Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ติดเชื้อแบคทีเรีย 

บทนำ

ยากาติฟลอกซาซิน (Gatifloxacin) เป็นยาปฏิชีวนะรุ่นที่ 4 ของกลุ่มยาฟลูโอโรควิโนโลน(Fluoroquinolones) สามารถออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียแต่ไม่สามารถต่อต้าน พวกเชื้อโรคหวัดซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสได้ กาติฟลอกซาซินถูกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) ภายใต้ชื่อการค้าว่า “Tequin” ทางคลินิกนำไปใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจ การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อทางผิวหนัง

ยากาติฟลอกซาซินมีรูปแบบของยาแผนปัจจุบันทั้งชนิดยาหยอดตา ยาฉีด และยารับประทาน สามารถรับประทานก่อนหรือพร้อมอาหารก็ได้ การรับประทานโดยทั่วไปใช้ขนาด 400 มิลลิกรัมต่อวัน จึงถือเป็นข้อดีประการหนึ่งของยานี้แต่ต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอเพื่อช่วยเรื่องการกระจายตัวของยา หากมียาอื่นๆที่ผู้ป่วยต้องรับประทานร่วมด้วย แพทย์/เภสัชกรจะแนะนำให้รับประทานยากาติฟลอกซาซินห่างจากยาชนิดอื่น 4 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำโดยเฉพาะกลุ่มยาลดกรดที่มีส่วนประกอบของ Magnesium (เข่น Magnesium hydroxide), Aluminium (เช่น Alum milk) หรือยา Quinapril, ยาSucralfate, รวมถึงยาและอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็กและสังกะสี ด้วยยาเหล่านี้จะรบกวนการดูดซึมของยากาติฟลอกซาซิน

จากการศึกษาเรื่องการกระจายตัวของยานี้ในร่างกายจะพบว่า หลังการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ตัวยากาติฟลอกซาซินจะเข้าจับตัวกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 20% ร่างกายต้องใช้เวลาเฉลี่ยประ มาณ 7 - 14 ชั่วโมงเพื่อกำจัดปริมาณยาครึ่งหนึ่งออกจากกระแสเลือดโดยผ่านทิ้งไปกับปัสสาวะและอุจจาระ

ประเทศไทยมักพบยานี้ที่เป็นรูปแบบของยาหยอดตา ส่วนยารับประทานและยาฉีดจะพบเห็นในต่างประเทศเสียส่วนมาก เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ป่วยเองไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาในรูปแบบใดก็ตามจะต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น และไม่ควรซื้อหามาใช้ด้วยตนเองโดยเด็ดขาด

กาติฟลอกซาซินมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

กาติฟลอกซาซิน

ยากาติฟลอกซาซินมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

กาติฟลอกซาซินมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยากาติฟลอกซาซินคือ ตัวยาจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในตัวแบคทีเรียที่มีชื่อว่า DNA gyrase และ Topoisomerase IV ส่งผลให้แบคทีเรียหยุดการเจริญเติบโต ไม่สามารถกระจายพันธุ์และตายลงในที่สุด

กาติฟลอกซาซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยากาติฟลอกซาซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเช่น

  • ยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 400 มิลลิกรัม/เม็ด
  • ยาฉีด ขนาด 400 มิลลิกรัม/40 มิลลิลิตร
  • ยาหยอดตา ขนาดความเข้มข้น 0.3%

กาติฟลอกซาซินมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยากาติฟลอกซาซินมีขนาดรับประทานเช่น

ก.ปอดอักเสบ:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 7 - 14 วัน

ข.ไซนัสอักเสบ:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 10 วัน

ค.ติดเชื้อที่ผิวหนัง:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 7 - 10 วัน

ง.ติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะชนิดที่ไม่รุนแรง:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมครั้งเดียว หรือรับประทานครั้งละ 200 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 3 วัน

จ.ติดเชื้อระบบเดินปัสสาวะชนิดที่รุนแรง:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 7 - 10 วัน

*อนึ่ง:

  • ขนาดยานี้ในเด็ก: จะขึ้นกับอายุและน้ำหนักตัวของเด็ก ดังนั้นการใช้ยานี้ในเด็กจึงต้องอยู่ในคำสั่งของแพทย์ผู้รักษา
  • สามารถรับประทานยานี้ก่อนหรือพร้อมอาหารก็ได้ และควรรับประทานยานี้ในเวลาเดียวกันของแต่ละวัน
  • ขนาดยาหยอดตา: ขึ้นกับเป็นการอักเสบของเนื้อเยื่อตาชนิดใดเช่น เยื่อตาอักเสบ หรือ กระจกตาอักเสบ เป็นต้น ดังนั้นการใช้ยานี้เป็นยาหยอดตารวมถึงขนาดยาจึงต้องอยู่ในคำสั่งจากแพทย์ผู้รักษา

