Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  uterus  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี  Ob-Gyn 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ขาดประจำเดือน  ตั้งครรภ์ 

การตั้งครรภ์ที่ไม่วางแผนคืออะไร?

การตั้งครรภ์ที่ไม่วางแผน (Unplanned pregnancy) หมายถึง การตั้งครรภ์ที่ขาดการวางแผน หรือไม่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้า เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการคุมกำเนิด หรืออาจใช้วิธีคุมกำเนิดแต่ไม่ถูกต้อง หรือมีความล้มเหลวของวิธีการคุมกำเนิดที่ใช้

การตั้งครรภ์ที่ไม่ปรารถนาหรือการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์คืออะไร?

การใช้ยายุติการตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ที่ไม่ปรารถนาหรือการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ (Unwanted pregnancy) หมายถึง การตั้งครรภ์ที่ไม่เป็นที่ต้องการ หรือเมื่อไม่พร้อม เป็นการตั้งครรภ์ที่ตนเองไม่ยอมรับ

การแท้งหมายถึงอะไร?

การแท้ง (Abortion) หมายถึง การสิ้นสุดการตั้งครรภ์ก่อนถึงระยะที่ทารกจะสามารถเลี้ยงรอดได้ โดยขึ้นอยู่กับความสามารถของกุมารแพทย์ในการดูแลการคลอดก่อนกำหนดให้มีชีวิตรอด ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก ถือเอาการสิ้นสุดการตั้งครรภ์ก่อน 28 สัปดาห์ หรือน้ำหนักทารกต่ำกว่า 1,000 กรัม

ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมการทำแท้งหรือไม่?

การทำแท้งในประเทศไทยถือว่าผิดกฎหมาย ตามมาตรา 301-305 แห่งประมวลกฎ หมายอาญา พ.ศ. 2548 ยกเว้นตามมาตรา 305 โดยเป็นการกระทำของแพทย์และ

1. เป็นกรณีที่จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากปัญหาสุขภาพทางกายของหญิงมีครรภ์หรือ

2. หญิงมีครรภ์ เนื่องจากการกระทำตามความผิดอาญา (การข่มขืนกระทำชำเรา)

การยุติการตั้งครรภ์แบ่งเป็นกี่วิธี? อะไรบ้าง?

การยุติการตั้งครรภ์ (Termination of pregnancy) แบ่งเป็น 2 วิธีใหญ่ๆ คือ

1. การยุติการตั้งครรภ์โดยวิธีใช้ยา (Medical abortion) คือการใช้สารที่ออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมเพื่อทำให้เกิดการแท้ง

2. การยุติการตั้งครรภ์โดยวิธีทางศัลยกรรม (Surgical abortion) คือการใช้เครื่องมือทางการแพทย์สอดผ่านปากมดลูกหรือการผ่าตัดผ่านหน้าท้องเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อทำให้เกิดการแท้ง แบ่งเป็น

2.1. การขยายปากมดลูกและการขูดมดลูก (Dilatation and curettage)

2.2. การขยายปากมดลูกและการดูดด้วยเครื่องสุญญากาศ (Dilatation and suc tion หรือ Vacuum aspiration)

2.3. การขยายปากมดลูกและคีบเนื้อเยื่อออก (Dilatation and evacuation)

2.4. การยุติการตั้งครรภ์โดยการผ่าตัดเข้าไปในโพรงมดลูก (Hysterotomy) หรือการตัดมดลูก (Hysterectomy)

ยาเม็ดที่ใช้ยุติการตั้งครรภ์มีกี่ชนิด? อะไรบ้าง?

ยาเม็ดที่ใช้ยุติการตั้งครรภ์มี 2 ชนิด คือ

1. การใช้สารต่อต้านฮอร์โมนโปรเจสเตโรน/Progesterone (มิฟีพริสโตน/ Mifepris tone,Ru-486) ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์โดยการจับกับตัวรับ (Receptor) ของฮอร์โมนโปรเจสเตโรน จึงทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูกได้ ยาได้ผลดีในการยุติการตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ไม่เกิน 63 วัน หรือ 9 สัปดาห์ (นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย) และสามารถนำมาใช้สำหรับการคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินภายหลังการมีเพศสัมพันธ์ได้

ขณะนี้องค์การอาหารและยาของประเทศไทย (อย.) อยู่ในระหว่างพิจารณานำยาเข้ามาใช้ในประเทศไทย

2. การใช้ยาในกลุ่มพรอสตาแกลนดิน/Prostaglandin (Misoprostol หรือ Cytotec®) เป็นยาที่เดิมใช้รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ โดยมีผลข้างเคียงทำให้ปากมดลูกบางและมดลูกบีบตัว ปัจจุบันองค์การอาหารและยาของประเทศไทย ประกาศเป็นยาควบคุมพิเศษ สามารถใช้ได้โดยแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น

สูตรยาที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมมีอะไรบ้าง?

