Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ติดเชื้อแบคทีเรีย 

บทนำ

ยาคีโตไลด์ (Ketolides) เป็นยาปฏิชีวนะรุ่นใหม่ของกลุ่มยาปฏิชีวนะแมคโคไลด์ (Macrolide) มีกลไกการออกฤทธิ์โดยยับยั้งการสร้างสารโปรตีนในตัวแบคทีเรีย

สามารถจำแนกคีโตไลด์เป็นรายการย่อยๆดังนี้

Cethromycin:ใช้รักษาโรคปอดบวมจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นยารับประทาน ตัวยาจะดูดซึมและกระจายตัวเข้าสู่ร่างกายประมาณ 35.8 - 60% และถูกขับออกจากร่างกายโดยผ่านไปกับปัสสาวะและอุจจาระ ยาชื่อการค้าที่รู้จักกันดีคือ Restanza

Solithromycin: ใช้รักษาโรคปอดบวม มีรูปแบบทั้งยารับประทานและยาฉีด เป็นยาที่ออกฤทธิ์ได้กว้างขวาง และใช้ต่อต้านแบคทีเรียแกรมบวกที่มักเล่นงานระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ ปัจจุบันยังมิได้นำมาใช้ทางคลินิก

Telithromycin: ใช้รักษาโรคปอดบวมที่มีความรุนแรงต่ำไปจนถึงขั้นปานกลาง รูปแบบยาแผนปัจจุบันจะเป็นยารับประทาน ตัวยาสามารถดูดซึมและกระจายตัวเข้าสู่ร่างกายได้ประมาณ 57% ร่าง กายต้องใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงขึ้นไปก่อนที่ยานี้จะถูกขับออกจากร่างกายผ่านไปทางอุจจาระ และปัสสาวะ ยาชื่อการค้าที่พบเห็นได้บ่อยคือ Ketek

ทั้งนี้มีข้อควรระวังการใช้ยากลุ่มคีโตไลด์อยู่บางประการที่แพทย์จะต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวังก่อนการสั่งจ่ายให้ผู้ป่วยเช่น

อนึ่งขณะที่ใช้ยากลุ่มนี้แล้วพบอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง มีไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร ปัสสาวะมีสีคล้ำ อุจจาระมีสีออกเทาๆ หรือเกิดภาวะดีซ่าน หากเกิดอาการเหล่านี้ต้องรีบหยุดการใช้ยานี้ แล้วรีบนำตัวผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน

การใช้ยากลุ่มนี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะในนมบุตร หรือในเด็กเล็ก ล้วนแต่เป็นข้อที่ควรหลีกเลี่ยง ด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่ระบุถึงความปลอดภัยของการใช้ยาคีโตไลด์กับผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว

โดยทั่วไปผู้ที่ได้รับยาคีโตไลด์อาจมีภาวะตาพร่าและความสามารถในการตัดสินใจถดถอยลงไป หากพบอาการดังกล่าวแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยานพาหนะต่างๆหรือการทำงานกับเครื่องจักรด้วยสุ่มเสี่ยงกับการเกิดอันตรายได้ง่าย

ประการสุดท้าย ยาคีโตไลด์ยังสามารถทำปฏิกิริยาระหว่างยากับยาชนิดอื่นได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยารักษาโรคหัวใจ ยาต้านเชื้อวัณโรค ยากลุ่มเออร์กอต(Ergot) ยาสงบประสาท/ยาคลายเครียด และยากันชัก ซึ่งหากผู้ป่วยมีการใช้ยากลุ่มดังกล่าวจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาว่าเหมาะสมที่จะให้ผู้ป่วยใช้ยากลุ่มคีโตไลด์หรือไม่

คีโตไลด์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

คีโตไลด์

ยาคีโตไลด์มีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ในการติดเชื้อแบคทีเรียเช่น

คีโตไลด์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยากลุ่มคีโตไลด์คือ ตัวยาจะเข้าจับสารพันธุกรรมของแบคทีเรียที่ถูกเรียกว่า 50s Ribosomal subunit ทำให้แบคทีเรียไม่สามารถสังเคราะห์โปรตีนขึ้นได้ ทำให้แบคทีเรียหยุดการเจริญเติบโต ไม่สามารถแพร่พันธุ์ต่อไปได้ และส่งผลให้แบคทีเรียตายลงในที่สุด

คีโตไลด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาคีโตไลด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็น

  • ยาเม็ดชนิดรับประทาน และ
  • ยาฉีด

คีโตไลด์มีขนาดการรับประทานอย่างไร?

ยาคีโตไลด์มีขนาดการรับประทานขึ้นกับแต่ละชนิดและความรุนแรงของโรค ดังนั้นการใช้ยานี้จึงต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษา และถึงแม้หลังใช้ยาแล้วอาการดีขึ้น ผู้ป่วยยังต้องรับประ ทานยานี้ให้ครบตามที่แพทย์สั่งทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการดื้อยาของแบคทีเรีย/เชื้อดื้อยา

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาคีโตไลด์ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาคีโตไลด์สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษาควรรับประทานยาคีโตไลด์ให้ตรงเวลา

คีโตไลด์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาคีโตไลด์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการหน้าแดง ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นช้า ปวดศีรษะ วิงเวียน ง่วงนอน เหงื่อออกมาก เกิดภาวะตับอักเสบ ตาพร่า หากใช้กับผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงอาจเกิดการกดระบบหายใจ (หายใจช้า-เบา-ตื้น อาจถึงขั้นหยุดหายใจ) ผู้ป่วยบางรายจะพบอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

มีข้อควรระวังการใช้คีโตไลด์อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาคีโตไลด์เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยานี้ร่วมกับยากลุ่ม Statin
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง
  • อาจเกิดภาวะตับอักเสบหรือดีซ่านขึ้นได้ หากพบภาวะดังกล่าวต้องรีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน
  • หากพบอาการแพ้ยานี้เกิดขึ้นต้องหยุดการใช้ยานี้ทันทีแล้วรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาคีโตไลด์ด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

คีโตไลด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาคีโตไลด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น ห้ามใช้ยา Telithromycin ร่วมกับยา Simvastatin ด้วยจะทำให้ระดับยา Simvastatin ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นจนส่งผลเกิดการทำลายตับ/ตับอักเสบติดตามมา

ควรเก็บรักษาคีโตไลด์อย่างไร?

ควรเก็บยาคีโตไลด์ในอุณหภูมิห้องที่เย็น ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คีโตไลด์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาคีโตไลด์ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Ketek (คีเตค) Aventis
Restanza (รีสแตนซา) Advanced Life Sciences

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Ketolide [2015,Dec19]
  2. http://www.drugs.com/drug-class/macrolides.html [2015,Dec19]
  3. http://www.drugs.com/drug-class/ketolides.html [2015,Dec19]
  4. http://www.drugs.com/dosage/telithromycin.html [2015,Dec19]
  5. http://www.antimicrobe.org/new/drugpopup/Telithromycin-rev.pdf [2015,Dec19]
  6. http://www.drugs.com/drug-interactions/ketek-with-simcor-2151-1400-2797-12489.html [2015,Dec19]
  7. http://www.news-medical.net/news/20090916/FDA-grants-orphan-drug-status-to-Advanced-Life-Sciences- Restanza.aspx [2015,Dec19]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom