Frame Top
User

คุยกับหมอรักษาโรคมะเร็ง ตอน: สูบบุหรี่มือสองกับโรคเบาหวานในสตรี แล้วเกี่ยวกับโรคมะเร็งอย่างไร?

โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์
18 พฤศจิกายน 2013

เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 มีรายการศึกษาทางการแพทย์โดย นพ.Martin Lajous และคณะ ในประชากรสตรีชาวฝรั่งเศส ถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุหรี่มือสอง (การสูดดมควันบุหรี่) กับการเกิดโรคเบาหวานในสตรี โดยเป็นการศึกษาในช่วงปี พ.ศ. 2535 ถึง 2550 (20ปี) ศึกษาในประชากร 37,343 คน (ไม่สูบบุหรี่) ทั้งเด็กผู้หญิงและผู้ใหญ่ผู้หญิงว่าเคยได้สูบบุหรี่มือสองหรือไม่ โดยถ้าเป็นเด็ก การได้รับบุหรี่มือสอง หมายถึง พ่อแม่ อาจทั้ง 2 คน หรือคนใดคนหนึ่งสูบบุหรี่ในบ้าน แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ คือ สามี หรือคนร่วมบ้านสูบบุหรี่

ผลการศึกษาพบว่า “คนที่สูบบุหรี่มือสอง” เกิดเป็นเบาหวานมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่มือสองประมาณ 18% ซึ่งมากกว่ากันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ผู้ศึกษาได้แนะนำว่า การรักษาโรคเบาหวานมีค่าใช้จ่ายสูงมาก รวมทั้งมีผลโดยรวมต่อสุขภาพของประชาชนด้วย ดังนั้นการรณรงค์ให้ไม่สูบบุหรี่ โดยให้ทุกคนตระหนักถึงพิษของบุหรี่ทั้งต่อตัวผู้สูบเองและต่อผู้ใกล้ชิด (สูบบุหรี่มือสอง) จึง ได้ประโยชน์กว่ามาก

ทั้งนี้ ถึงแม้ผู้ศึกษาไม่ได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุหรี่กับโรคมะเร็ง แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีจากการศึกษาทางการแพทย์มากมายว่า บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคมะเร็งหลายโรค ที่สำคัญ คือ มะเร็งปอด และมะเร็งในระบบศีรษะและลำคอ เช่น มะเร็งกล่องเสียง และในทางอ้อม เบาหวานก็เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคมะเร็งในผู้หญิงหลายชนิด ที่สำคัญ คือ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

นอกจากนั้น โรคเบาหวาน ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งสูงขึ้นทั้งในขณะรักษาและในระยะยาว ทั้งจากการผ่าตัด ยาเคมีบำบัด และโดยเฉพาะรังสีรักษา

นอกจากโรคมะเร็งแล้ว เบาหวานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆมากมาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) โรคไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานขึ้นตา และ โรคไตเรื้อรัง

นอกจากพิษของการสูบบุหรี่ (สูบบุหรี่มือหนึ่ง) และของการสูบบุหรี่มือสอง ยังได้มีการศึกษาพบว่า สารพิษจากควันบุหรี่ยังสามารถตกค้างอยู่ในบ้านได้อีกนานเป็นเดือน เช่น ที่เก้าอี้ ผ้าม่าน พรม ซึ่งคนที่สูดดมสารพิษที่ตกค้างเหล่านี้ เรียกว่า “ผู้สูบบุหรี่มือสาม” ดังนั้น จึงมีการทำนายว่า ในอนาคตน่าจะต้องพบ”โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่มือสาม” อีกมากมายที่เดียว

ดังนั้นทุกคน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ไม่จำกัดว่าเป็นผู้หญิงหรือ ผู้ชาย ควรต้องตระหนักถึงพิษภัยของการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่มือสอง และในอนาคตอาจเป็นการสูบบุหรี่มือสาม เพื่อ การมีสุขภาพที่แข็งแรงของคนในครอบครัว

บรรณานุกรม

  1. http://care.diabetesjournals.org/content/early/2013/06/03/dc12-2173.full.pdf+html [2013,Oct1].
Blog
User คุยกับหมอรักษาโรคมะเร็ง ตอน: จะทำอย่างไรถ้าคนรู้จักเป็นมะเร็ง? โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน nightingale
Frame Bottom