เนื่องด้วยการใช้ยาในกลุ่มพรอสตาแกลนดินชนิดเดียวเพื่อยุติการตั้งครรภ์ในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ มีประสิทธิภาพไม่ดีนัก มักใช้เวลานาน มีอาการข้างเคียงต่างๆมาก เช่น คลื่น ไส้ อาเจียน จึงมีการคิดค้นการใช้ยาในกลุ่มพรอสตาแกลนดินร่วมกับยาต่อต้านฮอร์โมนโปรเจสเตโรน ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการยุติการตั้งครรภ์ถึง 92-98% ในอายุครรภ์ไม่เกิน 63 วันหรือ 9 สัปดาห์

ปี ค.ศ.2000 (พ.ศ.2543) องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA,Food and Drug Administration) ให้การรับรองการใช้สูตรยา โดยให้กิน Mifepristone 600 มิลลิกรัม (มก.) จากนั้นอีก 36-48 ชม. ให้ตามด้วยการกิน Misoprostol 400 ไมโครกรัม เพื่อยุติการตั้งครรภ์ในอายุครรภ์ไม่เกิน 49 วันหรือ 7 สัปดาห์

ปี ค.ศ.2003 (พ.ศ.2546) องค์การอนามัยโลก แนะนำให้ใช้สูตรยา โดยกิน Mifepristone 200 มก. จากนั้นอีก 36-48 ชม. ให้ตามด้วยการกิน Misoprostol 400 ไมโครกรัม หรือ ตามด้วยการใช้ Misoprostol 800 ไมโครกรัม เหน็บทางช่องคลอด

ข้อห้ามในการใช้ยายุติการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

ข้อห้ามการใช้ยายุติการตั้งครรภ์มีดังนี้

1. มีประวัติแพ้ยา Mifepristone หรือ Misoprostol

2. เป็นโรคเลือด เลือดจาง (ภาวะซีด)

3. กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านการทำงานของเกล็ดเลือด/ยาต้านเกล็ดเลือด

4. การตั้งครรภ์นอกมดลูก/ท้องนอกมดลูก

5. การตั้งครรภ์โดยมีห่วงอนามัยอยู่ภายในโพรงมดลูก

6. กำลังเป็นโรคไต หรือโรคตับ

7. มีความผิดปกติทางจิตเวช

8. อายุครรภ์เกิน 63 วัน หรือ 9 สัปดาห์

ขั้นตอนในการยุติการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

เนื่องจากยาที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์เป็นยาที่มีอันตราย(ยาอันตราย) และเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งใช้โดยแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น อีกทั้งก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หากใช้ไม่ถูกต้อง

ดังนั้นเมื่อเกิดการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ควรปรึกษาคู่สมรส บิดา มารดา เพื่อวางแผนต่อไปในอนาคต หากหาทางออกไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์ พยาบาล เช่น คลินิกวางแผนครอบครัว คลินิกวัยรุ่น เพื่อร่วมกันหาทางออกของการตั้งครรภ์ไม่พร้อม เช่น การจัดหาผู้อุปการะเลี้ยงดูบุตรให้ในอนาคต หรือการจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวในกรณีที่ไม่สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมได้ ในกรณีที่ต้องการตั้งครรภ์ต่อ

ส่วนกรณีที่มีผลกระทบต่อจิตใจสตรีตั้งครรภ์อย่างรุนแรง และเลือกยุติการตั้งครรภ์ ต้องมีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย เพื่อหาข้อห้ามในการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ ต้องมีการตรวจอัลตราซาวด์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ไม่เกิน 63 วันหรือ 9 สัปดาห์ และยืนยันว่าเป็นการตั้งครรภ์ในมดลูก จากนั้นต้องได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับการใช้ยา ผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้น เมื่อสตรีตั้งครรภ์สามารถยอมรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น จึงได้รับยายุติการตั้งครรภ์ 2 ชนิด โดยนิยมใช้สูตรยาขององค์การอนามัยโลก

หลังกินยาประมาณ 4-6 ชม. จะเกิดการแท้งมีก้อนเลือดออกทางช่องคลอด

หลังกินยายุติการตั้งครรภ์ ต้องมาพบแพทย์ตรงตามนัดเสมอ เพื่อตรวจยืนยันว่าเป็นการแท้งครบ/การแท้งครบสมบูรณ์ (Complete abortion) หากเป็นการแท้งไม่ครบ (Incomplete abortion) คือ มีชิ้นส่วนของทารก หรือของรกค้างในโพรงมดลูก จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะร่วมกับการขูดมดลูก

ผลข้างเคียงจากการใช้ยายุติการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ คือ

1. มีเลือดออกทางช่องคลอดมาก ตกเลือด

2. มีไข้

3. คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว/ท้องเสีย

4. ปวดท้อง ปวดแบบปวดบีบ

5. มีการอักเสบในอุ้งเชิงกราน

ดูแลตนเองอย่างไร เมื่อกินยายุติการตั้งครรภ์?