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยากาติฟลอกซาซิน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยากาติฟลอกซาซินสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ทั้งนี้ผู้ป่วยที่รับประทานยานี้ไม่ต่อเนื่องหรือลืมรับประทานบ่อยครั้ง มีโอกาสที่จะเกิดการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียและทำให้อาการป่วยรุนแรงมากยิ่งขึ้น

กาติฟลอกซาซินมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยากาติฟลอกซาซินสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น มีอาการคลื่นไส้ ช่องคลอดอักเสบ ท้องเสีย ปวดศีรษะ วิงเวียน ชีพจรเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง ปวดท้อง เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย ตัวสั่น วิตกกังวล รู้สึกสับสน นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย อาจพบอาการผื่นคัน เหงื่อออกมาก ผิวแห้ง ฝันร้าย ความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน ตาพร่า หูอื้อ ปัสสาวะขัด ขาเป็นตะคริว น้ำตาลในเลือดสูง บวมตามใบหน้า-ปลายมือและเท้า มีไข้ ปวดหลัง เจ็บหน้าอก เป็นต้น

มีข้อควรระวังการใช้กาติฟลอกซาซินอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้กาติฟลอกซาซินเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้หรือแพ้ยาในกลุ่ม Fluoroquinolones
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง
  • ห้ามใช้ยากับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี (ควรต้องเป็นคำสั่งจากแพทย์ผู้รักษา)
  • หากใช้ยานี้แล้วมีอาการแพ้ยาเช่น ผื่นคัน ตัวบวม หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก ให้หยุดการใช้ยานี้ทันทีแล้วรีบมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็วทันที/ฉุกเฉิน
  • ระวังการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคไต หากจำเป็นต้องใช้ยานี้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้แพทย์อาจต้องปรับขนาดรับประทานเป็นกรณีไป
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยากาติฟลอกซาซินด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

กาติฟลอกซาซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยากาติฟลอกซาซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานยากาติฟลอกซาซินร่วมกับยาที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก ยาลดกรดชนิดต่างๆเช่น ยาที่มีส่วนประกอบของ Aluminium และ Magnesium ด้วยจะทำให้การดูดซึมของกาติฟลอกซาซินลดน้อยลงไป
  • การรับประทานยากาติฟลอกซาซินร่วมกับยา Digoxin อาจทำให้ร่างกายได้รับพิษจากยา Digoxin มากยิ่งขึ้น หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมเป็นกรณีไป
  • การรับประทานยากาติฟลอกซาซินร่วมกับยา Hydrocortisone อาจทำให้เกิดภาวะเส้นเอ็นอักเสบหรือเส้นเอ็นปริแตกโดยเฉพาะกับผู้ป่วยสูงอายุ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาทั้งคู่ร่วมกัน
  • การรับประทานยากาติฟลอกซาซินร่วมกับยา Acarbose (ยารักษาโรคเบาหวาน) อาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจนเคยมีรายงานว่าผู้ป่วยเกิดภาวะช็อก มีอาการโคม่า และเสียชีวิต (ตาย)ในที่สุด ดังนั้นจึงไม่สมควรใช้ยาร่วมกัน

ควรเก็บรักษากาติฟลอกซาซินอย่างไร?

ควรเก็บรักษายากาติฟลอกซาซินในช่วงอุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

กาติฟลอกซาซินมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยากาติฟลอกซาซินที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Pharos
Gatimax (กาติแมค) Pharos
Bristol-Myers Squibb
Tequin (ทีควิน) Bristol-Myers Squibb
Allergan
Zymar (ไซมาร์) Allergan

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Gatifloxacin [2015,Aug15]
  2. http://www.medicinenet.com/gatifloxacin-oral/article.html [2015,Aug15]
  3. http://www.mims.com/INDIA/drug/info/gatifloxacin/?type=full&mtype=generic#Dosage [2015,Aug15]
  4. http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Zymar/?type=brief [2015,Aug15]
  5. http://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2004/21061s023,024,21062s026,037lbl.pdf [2015,Aug15]
  6. http://home.intekom.com/pharm/bm_squib/tequin.html [2015,Aug15]
  7. http://www.drugs.com/drug-interactions/gatifloxacin-index.html?filter=3&generic_only= [2015,Aug15]
  8. http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Zymar/?type=brief [2015,Aug15]
  9. http://www.mims.com/Singapore/drug/info/Tequin/ [2015,Aug15]
  10. http://www.mims.com/Indonesia/drug/info/Gatimax/ [2015,Aug15]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน kedwadee_2014 pairpare
Frame Bottom