Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ภาวะขาดสังกะสี  โรคผิวหนัง 

บทนำ

ยาซิงค์ อะซีเตท (Zinc acetate) เป็นสารประกอบประเภทเกลือของธาตุสังกะสี ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม, ผสมในยาลูกอมรักษาอาการโรคหวัด, ใช้เป็นยาบำบัดภาวะร่างกายขาดธาตุสังกะสี, ยานี้ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคที่ผิวหนังในรูปแบบของยาขี้ผึ้ง ครีม และโลชั่น, ใช้ทำเป็นยาทารักษาสิว, และยาต่อต้านอาการผดผื่นคัน, หรือใช้รักษาภาวะคั่งของธาตุทองแดงในร่างกาย (Wilson’s disease)

ร่างกายมนุษย์สามารถดูดซึมธาตุสังกะสีได้ดีที่ระดับพีเฮช (pH) หรือค่าความเป็นกรด-ด่าง อยู่ที่ตั้งแต่ 3 ลงมา อาหารจะเป็นตัวรบกวนการดูดซึมธาตุสังกะสีได้อย่างมาก แพทย์จึงแนะนำให้รับประทานยาต่างๆที่มีสังกะสีเป็นองค์ประกอบ (เช่น ยาซิงค์ อะซีเตท) ในขณะที่ท้องว่าง

ข้อจำกัดการใช้ยาซิงค์ อะซีเตทและยาประเภทธาตุสังกะสีเป็นองค์ประกอบที่ผู้บริโภคควรทราบมีดังนี้

ยาซิงค์ อะซีเตทยังสามารถก่อให้เกิดอาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง) กับร่างกายคล้ายกับยาชนิดอื่นๆได้เช่นเดียวกัน อาการข้างเคียงที่พบได้เป็นปกติของยาชนิดนี้คือ ทำให้มีภาวะคลื่นไส้และอาเจียน ดังนั้นการใช้ยาซิงค์ อะซีเตทจึงควรต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์เท่านั้น ผู้บริโภคที่มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ยานี้สามารถสอบถามข้อมูลได้จากแพทย์ผู้รักษาหรือจากเภสัชกรในสถานพยาบาลและตามร้านขายยาได้โดยทั่วไป

ซิงค์ อะซีเตทมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ซิงค์-อะซีเตท

ยาซิงค์ อะซีเตทมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

ซิงค์ อะซีเตทมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ตัวอย่างกลไกการออกฤทธิ์ของยาซิงค์ อะซีเตทเช่น

ก. สำหรับบำบัดภาวะทองแดงคั่งในร่างกาย: ธาตุสังกะสีในยาซิงค์ อะซีเตทจะออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมธาตุทองแดงจากระบบทางเดินอาหารเข้าสู่ร่างกาย และทำให้ตับมีเวลาในการกำจัดธาตุทองแดงส่วนเกินออกจากกระแสเลือด จึงช่วยลดธาตุทองแดงในกระแสเลือดลงได้

ข. สำหรับชดเชยผู้ที่ขาดธาตุสังกะสี: ตัวยาซิงค์ อะซีเตทจะปลดปล่อยธาตุสังกะสีเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ในการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆจึงทำให้ภาวะขาดสังกะสีของร่างกายดีขึ้นเป็นลำดับ

ค. สำหรับทาผิวหนัง: ซิงค์ อะซีเตทในรูปแบบของยาทาผิวหนังจะมีฤทธิ์ฝาดสมานแผล รักษาแผลให้หายไวขึ้น หรือทำให้เกิดการตกตะกอนโปรตีนของเซลล์เชื้อโรคต่างๆทำให้แบคทีเรียหรือเชื้อโรคดังกล่าวหยุดการแพร่พันธุ์

จากกลไกดังกล่าวมาทั้งหมดจึงก่อให้เกิดฤทธิ์ของการรักษาของยาซิงค์ อะซีเตทตามสรรพคุณ

ซิงค์ อะซีเตทมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาซิงค์ อะซีเตทมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้เช่น

  • ยาแคปซูลชนิดรับประทานขนาด 25 และ 50 มิลลิกรัม/แคปซูล หรือ 25,000 หรือ 50,000 ไมโครกรัม/แคปซูล
  • ยาโลชั่น ยาขี้ผึ้ง ยาครีม ทาผิวหนัง

ซิงค์ อะซีเตทมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ในบทความนี้ขอยกตัวอย่างขนาดการใช้ยาซิงค์ อะซีเตทเช่น

ก. สำหรับบำบัดรักษาภาวะทองแดงคั่งในร่างกาย (Wilson’s disease):

  • ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 18 ขึ้นไป: รับประทานยาครั้งละ 50 มิลลิกรัมวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงหรือหลังอาหาร 2 - 3 ชั่วโมง
  • เด็กอายุ 5 - 18 ปีที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 50 กิโลกรัม: รับประทานยาครั้งละ 25 มิลลิกรัมวัน ละ 3 ครั้งก่อนอาหาร
  • เด็กอายุ 5 - 18 ปีที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 50 กิโลกรัม: รับประทานยาครั้งละ 50 มิลลิกรัมวัน ละ 3 ครั้งก่อนอาหาร
  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี: ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมาสนับสนุนการใช้ยาซิงค์ อะซีเตทเพื่อรักษาภาวะทองแดงคั่งในร่างกายของเด็กอายุวัยนี้ การใช้ยานี้ในเด็กกลุ่มวัยนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

ข. สำหรับภาวะร่างกายขาดธาตุสังกะสี:

