 1923-4155 print, 1923-4163 online:http://www.journalmc.org/index.php/JMC/article/view/626/386 [2014,March29].
  4. Epidermal inclusion cyst http://emedicine.medscape.com/article/1061582- overview#showall [2014,March29].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน montreeza66666 falamrai
Frame Bottom