หลังกินยายุติการตั้งครรภ์ อาจมีอาการปวดบีบท้อง มีเลือดหรือก้อนเลือดออกจากช่องคลอด ให้งดทำงานหนัก พักผ่อนมากๆ งดมีเพศสัมพันธ์ สังเกตอาการเลือดออกทางช่องคลอด ถ้ามีชิ้นเนื้อคล้ายพุงปลาสันนิษฐานว่าเกิดการแท้ง โดยถ้าเป็นการแท้งครบ เลือดจะออกกะปริด กะปรอย และค่อยๆลดปริมาณลงจนหายไป/ไม่มีเลือดออกอีกในระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยอาจมีอาการปวดหน่วงท้องเล็กน้อย

แต่ถ้าหลังมีชิ้นเนื้อออกมา ยังมีเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็น และ/หรือปวดท้องมาก ควรรีบพบแพทย์ภายใน 1-2 วัน หรือ ฉุกเฉิน ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ เพราะอาจเกิดจากการแท้งไม่ครบ และ/หรือการติดเชื้อ

อาการที่ต้องรีบพบแพทย์หลังรับประทานยายุติการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

หลังรับประทานยายุติการตั้งครรภ์ ควรสังเกตอาการตนเองหากมีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบมาพบแพทย์ หรือมาโรงพยาบาลฉุกเฉินขึ้นกับความรุนแรงของอาการ

1. มีเลือดออกทางช่องคลอดมาก โดยใช้ผ้าอนามัยมากกว่า 2 แผ่นต่อชั่วโมง ติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง

2. มีไข้สูงกว่าหรือเท่ากับ 38oC (Celsius) หรือมีไข้หลังรับประทานยายุติการตั้งครรภ์เกิน 48 ชั่วโมง

3. หลังรับประทานยาฯเกิน 24 ชั่วโมง มีอาการปวดท้องมาก คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว/ท้องเสีย

4. มีสารคัดหลั่งทางช่องคลอด มีกลิ่นเหม็น

ดูแลตนเองอย่างไรและควรดูแลไปนานเท่าไรหลังแท้งแล้ว?

หลังแท้งควรงดทำงานหนัก งดยกของหนัก สังเกตปริมาณเลือดที่ออกจากช่องคลอด ปริมาณของเลือดที่ออกควรลดลง ปวดท้องได้เล็กน้อย งดสวนล้างช่องคลอด งดลงแช่น้ำเพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

ควรปรึกษากับคู่นอนเรื่องการคุมกำเนิดเพื่อลดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากมีข้อสง สัยควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ (คลินิกวางแผนครอบครัว/บทบาทของการวางแผนครอบครัว) เพื่อหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับเราและกับคู่ของเรา

จะกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้อีกเมื่อไร?

ควรงดมีเพศสัมพันธ์ และงดสวนล้างช่องคลอดอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังแท้ง

หากหลังแท้ง 2 สัปดาห์ยังมีเลือดออกทางช่องคลอด ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

ควรเว้นช่วงการตั้งครรภ์อย่างน้อย 2-3 เดือน และควรคุมกำเนิดก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และ ปรึกษาแพทย์/บุคลากรทางการแพทย์ในเรื่องคุมกำเนิดเพื่อให้เหมาะสมกับตนเองและกับคู่นอน (บทบาทของการวางแผนครอบครัว)

หลังแท้งยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้เหมือนคนปกติไหม?

หลังแท้ง หากเป็นการแท้งครบ ไม่ได้รับการขูดมดลูก โอกาสการตั้งครรภ์ และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์เหมือนการตั้งครรภ์ปกติ แต่ถ้าได้รับการขูดมดลูก จะมีโอ กาสเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ครั้งต่อไปเพิ่มขึ้นเช่น รกเกาะต่ำ และ/หรือ รกติดแน่น

บรรณานุกรม

  1. สุวชัย อินทรประเสริฐ และคณะ. การดูแลสุขภาพหญิงเกี่ยวกับการแท้ง. โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์. 2548.
  2. NAF Protocol for Mifepristone/Misoprostol in early abortion in the U.S. Revised January 2010.
  3. http://www.ucsfhealth.org/treatments/medical_abortion/index.html [2016,July30 ]
  4. http://patient.info/doctor/termination-of-pregnancy [2016,July30 ]
  5. http://patient.info/health/abortion-termination-of-pregnancy [2016,July30 ]
  6. http://www.fwhc.org/abortion/medical-ab.html [2016,July30 ]
  7. https://www.plannedparenthood.org/learn/abortion/the-abortion-pill [2016,July30 ]
Updated 2016,July30


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน saksinichatnantaporn bneieis Kornnipha game1995
Frame Bottom