  • เด็กที่คลอดก่อนกำหนด: รับประทาน 400 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วันโดยแบ่งรับ ประทานวันละ 2 - 3 ครั้งตามคำสั่งแพทย์
  • เด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือนลงมา: รับประทาน 300 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วันโดยแบ่งรับประทานวันละ 2 - 3 ครั้งตามคำสั่งแพทย์
  • เด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน - 5 ปี: รับประทาน 100 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วันโดยแบ่งรับประทานวันละ 2 - 3 ครั้งตามคำสั่งแพทย์ ในช่วงวัยนี้ห้ามรับประทานยานี้เกิน 5 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กอายุมากกว่า 5 ปี - วัยรุ่น: รับประทาน 2.5 - 5 มิลลิกรัม/วันโดยแบ่งรับประทานวันละ 2 - 3 ครั้งตามคำสั่งแพทย์
  • ผู้ใหญ่: การใช้ยาซิงค์ อะซีเตทชนิดรับประทานกรณีร่างกายขาดธาตุสังกะสีของผู้ใหญ่ แพทย์ผู้รักษาจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมในการใช้ยานี้เป็นกรณีๆไป

ค. สำหรับซิงค์ อะซีเตทชนิดทาผิวหนังเพื่อรักษาผด ผื่นคัน สิว หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค: แพทย์อาจให้ทายา 1 - 3 ครั้ง/วันทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของโรค องค์ประกอบของยานี้แต่ละสูตรตำรับ รวมถึงวัยของผู้ป่วยแต่ละราย

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาซิงค์ อะซีเตท ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยา/ใช้ยาซิงค์ อะซีเตทสามารถรับประทาน/ใช้ยาเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลา ใกล้เคียงกับการรับประทานยา/ใช้ยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษาควรรับประทานยา/ใช้ยาซิงค์ อะซีเตทตรงเวลา

ซิงค์ อะซีเตทมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาซิงค์ อะซีเตทอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) เช่น

ก. ยาซิงค์ อะซีเตทชนิดรับประทาน: อาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ต่อระบบอวัยวะต่างๆ ของร่างกายดังนี้เช่น

ข. ยาซิงค์ อะซีเตทชนิดทาผิวหนัง: ด้วยเป็นยาใช้ภายนอกและใช้เป็นยาทาเฉพาะที่ ดังนั้นผลข้างเคียงที่อาจพบได้จึงเกิดเฉพาะที่ที่ผิวหนังส่วนที่ทายานี้เช่น การระคายเคือง บางครั้งอาจแดง และมีอาการคันร่วมด้วย นอกจากนั้นถ้าทายานี้บ่อยและ/หรือใช้ในปริมาณมากหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวหนังส่วนสัมผัสยาเกิดภาวะผิวแห้งและ/หรือผิวลอกได้

มีข้อควรระวังการใช้ซิงค์ อะซีเตทอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาซิงค์ อะซีเตททั้งชนิดรับประทานและชนิดทาผิวหนังเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้และ/หรือแพ้ส่วนประกอบในส่วนสูตรตำรับของยาซิงค์ อะซีเตท
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร และเด็ก โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามปรับขนาดรับประทาน/หรือขนาดการทายานี้หรือหยุดการใช้ยานี้ด้วยตนเอง
  • กรณีเป็นยาทา ห้ามไม่ให้ยานี้เข้าตาหรือเข้าปาก
  • หากมีอาการแพ้ยาหลังใช้ยานี้เช่น อึดอัด/หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก มีผื่นคันตาผิวหนัง ตัวบวม ต้องหยุดการใช้ยานี้ทันทีแล้วรีบมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็วทันที/ฉุกเฉิน
  • ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามนัดทุกครั้ง
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาซิงค์ อะซีเตทด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

ซิงค์ อะซีเตทมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาซิงค์ อะซีเตทมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ก. ยาซิงค์ อะซีเตทชนิดรับประทาน:

  • การใช้ยาซิงค์ อะซีเตทร่วมกับยาบางกลุ่มอาจทำให้ประสิทธิภาพการรักษาของยากลุ่มดังกล่าวด้อยลงไป หากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน ซึ่งยากลุ่มดังกล่าวเช่น ยา Warfarin, Methyltestosterone, Penicillamine และ Risedronate
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาซิงค์ อะซีเตทร่วมกับยา Ofloxacin, Moxifloxacin ด้วยจะทำให้การดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารของยา Ofloxacin และ Moxifloxacin ลดน้อยจนส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษา

ข. ยาซิงค์ อะซีเตทชนิดทาผิวหนัง: เนื่องจากเป็นยาใช้ภายนอกและใช้เฉพาะที่เท่านั้น ทางคลินิกจึงยังไม่มีรายงานการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยานี้กับยารับประทานชนิดใดๆ

ควรเก็บรักษาซิงค์ อะซีเตทอย่างไร?

ควรเก็บยาซิงค์ อะซีเตททั้งชนิดรับประทานและชนิดทาผิวหนังภายใต้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือรถยนต์

ซิงค์ อะซีเตทมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาซิงค์ อะซีเตทที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Galzin (แกลซิน)Lemon Company
Ivy-Dry Cream (ไอวี่-ดราย ครีม)Ivy Dry, Inc

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Zinc_acetate [2016,May7]
  2. http://www.drugs.com/mtm/zinc-acetate.html [2016,May7]
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Zinc_toxicity [2016,May7]
  4. http://www.ivydry.com/pdfs/Ivy-Dry%20Cream.pdf [2016,May7]
  5. http://www.drugs.com/dosage/zinc-acetate.html [2016,May7]
  6. http://www.drugs.com/drug-interactions/avelox-with-zinc-acetate-1659-1031-2324-0.html [2016,May7]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน Bobby1 eurokungza hackerza1231 nmaliwan2537
Frame Bottom