Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมใต้สมอง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ฮอร์โมนโปรแลคตินสูง 

บทนำ

ยาคาเบอร์โกลีน(Cabergoline)เป็นยากลุ่ม Dopamine agonist (D2 agonist) มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนโปรแลคติน/โปรแลกติน(Prolactin)ที่ปกติจะพบมากในสตรีที่เลี้ยงบุตรด้วยน้ำนมของตนเอง ผู้ที่มีฮอร์โมนโปรแลคตินในกระแสเลือดมากเกินไป(Hyperprolactinemia) ซึ่งอาจมีสาเหตุจากเนื้องอกของต่อมใต้สมอง และส่งผลกระทบต่อสมดุลฮอร์โมนอื่นๆของร่างกาย

เภสัชภัณฑ์ของยาคาเบอร์โกลีนเป็นยาชนิดรับประทาน หลังจากการดูดซึมจากระบบทางเดินอาหาร ตัวยาที่เข้าสู่กระแสเลือดจะเกิดการรวมตัวกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 40–42% ตับเป็นอวัยวะที่คอยทำลายยาคาเบอร์โกลีนอย่างต่อเนื่อง ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 63–69 ชั่วโมง เพื่อกำจัดตัวยานี้ออกจากกระแส เลือด/ออกจากร่างกาย ผ่านทางอุจจาระและปัสสาวะ

อาจจะกล่าวได้ว่ายาคาเบอร์โกลีนเป็นยาที่ออกฤทธิ์ได้นานทีเดียว และกลุ่มผู้ป่วย ที่ไม่เหมาะต่อการใช้ยานี้ด้วยมีความสัมพันธ์กับผลข้างเคียงจากยานี้โดยตรง ได้แก่

ยาคาเบอร์โกลีนมีผลต่อสมดุลและการทำงานของฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย ดังนั้นผู้ป่วยต้องรับประทานยานี้ตรงตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น ห้ามปรับขนาดการรับประทานด้วยตนเองโดยเด็ดขาด ผู้ป่วยอาจต้องระบุวันรับประทานบนปฏิทินเพื่อป้องกันหลงลืมการรับประทานยานี้ และด้วยเป็นยาที่ออกฤทธิ์ได้นาน จึงมีการใช้ยานี้เพียง 2 ครั้ง/สัปดาห์เท่านั้น และต้องใช้ยานี้ต่อเนื่องถึง 6 เดือน แพทย์จึงจะพิจารณาความเหมาะสมว่าสมควรหยุดการใช้ยานี้ได้หรือไม่ นอกจากนั้น ยานี้ไม่เหมาะที่จะใช้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมา รวมถึงผู้ที่มีภาวะลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติ/โรคลิ้นหัวใจ และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยานี้ ยังต้องได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจ เลือดดูการทำงานของตับตามแพทย์สั่ง และต้องปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษาอย่างเคร่งครัด ประกอบกับมารับการตรวจร่างกาย/มาโรงพยาบาลตามที่แพทย์นัดหมายทุกครั้ง

คาเบอร์โกลีนมีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร?

คาเบอร์โกลีน

ยาคาเบอร์โกลีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เพื่อ รักษาภาวะฮอร์โมนโปรแลคติน(Prolactin)ในเลือดสูง ที่มีสาเหตุจากเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง

คาเบอร์โกลีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาคาเบอร์โกลีนคือ ตัวยาเป็นยาประเภท Dopamine receptor agonist (Dopamine agonist) โดยตัวยาจะจับกับตัวรับ(Receptor)ที่มี ชื่อเรียกว่า D2 receptors(Dopamine 2 receptor) ส่งผลยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนโปรแลคติน(Prolactin) และทำให้ระดับฮอร์โมนนี้กลับมาเป็นปกติ

คาเบอร์โกลีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาคาเบอร์โกลีนมีรูปแบบการจัดจำหน่าย เช่น

  • ยาเม็ดชนิดรับประทาน ที่มีส่วนประกอบของ Cabergoline 0.5 มิลลิกรัม/เม็ด

คาเบอร์โกลีนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาคาเบอร์โกลีน มีขนาดรับประทาน เช่น

  • ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป: รับประทานยาเริ่มต้นครั้งละ 0.25 มิลลิกรัม 2 ครั้ง/สัปดาห์ แพทย์อาจปรับเพิ่มขนาดรับประทานอีก 0.25 มิลลิกรัม 2 ครั้ง/สัปดาห์ ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 1 มิลลิกรัม 2 ครั้ง/สัปดาห์ และรับประทานยานี้ พร้อมอาหาร หรือ หลังอาหาร ก็ได้
  • เด็กและผู้อายุต่ำกว่า 18 ปี: ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่แน่ชัด ถึง ขนาดยานี้ ผลข้างเคียง และความปลอดภัยในการใช้ยานี้ในผู้ป่วยกลุ่มวัยนี้ การใช้ยานี้ในผู้ป่วยกลุ่มวัยนี้ จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

อนึ่ง:

  • ผู้ป่วยอาจต้องใช้ยานี้ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน แพทย์จึงจะสั่งงดใช้ยา
  • หลีกเลี่ยงการหลงลืมใช้ยานี้ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยานี้มากกว่าคำสั่งแพทย์ ตลอดจนลืมรับประทานยานี้ ซึ่งล้วนแต่มีผลกระทบ/ผลเสียต่ออาการโรคและต่อสุขภาพร่างกายผู้ป่วยทั้งสิ้น

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้ เป็นเพียง ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาคาเบอร์โกลีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาคาเบอร์โกลีน สามารถรับประทานยาทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ แต่หากลืมรับประทานยาข้ามวัน แนะนำให้ขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้รักษา เพื่อกำหนดระยะเวลาการรับประทานยานี้ที่เหมาะสมต่อไป ห้ามผู้ป่วยปรับขนาดรับประทานยานี้ด้วยตนเอง และการลืมรับประทานยาคาเบอร์โกลีน จะทำให้ประสิทธิผลของการรักษาต่ำลง

คาเบอร์โกลีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาคาเบอร์โกลีนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์จากยา (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น

มีข้อควรระวังการใช้คาเบอร์โกลีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาคาเบอร์โกลีน เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึง ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาคาเบอร์โกลีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสมุนไพรต่างๆ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

คาเบอร์โกลีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาคาเบอร์โกลีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น เช่น

ควรเก็บรักษาคาเบอร์โกลีนอย่างไร?

ควรเก็บยาคาเบอร์โกลีน ภายใต้อุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียส(Celsius) ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งตู้เย็น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ และเก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสง/แสงแดด ความร้อนและความชื้น

คาเบอร์โกลีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาคาเบอร์โกลีน มียาชื่อการค้า และบริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
DOSTINEX (ดอสทิเนกซ์)Pfizer
Cabaser (คาบาเซอร์)Pfizer

อนึ่ง ยาชื่อการค้าของยานี้ในต่างประเทศ เช่น Caberlin, Cabgolin

บรรณานุกรม

  1. https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2011/020664s011lbl.pdf[2017,May6]
  2. https://www.drugs.com/dosage/cabergoline.html[2017,May6]
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Cabergoline[2017,May6]
  4. http://www.mims.com/thailand/drug/info/cabergoline/?type=brief&mtype=generic[2017,May6]
  5. https://www.medicines.org.uk/emc/PIL.11198.latest.pdf[2017,May6]
  6. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/14562140haah[2017,May6]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน sirikul
Frame Bottom